วันที่ 6 ธ.ค. 2567 พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร รรท.ผบช.ภ.1 สั่งการให้ พล.ต.ต.ชยานนท์ มีสติ รอง ผบช.ภ.1 นำกำลังเข้าตรวจค้นห้องพักภายในคอนโดแห่งหนึ่ง ถนนรัตนาธิเบศร์ ต.ไทรม้า อ.เมือง จ.นนทบุรี
หลังสืบทราบว่าเป็นแหล่งติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือซิมบ็อกซ์ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ใช้สำหรับหลอกเหยื่อ จากการตรวจสอบภายในห้องพักพบว่า เป็นห้องใหม่ ไม่มีข้าวของหรือเครื่องใช้ไฟฟ้า และไม่พบตัวบุคคล
พบเพียงเครื่องซิมบ็อกซ์ จำนวน 3 เครื่อง และพบว่าภายในห้องมีกล้องวงจรปิดติดตั้งไว้เพื่อคอยใช้ดูเจ้าหน้าที่หากเข้ามาตรวจค้น จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดนนทบุรี เข้าเก็บหลักฐานภายในห้องพักและเก็บดีเอ็นเอในห้องพักทั้งหมดเพื่อส่งเปรียบเทียบประวัติอาชญากร เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบข้อมูลห้องพักดังกล่าว พบว่า วันที่ 2 พ.ย. 2567 ที่ผ่านมาได้มีชาวไต้หวัน ติดต่อขอเช่าห้องพักกับเจ้าของห้อง
อาหารกินบ่อยเสี่ยง “ไขมันพอกตับ” ปัจจัยก่อมะเร็งตับถึงไม่ดื่มแอลกอฮอล์
ต่อมาวันที่ 3 พ.ย.2567 ได้มีชายคล้ายชาวต่างชาติ เข้ามาห้องพักดังกล่าวพร้อมนำกระเป๋าใบใหญ่เข้ามา คาดว่านำอุปกรณ์เข้ามาวางระบบติดตั้งเครื่องซิมบ็อกซ์ ก่อนจะออกไปโดยไม่ได้พักอาศัยอยู่
พล.ต.ต.ชยานนท์ มี กล่าวว่า ตำรวจได้ตรวจสอบพบว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลุ่มนี้ได้หลอกผู้เสียหายหลายจังหวัด ใช้หมายเลขโทรศัพท์ลงท้าย 9199 ค่าความเสียหายประมาณ 1.2 ล้านบาท และพบว่ามีการส่งสัญญาณมือถือ อยู่ในพื้นที่จ.นนทบุรี จึงได้สืบสวนหาข่าว จนพบแหล่งที่ตั้งของอุปกรณ์ดังกล่าว ซึ่งคนร้ายใช้ระบบความคุมผ่านทางอินเทอรฺ์เน็ต จึงมีเพียงอุปกรณ์เท่านั้น ส่วนซิมบ็อกซ์ที่ตรวจยึดได้จำนวน 3 เครื่อง 1 เครื่องสามารถใส่ซิมการ์ดโทรศัพท์ได้ 128 ซิม 3 เครื่องรวม 384 ซิม ใช้โทรหลอกประชาชนวันละ 6,000 ถึง 7,000 ครั้ง
พล.ต.ต.ชยานนท์ กล่าวอีกว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่อยู่ตามแนวชายแดนไทยฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ได้ถูกทางการไทยตัดระบบส่งสัญญาณล้มเสาส่งสัญญาณ ทำให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ยากแก่การโทรหลอกเหยื่อ จึงได้ใช้วิธีนำเครื่องส่งสัญญาณเข้ามาในพื้นที่ในเมืองไทย หลังจากนี้จะตรวจยึดอุปกรณ์ทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนสภ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี ดำเนินคดี ส่วนตำรวจสืบสวนภาค 1 จะพิสูจน์ทราบตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามมาดำเนินคดี