Top-PPTV-Poll Top-PPTV-Poll

“อาสาตำรวจจีน” บทพิสูจน์ความบริสุทธิ์ครั้งใหญ่ของวงการตำรวจไทย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“ทนายแจม-พ.ต.อ.วิรุตม์” เชื่อ เหตุการณ์ “อาสาตำรวจจีน” มีตำรวจจริงเอี่ยวด้วย เผยไม่ค่อยเชื่อถือกระบวนการ “ตำรวจสอบสวนตำรวจ”

เชื่อว่าข่าวใหญ่ที่หลายคนติดตามอย่างต่อเนื่องในวันนี้ คือกรณีของ “คอร์สอบรมอาตำรวจจีน” ที่มีการกล่าวอ้างว่า ถ้าชาวจีนจ่ายเงิน 38,000 บาท ได้บัตร เสื้อกั๊ก หมวก ที่มี “ตราองค์กรหน่วยงานตำรวจ”

เรื่องนี้ทำให้เกิดความกังวลอย่างมาในสังคม เนื่องจากอาจมีการแสวงหาประโยชน์จาก “พร็อป” ที่ผู้เข้าร่วมอบรมได้ไปเหล่านี้ โดยเฉพาะเมื่อคำนึงว่าประเทศไทยของเราดูจะเต็มไปด้วย “จีนเทา” จนสังคมเสียดสีว่าเรากำลังจะกลายเป็น “มณฑลไท่กั๋ว” ของจีนเข้าไปทุกที

คอนเทนต์แนะนำ
ผบช.น. สั่งสอบตำรวจ 2 นาย ร่วมคอร์สอบรมอาสาตร.จีน หากมีส่วนรู้เห็น ฟันอาญา-วินัย

“อาสาตำรวจจีน” บทพิสูจน์ความบริสุทธิ์ครั้งใหญ่ของวงการตำรวจไทย X/@lawyerJammy
หลักสูตร “อบรมอาสาตำรวจจีน”

คำถามสำคัญคือ เรื่องนี้จะสามารถเอาผิดใครได้หรือไม่ เมื่อดูเหมือนว่าจะมี “ตำรวจจริง” เข้ามาเอี่ยวด้วย

บัตรเดียวเสียวทั้งสังคม

“ทนายแจม” ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน ซึ่งเป็นผู้นำเรื่องอาสาตำรวจจีนมาเปิดเผยต่อสาธารณชน บอกว่า เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ชวนเอะใจมาก เพราะหากบอกว่าเป็นการอบรมเพื่อให้รู้กฎหมายไทย ก็ไม่จำเป็นต้องมีบัตรอาสา หมวก เสื้อกั๊ก หรืออุปกรณ์ใด ๆ ที่จะทำให้คนเข้าใจผิด

“ถ้าเป็นการอบรมให้ความรู้จริง นั่งอบรมปกติใส่ชุดอะไรก็ได้ ไม่ต้องยิงปืน ไม่ต้องใส่ชุดเหมือนตำรวจ” ทนายแจมบอก

นอกจากนี้ สส.กรุงเทพฯ บอกว่า โดยหลักการแล้ว หากอ้างว่าเป็นอาสาแจ้งข่าวจริง ไม่ควรออกบัตรให้ชาวต่างชาติ  ตามระเบียบคนที่จะเป็นอาสาแจ้งข่าวต้องมีสัญชาติไทย อายุ 20 ปีขึ้นไป หรือหากเป็นชาวต่างชาติ ต้องสมรสกับคนไทย หรือมีถิ่นที่อยู่ถาวรในไทย อยู่ใกล้ละแวกสถานีตำรวจ มีคนที่น่าเชื่อถือให้การรับรอง

“แต่อันนี้มีการเก็บเงิน ให้เสื้อกั๊ก สายคล้อง บัตร อาจทำให้เข้าใจผิด ว่าอบรมแล้วมีอำนาจหน้าที่ที่ตำรวจไทยมอบให้ ซึ่งเสี่ยงถูกนำไปใช้ในการทำเรื่องไม่ถูกต้องหรือเรื่องทุจริต” ทนายแจมกล่าว

ด้าน พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร เลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เสริมว่า การที่ตำรวจจะมาอบรมให้ความรู้ทางกฎหมายเป็นสิ่งที่ทำได้ แต่ต้องไม่มีการเสียเงิน ไม่มีการทำให้หลงเชื่อว่าจะได้เป็นตำรวจ “ถ้าเป็นแค่การอบรมก็อย่าไปออกหลักฐานติดตัวที่แสดงความเป็นตำรวจ ให้คิดว่าผ่านอบรมแล้วจะมีฐานะเป็นตำรวจ”

