Top-PL-Oct26 Top-PL-Oct26

วิเคราะห์ “สามารถ” อดอาหารจนป่วย หวังได้รับการปล่อยตัว?

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“สิระ-สุพิศาล” ยัน “สามารถ” ป่วยยังไงก็ไม่ได้ประกันตัว ต้องสู้ด้วยหลักฐาน ชี้อาจเคยล่วงเกิน “ผู้ใหญ่” จริง แต่ไม่น่าเกี่ยวกับคดี

เป็นเรื่องที่ต้องตามกันต่อสำหรับกรณีของ “สามารถ เจนชัยจิตรวนิช” อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชาชรัฐ ที่ถูกควบคุมตัวในคดีฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน แต่ล่าสุดระหว่างถูกคุมตัวต้องเคลื่อนย้ายไปโรงพยาบาลราชทัณฑ์เนื่องจากมีอาการป่วย หลังจากอดอาหารเพื่อประท้วงเรียกร้องให้ตนได้รับสิทธิประกันตัว ทำให้เป็นเรื่องที่น่าวิเคราะห์ว่า แนวทางการต่อสู้จากนี้ของนายสามารถจะใช้กลวิธีใด

วิเคราะห์ “สามารถ” อดอาหารจนป่วย หวังได้รับการปล่อยตัว? ช่างภาพพีพีทีวี
นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ

รวมถึงอีกเรื่องที่หลายคนให้ความสนใจ คือคดีของนายสามารถอาจเอี่ยวฝั่งการเมืองด้วย หลังมารดาเปิดเผยกลางวงสื่อว่า ขอโทษ “ผู้ใหญ่” ที่นายสามารถไปล่วงเกิน

น้ำท่วมภาคใต้ : ยะลาท่วมสูง 2 เมตร สั่งเร่งอพยพประชาชน

“สามารถ” ป่วย ไม่ช่วยให้ได้รับการปล่อยตัว

นายสิระ เจนจาคะ อดีต สส.พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยในรายการ เข้มข่าวเย็น ช่วง Exclusive Talk คุยข้ามช็อต ทางช่อง PPTV HD 36 วันที่ 28 พ.ย. 67 ว่า ทนายของนายสามารถบอกว่า นายสามารถอาการทรุดเพราะอดอาหาร เจตนาคืออดอาหารประท้วง เรียกร้องความยุติธรรม ขอให้ได้รับการประกันตัว

นายสิระบอกว่า ในเบื้องต้น ต้องชี้แจงว่าเมื่อผู้ต้องขังหรือผู้ต้องหาไม่สบาย ไม่ว่าด้วยเหตุใด คือเป็นสิทธิของพวกเขาที่จะได้รับอนุญาตให้ไปโรงพยาบาล ไม่ใช่การใช้อภิสิทธิ์ แต่เป็นกฎระเบียบ

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวนายสิระมองว่า การอดอาหารจนป่วยเพื่อประท้วง ไม่เป็นผลดีกับนายสามรถ

“แทนที่จะหาหลักฐานให้ศาลเชื่อ ว่าคุณจะไม่หลบหนี จะไม่ยุ่งกับพยานหลักฐาน มีวิธีต่อสู้อย่างอื่นอีกเยอะ การอดอาหารเพื่อประท้วงนั้นไม่ได้อยู่ในดุลยพินิจการปล่อยตัวชั่วคราวของศาล” อดีต สส.พรรคพลังประชารัฐกล่าว

เขายืนยันว่า การป่วยไม่สามารถทำให้นายสามารถได้รับการประกันตัวหรือปล่อยตัวได้ “คนในโรงพยาบาลราชทัพณ์ที่ป่วยมีเป็นร้อยเป็นพันคน อย่างนั้นทุกคนก็อ้างว่าป่วยแล้วยื่นได้ปล่อยตัวหมดสิ แม้แต่ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายยังเสียชีวิตในเรือนจำหรือโรงพยาบาลเลย”

ด้าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนา อดีตผู้บังคับการปราบปราม เห็นด้วย โดยบอกว่า หนทางในการต่อสู้ของนายสามารถ คือการแสดงหลักฐานให้ได้ว่า ไม่ได้พยายามหลบหนี ไม่ได้จะไปยุ่งพยานหลักฐาน ต้องสู้ในประเด็นนั้น ว่าปราศจากข้อสงสัย โดยบอกว่า “การเจ็บป่วยเป็นสิทธิ แต่การเจ็บป่วยไม่ใช่สาเหตุให้ประกันตัว”

