ความคืบหน้ากรณีที่มีคนออกมาแฉ ร้านเดอะมูนบาร์ (The moon bar) ว่า มีพฤติกรรมรุนแรงกับลูกค้า ก่อนที่เพจดังจะแฉซ้ำข้อมูลซ้ำอีกหลายประเด็น ทั้งเรื่องเปิดเกินเวลา ขายเหล้าปลอม รวมอาจมีการถ่ายหน้าบัตรประชาชนของลูกค้าไปขายต่อด้วย ล่าสุด ตำรวจประสาน สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPC และ ฝ่ายปกครองร่วมกันตรวจสอบเรื่องนี้ ขณะที่ผู้เสียหายวันนี้ก็ทยอยเข้าแจ้งความกับตำรวจให้ตรวจสอบข้อมูลส่วนตัวว่าหลุดรอดออกจากร้านดังกล่าวหรือไม่ พร้อมแฉ ร้านเปิดเกินเวลาจริงๆ บางวันตี 3 ก็ยังไม่ปิด
ซึ่งเมื่อวานนี้ น.ส.ญาณิพัชญ์ ศรีโคตร นายอำเภอบางใหญ่ , พ.ต.อ.รณภัฎ ทับทิมธงไชยผกก.สภ.บางใหญ่ พร้อมด้วยตำรวจ สภ.บางใหญ่ และฝ่ายปกครองอำเภอบางใหญ่ ตรวจเข้มงวดสถานบริการให้ปฎิบัติตามกฏหมายโดยเคร่งครัด ก่อนที่จะสั่งปิดร้านเดอะมูนบาร์เป็นเวลา 5 วัน
ขณะที่ล่าสุด พ.ต.อ.รณภัฎ ทับทิมธงไช ผกก.สภ.บางใหญ่ พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบและกำกับดูแล สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPC และ นายกษิดินทร ธนาภัคธรณ์ ปลัดอำเภอบางใหญ่ รับผิดชอบฝ่ายความมั่นคง ร่วมกันแถลงข่าว ความคืบหน้ากรณีตรวจสอบสถานบันเทิงเดอะมูนบาร์ หลังจากได้รับการร้องเรียนหลายประเด็นเช่น การทำร้ายร่างกายผู้ใช้บริการ การเปิดสถานบันเทิงเกินเวลา รวมถึงในสื่อโซเชียลเปิดเผยข้อมูล อ้างว่า สถานบันเทิงดังกล่าวมีการถ่ายหน้าบัตรประชาชนของลูกค้า แล้วนำไปขายต่อให้กลุ่มจีนเทา โดยเชื่อมโยงไปถึงเรื่องเว็บพนันด้วย
โดย พ.ต.อ.รณภัฎ ทับทิมธงไช ผกก.สภ.บางใหญ่ บอกว่า ขณะนี้มีผู้เสียหายที่กังวลว่า จะถูกนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ เข้าลงบันทึกประจำวันแล้ว 65 คน โดยจำนวนนี้เจ้าหน้าที่จะนำเข้าระบบของหน่วยงาน PDPC ให้โดยที่ไม่ต้องร้องเรียนในระบบซ้ำ ส่วนผู้เสียหายรายอื่นที่ยังไม่ได้เข้าแจ้งความทาง สภ. บางใหญ่ ทางตำรวจก็ตั้งโต๊ะไว้ให้บริการทุกวัน ส่วนผู้เสียหายที่ถูกทำร้ายร่างกาย ลักษณะมีแผลฟกช้ำขณะนี้รอผลแพทย์ และผลการสอบปากคำ รวมถึงทางตำรวจยังอยู่ระหว่างรวบรวมประเด็นข้อสงสัยเพิ่มเติม ซึ่งหลังจากนั้นก็จะเชิญทางผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งที่ปรากฏในคลิปรวมถึงเจ้าของร้านมาให้ข้อมูลต่อไป
ส่วนกรณีที่ในเพจโซเชียลมีการเปิดเผยข้อมูลว่าเจ้าของร้านมีพ่อเป็นผู้บัญชาการภาค จนมีความกังวลใจเรื่องการทำคดีนั้น ผกก.สภ.บางใหญ่ จากการตรวจสอบไม่พบข้อเท็จจริงว่าเป็นไปตามที่ในเพจโซเชียลโพสต์ข้อมูล แต่จากการตรวจสอบอาจมีญาติเป็นตำรวจจริง แต่เป็นตำแหน่งในอดีตไม่ใช่ยศปัจจุบัน รวมถึงตัวเองก็ไม่ได้ รู้จักบุคคลนี้ ไม่คุ้นชื่อด้วยซ้ำ พร้อมยืนยันว่าไม่ต้องกังวลเรื่องการทำคดี จะทำอย่างตรงไปตรงมาแน่นอน