พ.ต.อ.วิรุตม์บอกว่า “เจตนาการออกบัตรเหมือนต้องการให้คล้ายบัตรตำรวจ แต่เนื้อความไม่ใช่ เพื่อหลีกเลี่ยง แต่คนทั่วไปถ้าดูแวบ ๆ ไม่รู้หรอกว่าบัตรอะไร”

พ.ต.อ.กล่าวอีกว่า “บัตรนี้มันไม่ใช่หลักฐานแสดงการเป็นตำรวจ เป็นบัตรที่สั่งร้านไหนทำก็ได้ แล้วเอามาใส่ลายเซ็นกับตราตำรวจ ... พวกคนจีนปกติที่อาจจะเดือดร้อนจากจีนเทา ถูกรังแก อาจต้องการบัตรเพื่อบอกว่าอย่ามายุ่งกับฉัน หรือถ้าเจอตำรวจจะเก็บส่วย การมีบัตรอาจทำให้ตำรวจต้องคิดหน่อย เหมือนเป็นการบอกว่าอั๊วะมีลูกพี่ตำรวจนะ หรืออีกกรณี พวกจีนเทาอาจถือบัตรนี้ไล่จับจีนเทาด้วยกันเอง ไปเรียกรับเงิน”

ทนายแจมเสริมว่า “ถ้าพูดกันตามความเป็จริงที่เจอกันอยู่ในสังคมไทยทุกวันนี้ เห็นข่าวทุนจีนอยู่แล้ว ดังนั้นอาจมองได้ว่า บัตรที่ได้ไปเอาใช้ไว้เป็นบัตรเบ่ง หรือเวลาเจอปัญหาก็เอามาแอบอ้างว่าเป็นตำรวจ”

สาเหตุที่ทำให้เกิดความกังวลเช่นนี้ ทนายแจมบอกว่า เป็นเพราะล่าสุดมีข้อมูลว่า คนที่อบรมจบไปแล้ว มี 27 คน และตำรวจสอบสวนเบื้องต้นแจ้งแล้วว่า ในจำนวนนี้ 14 คนเป็นนักศึกษา แต่ที่เหลือเป็น “บุคคลภายนอก” คำถามคือ บุคคลภายนอกเหล่านี้เป็นใคร และต้องการบัตรตำรวจปลอมไปเพื่ออะไร?

“มีข้อมูลว่า นักศึกษาไม่ได้เสียเงิน แต่คนนอกเก็บเงิน พอมีคนนอก แล้วคนนอกพวกนี้ทำธุรกิจหรือมีอะไรเสียหายหรือไม่ แต่เขาได้เอกสารไปแล้วนะ คนนอกเหล่านี้เป็นใคร ทำไมมาอบรมได้?” ทนายแจมตั้งคำถาม

สส.กรุงเทพฯ บอกว่า ถ้าจะมองแบบโลกสวย อาจมองว่าตำรวจหวังดี อยากให้มีอาสาคนจีนช่วยเป็นหูตา พูดจีนได้ฟังจีนออก แต่พอมีคนนอกทำให้เกิดการตีความเป็นอื่นได้

ตำรวจจริงมีเอี่ยว?

ทนายแจมยังกล่าวว่า เรื่องนี้มีโอกาสที่ตำรวจจริงจะมีเอี่ยว จากทีแรกที่นึกว่าเป็นโครการ “จีนต้มจีน” คนจีนหลอกเอาเงินกันเอง แต่จากการตรวจสอบชื่อตำรวจและอาจารย์มหาวิทยาลัยก็ปรากฏว่าเป็นตำรวจจริง เป็นอาจารย์จริง

“เรื่องนี้อาจมีคนกลางคอยเรียกเก็บเงิน ที่อาจรู้จักทั้งตำรวจทั้งอาจารย์ แล้วชวนมาทำโครงการนี้ด้วยกัน ... ถ้าจะบอกว่าตำรวจกับอาจารย์ไม่รู้เรื่อง ก็แปลก ๆ ไม่อย่างนั้นจะมาร่วมกันได้อย่างไร” ทนายแจมบอก

พ.ต.อ.วิรุตม์กล่าวว่า หากมีตำรวจจริงเอี่ยวด้วย ก็ถือว่า “เป็นเรื่องตามคาด” เพราะแค่นักศึกษาคงเรียกเงินได้ไม่เยอะพอ ไม่มีเงินพอ นักศึกษาทั่วไปอาจไม่ไหว ดังนันอาจมีคนนอก

