วิเคราะห์เทคนิคสู้คดี! ปม "บอสพอล" ประกาศเอาผิดแม่ข่ายดิไอคอน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“ทนายเกิดผล” วิเคราะห์ปม "บอสพอล" สู้คดี หลังทนายความประกาศเอาผิดแม่ข่ายดิไอคอน! ชี้เป็นแค่เทคนิคการต่อสู้คดี-ใช้ข่มขู่พยานไว้

จากกรณี นายวิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความนายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือ “บอสพอล” ผู้ต้องหาในคดีดิไอคอน เปิดเผยว่าได้รับออเดอร์เพิ่มเติมจากบอสพอล ให้แจ้งความกับกลุ่มแม่ข่าย 2,000 คน ที่ตีเนียนเป็นผู้เสียหาย ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน เนื่องจากมีขบวนการแจ้งความเท็จ และพยายามบอกว่าดิไอคอนฯไปหลอกลวงให้ตัวแทนสั่งซื้อสินค้ากับทางดีลเลอร์จนขายไม่ได้นั้น

ล่าสุดนายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ “เปิดโต๊ะข่าว” ทางช่อง PPTVHD36 ถึงประเด็นดังกล่าวอย่างน่าสนใจ

ทนายเกิดผล รายการเที่ยงทันข่าว
นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ

โดยในมุมของ “ทนายเกิดผล” มองว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเทคนิคการต่อสู้คดีอย่างหนึ่งของทนายจำเลย ซึ่งตนมองได้ 2 เรื่อง โดยเรื่องแรกมองได้ว่าเป็นการข่มขู่พยาน ในลักาณะว่าหากทำให้เราเสียหายหรือพาดพิงเราจะโดนแจ้งความ เหมือนขู่ว่าหากไปให้การกับพนักงานสอบสวนต้องโยนความผิดให้คนอื่น หากโยนความผิดให้เราก็จะถูกดำเนินคดี

10 ขนมขบเคี้ยวสุดเฮลท์ตี้ อร่อยด้วยแถมช่วยชะลอวัยด้วย

เรื่องที่สองมองว่าเป็นเทคนิคการสู้คดี ซึ่งในการต่อสู้ในศาลเคยเกิดขึ้นลักษณะนี้ และตนก็เคยเจอ ซึ่งเป็นลักษณะการต่อสู้ในศาล สมมติว่าบริษัทแห่งหนึ่งถูกดำเนินคดี บริษัทก็จะต่อสู้ว่าไม่ได้หลอกลวง แต่บริษัทก็ถูกหลอกลวงมาเหมือนกัน และก็ไปฟ้องลูกทีมหรือเครอข่ายตัวเอง และในขณะที่ไปฟ้องก็ต่อสู้ว่าลูกทีมไปหลอกลวงคนอื่นทำให้เขาเสียหาย เขาเลยฟ้องเรียกค่าเสียหายฟ้องคดีอาญา แต่เมื่อไปถึงศาลแล้วบริษัทกับลูกทีมก็ไปทำยอมความกัน เสร็จแล้วก็เอาคำพิพากษาในคดีฟ้องลูกทีมมาสู้ในอีกคดีหนึ่ง ว่าบริษัทเสียหายและมีการฟ้องลูกทีมแล้ว ลูกทีมก็ยอมรับผิดว่าเป็นคนหลอกบริษัทและหลอกประชาชน ซึ่งไม่เกี่ยวกับบริษัท ซึ่งก็เคยมีการต่อสู้ลักษณะนี้ในชั้นศาลมาแล้ว

โดยในกรณีที่ตนเคยทำคดีในลักษณะนี้ศาลมองว่ามันเป็นเรื่องแค่กลวิธีการแก้เกมการดำเนินคดีเฉยๆ เพราะอีกคดีมีการฟ้องกันจริงแต่สุดท้ายก็ยอมความกัน

นอกจากนั้น “ทนายเกิดผล” ยังตั้งคำถามว่า ทนายความของดิไอคอนจะไปฟ้องแม่ข่ายในความผิดฐานอะไร ซึ่งตนยังมองไม่เห็นเลย ถ้าคุณจะกล่าวหาความผิดฐานฉ้อโกง ซึ่งความผิดฐานฉ้อโกงประกอบด้วยว่าผู้ใดหลอกลวง หรือปิดบังข้อความที่ควรบอกให้แจ้ง แล้วได้ทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกไป คำถามก็คือว่าแม่ข่ายเหล่านี้หลอกผู้เสียหายรายอื่น หรือหลอกบริษัท ถ้าหลอกแล้วได้ทรัพย์สินจากใคร ได้ทรัพย์สินจากประชาชนหรือได้จากบริษัท ถ้าอ้างว่าบริษัทถูกหลอกแล้วบริษัทเสียอะไรให้กับแม่ข่าย นอกจากบริษัทได้เงินจากแม่ข่ายพวกนี้ แล้วตกลงใครเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย ดังนั้นควรตั้งสติดีๆก่อนไปฟ้องแม่ข่าย ซึ่งศาลมองเทคนิคเหล่านี้ออกเพราะไม่ใช่เรื่องใหม่

คุณจะไปฟ้องแม่ข่ายว่าฉ้อโกงประชาชน แล้วคุณเป็นผู้เสียหายหรือเปล่า ในเมื่อผู้เสียหายจริงคือประชาชน แล้วตัวคุณได้ผลประโยชน์จากการถูกหลอกนั้น คุณไม่ได้เป็นผู้เสียหายจากการถูกหลอก เขาหลอกก็จริงแต่เงินเข้าบริษัทหรือเปล่า

ซึ่งกรณีแบบนี้มองว่าได้ประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย เพราะกฎหมายบอกว่าผู้หนึ่งผู้ใดกระทำการไปให้ตัวเองหรือผู้อื่น หรือบุคคลที่สามได้ประโยชน์ ซึ่งแม่ข่ายทำให้ตัวเองได้ประโยชน์ก็ผิด และถ้าแม่ข่ายทำให้บริษัทได้ประโยชน์บริษัทก็ต้องผิดร่วมกันทั้งคู่ ซึ่งตนเห็นด้วยที่ต้องเอาผิดกับกลุ่มแม่ข่าย เพราะเขาไม่ใช่ผู้เสียหาย แต่ได้เงินกันเป็น 10 ล้าน แล้วมาบอกว่าเป็นผู้เสียหาย จึงเป็นการตีเนียน ซึ่งควรจะถูกดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงประชาชนโดยรัฐเหมือนกัน ไม่ใช่บริษัทไปดำเนินคดี เพราะบริษัทก็ได้ผลประโยชน์จากกลุ่มแม่ข่ายเหมือนกัน

ทั้งนี้มองว่าการจะพิสูจน์ตัวแม่ข่ายเพื่อออกหมายจับล๊อตสองต่อจากบอส 18 คนแรกนั้น “ทนายเกิดผล” มองว่าไม่ใช่เรื่องยาก โดยให้ผู้เสียหายจริงๆ มาชี้ตัวว่าใครเป็นคนหลอกให้เขาเชื่อ ใครเป็นคนหลอกให้เขาลงทุนก็คือคนนั้นแหละที่หลอกลวงเขา ส่วนกรณีที่ยังไม่สามารถออกหมายจับล๊อตสองได้นั้น พนักงานสอบสวนอาจจะยังมีข้อมูลไม่เพียงพอ หรืออาจจะมีข้อมูลเยอะ ซึ่งตนก็ตอบไม่ได้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