มีรายงานจากคณะอนุฯกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า เบื้องต้น มีการสอบสวนเส้นทางการเงินของ นายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือบอสพอล ผู้ก่อตั้ง ดิไอคอน กรุ๊ป เพื่อหาข้อมูลว่ามีการโอเงินให้กับบุคคลได้บ้าง โดยพบว่าตั้งแต่ปี 2564 นายวรัตน์พล ได้โอนเงินเดือนละ 1 แสนบาท บางเดือน 4-5 แสนบาท รวมยอดสะสม 2.5 ล้านบาท เข้าไปยังบัญชีของ "แม่นักการเมือง ส."
โดยหลังจากนี้คณะอนุฯดีเอสไอ จะพิจารณาผลการสอบเส้นทางการเงินของ นายวรัตน์พล เพิ่มเติม หากพบว่ามีบุคคลใดที่มีลักษณะการโอนผิดสังเกตจะเรียกตัวมาชี้แจงทันที ก่อนจะส่งข้อมูลทั้งหมดไปยังดีเอสไอชุดใหญ่
“วันฮาโลวีน” เปิดประวัติทำไมถึงตรงกับวันที่ 31 ตุลาคมของทุกปี
ขณะเดียวกันในวันนี้ 30 ต.ค. 2567 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงความคืบหน้าคดีดิไอคอนกรุ๊ป ซึ่งล่าสุดทางคณะกรรมการกลั่นกรอง ดีเอสไอ มีมติเอกฉันท์รับคดีหลอกลวงประชาชนลงทุนซื้อขายสินค้าออนไลน์กับบริษัทดิไอคอนกรุ๊ปเป็นคดีพิเศษแล้วว่า หากมีการรับคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษแล้ว และทางดีเอสไอ เห็นว่าควรใช้ตำรวจเข้าไปช่วยเหลือก็สามารถร้องขอมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ ทางตร.ยินดีที่จะส่งเจ้าหน้าที่ไปช่วยเหลือ หรือแม้แต่ตั้งศูนย์รับแจ้งความทั่วประเทศในการสอบปากคำผู้เสียหายก็จะดำเนินการต่อ
กรณีมีข่าวว่าทางทนายความของผู้ต้องหาจะนำผู้เสียหายมาถอนแจ้งความกับตำรวจ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า คดีดังกล่าวไม่สามารถถอนแจ้งความได้เนื่องจากบางข้อหาเป็นความผิดอาญาต้องดำเนินคดีต่อ ส่วนจะเป็นเทคนิคการต่อสู้ทางคดีของกลุ่มทนายหรือไม่ ยืนยันว่ากระบวนการสอบสวนของตำรวจ คือกระบวนการยุติธรรมชั้นต้นที่ต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้รอบคอบที่สุด ส่วนขั้นตอนต่อไปที่เป็นชั้นศาลตนไม่ขอก้าวล่วง
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า จากนี้ถ้าประชาชนที่จะเดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ในคดีนี้หากมั่นใจว่าได้รับความเสียหายจากการถูกหลอกลวงในลักษณะฉ้อโกงกู้ยืมเงินขอให้ท่านมาแจ้งความกับตำรวจได้อย่างไม่ต้องกังวล พนักงานสอบสวนมีหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานประกอบด้วย
ส่วนกรณีนายตำรวจยศ พ.ต.อ. มีลักษณะเป็นบอสขึ้นพูดบนเวทีดิไอคอนกรุ๊ป ที่ตนเองได้ออกคำสั่งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและรายงานตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ยอมรับว่าขณะนี้มีการตั้งกรรมการสอบสวนแล้วแต่ตนเองยังไม่ได้รับผล ส่วนตัวยอมรับว่ารู้สึกนานเกินไป จากนี้ต้องเร่งรัดเพื่อจะได้รายงานต่อประชาชนให้เร็วที่สุด