แต่ถ้าบอกว่าคนนอกก็ไม่เสียเงิน โครงการนี้ไม่มีการเรียกเก็บเงินตามที่มีการพูดกัน “แล้วใครออกค่าใช้จ่ายในการอบรม สมมติบอกไม่เก็บ นักศึกษาฟรีคนนอกฟรี แล้วใครออกเงิน ในเมื่อมหาวิทยาลัยบอกไม่รู้เรื่อง”

พ.ต.อ.วิรุตม์เสริมว่า “จากประสบการณ์ส่วนตัว มั่นใจประมาณ 80% ว่าตำรวจมีเอี่ยวร่วมมือกับคนจีน”

ตำรวจต้องพิสูจน์ตัวเอง

ทนายแจมกล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ อยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดข้อมูลให้มากที่สุด เพื่เคลียร์ตัวเอง และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุแบบนี้อีกในอนาคต แต่ที่นน่าสนใจคือ “ตำรวจสืบตำรวจด้วยกัน จะได้ความจริงหรือไม่ ต้องเป็นภาระตำรวจในการพิสูจน์ตัวเอง”

ทนายแจมบอกว่า ช่วง 10 โมงเช้าวันที่ 3 ม.ค. มีรายงานว่าตำรวจเรียกทั้งอาจารย์มหาวิทยาลัยและนักศึกษาบางกลุ่มที่เข้าอบรมไปที่สถานีตำรวจแล้ว โดยอ้างว่า “เพื่อสอบถามข้อมูล”

นั่นทำให้เกิดความกังวลว่า หลังจากนี้ ถ้าสื่อหาตัวผู้เข้าอบรมหรือคนที่เกี่ยวข้องเจอ อาจจะได้รับชุดคำตอบเดียวกันหมด

“ถ้าตำรวจถึงตัพยานวก่อน การจะได้ความจริงดูยากเหมือนกัน เรื่องนี้ถ้าพูดคุยกันไว้ก่อน พยานชาวจีนคงไม่กล้าออกมาปีกกล้าขาแข็ง คงกลัว ลูกความต่างชาติแรก ๆ ใจสู้ แต่เจอตำรวจกลับมาเปลี่ยนไปทุกคน เพราะพวกเขามีข้อจำกัดหลายอย่าง ทั้งอาชีพการงาน การเรียน ไม่เป็นผลดีเขา หรือถ้าจะต้องให้การที่มีผลลบกับตำรวจ เขาไม่กล้าเสี่ยง เรื่องนี้ตำรวจต้องแสดงความบริสุทธิ์ใจอย่างตรงไปตรงมาที่สุด” ทนายแจมบอก

พ.ต.อ.วิรุตม์บอกว่า “เดาจากพฤติกรรมเลยนะ เป็นการซักซ้อมพยาน ไม่อย่างนั้นถ้าบอกว่ามีเก็บเงิน ยุ่งแน่ ต้องเตี๊ยมกันว่าไม่มีการเก็บ ถ้าใครโวยวายก็คืนเงินไป”

เลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมบอกว่า “ให้ตำรวจสอบตำรวจ ก็ได้แต่ความเท็จ ทุกเรื่องที่ตำรวจตรวจสอบกันเอง จริงแค่ 10-20% เรียกว่าหนักเป็นเบาทุเลาเป็นหาย ... แต่ถ้าสมมติบอกว่าไม่ผิด แปลว่าเปิดให้ทำต่อไปเลยดีหรือไม่”

อย่างไรก็ตาม ทนายแจมบอกว่ายังขอมีความหวังและความเชื่อมั่นในสถาบันตำรวจไทยอยู่ ต้องรอดูว่าตำรวจจะให้ความกระจ่างเรื่องนี้อย่างไร “ต้องชัด สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสียหาย ปชชไม่เชื่อในสิ่งที่ท่านทำ จะมีคำถามต่อไปเรื่อย ๆ ถ้าในวันสองวันนี้แถลงออกมาไม่น่าพอใจ หรือตอบคำถามสังคมไม่ได้ อาจต้องเอาเข้าคณะกรรมาธิการในสภา”

สส.กรุงเทพฯ เสริมว่า “เข้าใจว่าตำรวจเหนื่อย เงินน้อย สวัสดิการแย่ อาจต้องหาลำไพ่พิเศษ แต่มองว่าคดีนี้จะเป็นผลดีกับตำรวจถ้าออกมาชี้แจงแก้ไข ให้เรื่องนี้เป็นประโยชน์สาธารณะ เพื่อเป็นประโยชน์ในอนาคต”

Bottom-election Bottom-election

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