จากกรณี “แบงค์ เลสเตอร์” หรือ นายธนาคาร คันธี อายุ 27 ปี อินฟลูเอนเซอร์คนดัง เสียชีวิตโดยมีสาเหตุคาดว่ามาจากการถูกจ้างดื่มเหล้าให้หมดแบน แลกเงิน 30,000 บาท จนเสียชีวิตเนื่องจากกระดกเหล้าปริมาณมากในเวลาอันรวดเร็วนั้น
ล่าสุดวันที่ 27 ธ.ค.2567 รายการโหนกระแส ได้พูดคุยกับญาติและครอบครัวของ “แบงค์ เลสเตอร์” รวมทั้งอินฟลูเอนเซอร์ ที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ก่อนที่ “แบงค์ เลสเตอร์” จะเสียชีวิต ตลอดจนความคิดเห็นของทนายความในมุมมองข้อกฎหมาย
โดยกรณีที่เกิดขึ้น ทนายแก้ว ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล มองว่า เรื่องนี้มองว่ามีคนว่าจ้างแน่นอน มีคนว่าจ้างให้แบงค์ดื่มเหล้าแน่นอน โดยคดีอาญา มาตรา 59 มีเจตนาเป็นจุดเริ่มต้นของคดีอาญา ซึ่งกรรีนี้เข้าคำว่าเล็งเห็นผล หรือเจตนาทางอ้อม เมื่อการกระทำนั้นมีเจตนาโดยที่บุคคลนั้นเล็งเห็นผลได้ว่าการดื่มแบบนี้เป็นอันตรายต่อร่างกาย แล้วผลมันเกิดกรณีการเสียชีวิต อาจจะเข้าข่ายเจตนาฆ่าได้เลย
พิธีกรถามว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเหมือนการท้าทายซึ่งแบงค์ก็มีสิทธิที่จะไม่ดื่มได้หรือไม่ ทนายแก้ว อธิบายว่า ตอนแรกแบงค์ดื่มแบงค์ได้ตัง พอกลับมานายเอ็มก็ให้ดื่มอีกรอบ ซึ่งแสดงว่าเขาเล็งเห็นผลได้ว่าถ้าดื่มอีกจะได้รับอันตราย และเมื่อมีการว่าจ้าง ได้รับสินจ้าง เมื่อเสียชีวิตก็จะเข้ามาตาม 288 คือเจตนาฆ่า
ทนายแก้ว มองอีกว่า เรื่องที่เกิดขึ้นส่วนตัวไม่ได้มองว่าเป้นความประมาท เพราะเป็นการกระทำที่เล็งเห็นได้โดยตรง เพราะเหล้ากินแล้วเมา และการยกดื่มเป็นขวดแบบนี้ คนปกติเขาไม่ทำกันด้วย
รถโดยสารกรุงเทพฯ – เมืองเลย กลับปีใหม่ตกข้างทาง เสียชีวิต-บาดเจ็บหลายราย
ด้านทนายโนบิ หรือ นายกฤษฎา โลหิตดี ทนายความ บอกว่า เรื่องนี้เทียบเคียงได้กับคดีปาร์ตี้บางบัวทอง (คดีลัลลาเบล) คือมีการจัดให้มีการดื่ม ซึ่งต้องดูว่าการดื่มในลักษระของคนทั่วไปดื่มหรือไม่ หากเป็นการดื่มปริมารมากๆแล้วมีการจูงใจ การพิจารณาคดีจะดูที่ผลของความตาย โดยคำถามคือถ้าน็อคเหล้าตายเพราะเหตุอะไร ใครเป็นคนให้ดื่ม ใครเป็นคนจัดงาน ใครเป็นคนเชียร์ยุยงส่งเสริม หากไม่มีคนให้เงินขนาดนี้จะมีคนดื่มไหม ซึ่งเป็นเรื่องที่ย่อมเล็งเห็นผลว่าผู้จัดงาน ผู้ที่ว่างจ้าง หรือกองเชียร์ ก็โดนกันหมด ยกเว้นแขกคนอื่นที่เข้าร่วมงานที่ไม่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้หากเทียบเคียงคดีลัลลาเบล คือ “น้ำอุ่น” เป็นคนให้ดื่ม ส่วนเจ้าของบ้านก็โดน และคนที่จ้างก็โดนทั้งหมด และในคดีนั้นจำเลยก็สู้ว่าลัลลาเบล สมัครใจดื่ม สมัครใจเสี่ยงภัย รู้อยู่แล้วว่าต้องดื่มดื่มแลกเงิน แต่ต้องดูปริมารที่ให้ดื่มด้วยว่าทำให้เขาตายได้หรือไม่
อย่างไรก็ตามการชันสูตรของแพทย์จะมีผลที่สำคัญมาก หากปริมารแอลกอฮอล์เกิน 400 มิลิกรัม จะทำให้ระบบการหายใจล้มเหลว ดังนั้นส่วนตัวของตนเองมองว่าเป็นเจตนาย่อมเล็งเห็นผล คดีนี้เป็นประมาทไม่ได้
เมื่อถามว่ามีหลายคนมองว่าเขาสมัครใจดื่มเอง ไม่กินก็ได้ ทนายโนบิ บอกว่า ศาลจะมองว่าการที่เอาเหล้ามาตั้งให้ 1 แบน คนทั่วไปปกติจะมีใครยกกินไหม แต่ข้อเท้จจริงคือมีการจ้างให้ดื่ม สัญญาว่าจะให้เงิน 1 หมื่นถึงจะดื่ม ลักษระนี้เป้นการจูงใจ และมีการถ่ายคลิป มีการโพสต์ ซึ่งก็ต้องถามว่าเป็นการทำไปเพื่อสร้างคอนเทนต์หรือไม่ แล้วมีรายได้เกิดจากการโพสต์คลิปหรือไม่