พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกระแสข่าว หวานใจอดีตรองนายกรัฐมนตรี ที่มีเส้นเงินเกี่ยวข้องกับรีสอร์ทรุกที่ดิน ส.ป.ก. นั้นว่า เรื่องนีตำรวจได้ทำร่วมกับ ป.ป.ช. และ ปปท. รวมถึงนายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ไปสืบสวนกรณี“ไร่ภูนับดาว” ซึ่งไปตรวจสอบดูแล้วพบว่ามีการทุจริตในหน้าที่จริง ในการออกเอกสารสิทธิ์โดยทุจริต ของข้าราชการระดับรองผู้ว่าราชการจังหวัด และเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. จึงเริ่มตรวจสอบและดำเนินคดี
นอกจากนี้ยังทราบว่าบริษัทที่เราตรวจสอบ มีเส้นเงินไปถึงบุคคลใกล้ชิดของผู้ใหญ่ในพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ประมาณ 10 ล้านบาท เมื่อถามย้ำว่าเส้นเงินจำนวน 10 ล้านบาทนี้ เชื่อมไปที่หวานใจหรือไปถึงอดีตรองนายกรัฐมนตรีหรือไม่ พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ บอกว่า เส้นเงินนี้เชื่อมไปถึงบุคคลใกล้ชิด ที่เรียกว่า “หวานใจ”
เมื่อถามว่าสัปดาห์หน้าจะมีเซอร์ไพรส์ใหญ่เกี่ยวกับเส้นเงินเส้นนี้หรือไม่ พลตำรวจตรีจรูญเกียรติบอกว่าขอคุยกับเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเรื่องนี้ก่อน เพราะเท่าที่ทราบก็ประมาณนี้ เมื่อถามต่อว่ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่สนิทสนมกับนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช หรือไม่ พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ บอกว่า ก็เป็นกลุ่มคนใกล้ชิดกัน
เมื่อถามถึงความกังวลในการทำคดีดังกล่าว ซึ่งมีชื่อที่เชื่อมไปถึงเป็นระดับ ”บิ๊กเนมการเมือง“ พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ บอกว่าไม่กังวล และไม่ห่วง เพราะเป็นเรื่องหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และเรื่องของข้อกฎหมายไปถึงใครก็ต้องโดนหมด ย้ำว่า “ถึงใครก็โดนหมดขอยืนยัน มันมาถึงขนาดนี้ เรากล้าเข้าไปทำงาน หากไม่ทำต่อ ประเทศไทยคงอยู่ยาก คนผิดว่าไปตามผิด คนถูกว่าไปตามถูก สังคมจะน่าอยู่มากขึ้น“
เมื่อถามว่าเส้นเงินจำนวน 10 ล้านบาทนี้ไปหยุดอยู่แค่หวานใจคนสนิท หรือมีไปถึงผู้ใหญ่ท่านนั้น พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ บอกว่า เดี๋ยวจะต้องออกหมายเรียกมาสอบสวน หรือออกหมายจับ หรือออกหมายจับเพื่อให้มาชี้แจงว่าเส้นเงินนี้ เป็นเงินเกี่ยวกับเรื่องอะไร เพราะจากการตรวจสอบจะมีการโอนไปครั้งละ 2 ล้านบาท จนครบจำนวน 10 ล้านบาท
ส่วนหมายจับหรือหมายเรียกหวานใจคนสนิทจะใช้เวลานานหรือไม่ พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ บอกว่า ยังไม่แน่ใจ เพราะเพิ่งจะรู้เพียงคร่าวๆ แต่ในรายละเอียดสำนวนการสอบสวน ขอเวลาเจ้าหน้าที่ทำงานนิดนึง
เมื่อถามว่าชื่อที่ปรากฏอาจจะถูกวิจารณ์ว่ามีเรื่องนัยยะทางการเมือง พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ บอกว่า เป็นไปได้หมด เพราพตอนที่เงินไหบออกไป เป็นช่วงที่พรรคการเมืองที่มีชื่อบุคคลท่านนี้กำลังมีอำนาจ แต่ยืนยันไม่ใช่การกลั่นแกล้ง หรือทำร้ายกัน แต่เป็นเรื่องของการตรวจสอบและขยายผลออกไปถึงเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะช่วงนั้นตำรวจก็จับกรณี ส.ป.ก. หลายที่ เรื่องนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง มันถึงใครใครทำไว้ก็ต้องรับกรรมอันนั้น