ซึ่งในส่วนของหลักฐานนั้น ในวันที่ถูกจับกุม มีรายงานว่านายสามารถรีบร้อนใส่เสื้อผ้าวุ่นวาย แล้วรีบขึ้นเครื่องไปเชียงราย ซึ่งเป็นจังหวัดที่อยู่ใกล้ชายแดนมาก จึงเป็นเหตุให้เกิดการวิพากษ์วิจารณืว่ากำลังพยายามหลบหนีหรือไม่

“ต้องหาทางหักล้างว่า ขึ้นไปเชียงรายทำไม ถ้าขึ้นไปต้องมีเหตุจำเป็น หรือบอกว่าไปทำบุญ ต้องขอใบอนุโมทนา ใบบริจาคจากวัด ถ้าอ้างเหตุพวกนี้ ศาลอาจรับฟัง” พล.ต.ต.สุพิศาลกล่าว

อดีตผู้บังคับการปราบปรามเสริมว่า “ถ้าวันที่หมายจับออก แล้วนายสามารถไปสถานีตำรวจไหนก็ได้ หรือแสดงตัวกับตำรวจที่อยู่ใกล้ที่สุดว่าผมมีหมายจับนะ ขอมอบตัว พาผมไปกรุงเทพที จะเป็นการแสดงเจตนาชัดว่าไม่ได้พยายามหลบหนี”

นายสิระกล่าวอีกว่า “อย่างกรณีของ ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด ที่ขับรถไปฉะเชิงเทรา ยังอีกไกลกว่าจะถึงชายแดน ยังโดนเรื่องมีพฤติหลบหนี ไปถามพระ พระก็บอกจะไปทำบุญจริง มีน้ำหนักมากกว่าอีก ยังโดน นี่ไปเชียงราย ชายแดนแล้ว ห่างเชียงแสนแค่ 60 กม.”

อีกเรื่องหนึ่งที่นายสิระตั้งข้อสังเกตคือ ทั้งที่ข่าวออกแล้วว่า มีการออกหมายจับ และมีการจับกุมแม่ของนายสามารถแล้ว ด้วยความเป็นลูก นายสามารถต้องรีบกลับสิ “แต่นี่มาประสานว่าจะมอบตัวพรุ่งนี้ แม่โดนจับคดีฟอกเงินนะ ไม่เล็กเลย เรื่องของความกตัญญูตรงนี้ดูมีเหตุ ... แม่โดนคุมตัวมันเป็นเรื่องด่วนมั้ย อายุเยอะแล้วด้วย”

“ผู้ใหญ่” ที่นายสามารถล่วงเกิน เชื่อว่ามีตัวตนจริง

เรื่องที่มารดาของนายสามารถกล่าวขอโทษ “ผู้ใหญ่” จนหลายคนคิดว่าที่นายสามารถโดนคดีเพราะไปขัดแข้งขัดขาผู้มีอำนาจเข้าหรือไม่นั้น นายสิระมองว่า “ผู้ใหญ่” ที่ว่านี้ อาจมีตัวตนอยู่จริง แต่ไม่เกี่ยวกับคดี เป็นนายสามารถทำตัวเองทั้งนั้น

“นายสามารถล่วงเกินคนไว้เยอะมาก แต่เชื่อว่าคดีไม่เกี่ยวกับคนเหล่านั้น เกี่ยวกับตัวนายสามารถเอง เป็นกรรมที่ก่อไว้เอง เป็นเรื่องที่ดำเนินมาจากคดีดิไอคอนเท่านั้น” นายสิระบอก

พล.ต.ต.สุพิศาลเสริมว่า ตอนนายสามารถเป็นนักการเมือง มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับธุรกิจนี้อย่างมาก อาจได้พบปะหลายคน อาจไปขวางอำนาจผู้มีบารมี อาจมีจริง เพราะแม่พูดเอง แม่อาจฟังมาจากลูกหรือใครให้ข้อมูลมา เลยขอโทษผู้ใหญ่คนนั้น ส่วนตัวชื่อว่ามีจริง

ส่วนกรณีที่นายสามารถพูดสั้นก่อนถูกคุมตัวไปเรือนจำว่า “อยากพูด แต่พูดไม่ได้” นั้น นายสิระมองว่า เป็นการสัญญาณบางอย่างถึงบางคนว่า “ถ้าไม่ช่วยตน ก็ตายไปด้วยกัน” ซึ่งเชื่อว่าเป็นการข่มขู่ ไม่ได้ขอร้อง

พล.ต.ต.บอกว่า “ไม่รู้เป็นใคร แต่น่าจะมีตัวตน ไม่อย่างนั้นคุณสามาถไม่น่าพูด ต้องมีในใจ ต้องการสื่ออะไร บริบทรอบข้างบอกได้ คนที่เห็นที่รู้สถานการณ์คงฟังออก”

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