ด้าน พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบและกำกับดูแล PDPC บอกว่า สืบเนื่องมาจากก่อนหน้านี้ทางสำนักงาน PDPC ตรวจพบข้อมูลจากเพจ “แบน The moon bar” โพสต์ข้อมูลว่า พนักงานของร้านดังกล่าวถ่ายหน้าบัตรประชาชนของลูกค้า และอาจนำไปขายต่อ ซึ่งเป็นเหตุนำไปสู่อาชญากรรมอื่นที่ร้ายแรง จึงมองว่าเรื่องนี้น่าสนใจประกอบกับทางหน่วยงานความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรีอยู่แล้วว่าหากเกิดเหตุที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล สามารถแจ้งเหตุมาที่สำนักงานเพื่อตัดไฟตั้งแต่ต้นลมได้ ซึ่ง จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น ประเด็นแรกเรื่องการถ่ายหน้าบัตรประชาชนเพื่อเข้าร้าน มองว่าอาจเป็นการเก็บข้อมูลเกินความจำเป็น หลังจากนั้นต้องตรวจสอบในประเด็นที่สองคือเมื่อเก็บรวบรวมข้อมูลไปแล้วมีการนำไปเปิดเผยหรือแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นการละเมิดสิทธิ์ ข้อมูลที่เป็นความลับส่วนบุคคล ต้องแก้ไขยับยั้งในทันที
โดยการตรวจสอบอย่างแรกคือ ต้องให้เจ้าของร้านตรวจสอบว่า พนักงานของร้านมีพฤติกรรมลักษณะดังกล่าวจริงหรือไม่ ต่อมาคือ ส่วนของผู้เสียหายที่มีการแจ้งความกับทางตำรวจ ก็จะให้เจ้าหน้าที่แนะนำสิทธิ์แจ้งเรื่องมายังหน่วยงาน PDPC เนื่องจากตามกระบวนการจะมีช่องทางเยียวยาความเดือดร้อนด้วย
ส่วนกรณีที่เมื่อคืนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจรวมถึงฝ่ายปกครอง ลงตรวจสอบร้านเดอะมูนบาร์ ก่อนให้ปิดชั่วคราว 5 วันนั้น นายกษิดินทร ปลัดอำเภอบางใหญ่ บอกว่า จากการตรวจสอบไม่พบการกระทำความผิดทางกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกินเวลา, อนุญาตให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าร้าน หรือเรื่องยาเสพติดหรืออาวุธผิดกฎหมาย แต่เนื่องจากสถานการณ์ในขณะนี้มีการร้องเรียนเข้ามาเพื่อเป็นการเคลียร์ปัญหาต่างๆจึงขอความร่วมมือให้ทางร้านปิดให้บริการชั่วคราวก่อน 5 วัน
นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ยังแนะนำ ให้ทางร้านเพิ่มไฟสองสว่าง ในจุดที่สุ่มเสี่ยงกระทำความผิด และให้ติดประกาศใบอนุญาตให้ชัดเจน ในส่วนของการจดทะเบียนร้านดังกล่าวเป็นการจดทะเบียนลักษณะร้านอาหารที่คล้ายสถานบริการเนื่องจากในจังหวัดนนทบุรีไม่สามารถออกใบอนุญาตสถานบริการได้ มีใบอนุญาตให้จำหน่ายเหล้าบุหรี่จากสรรพสามิตถูกต้อง มีใบอนุญาตจัดจำหน่ายอาหารหรือสะสมอาหาร และใบอนุญาตสถานประกอบการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า มีลูกค้าออกมาให้ข้อมูลว่าทางร้านจำหน่ายเหล้าปลอมนั้น ปลัดอำเภอบางใหญ่บอกว่าในส่วนนี้ต้องให้เจ้าหน้าที่สรรพสามิตเข้ามาตรวจสอบซึ่งเบื้องต้นได้ประสานข้อมูลไปเรียบร้อยแล้ว
ส่วนเรื่องการตรวจสอบเกินเวลา ยืนยันว่ามีการกวดขันอยู่ตลอดทั้งฝ่ายปกครองและตำรวจ ซึ่งปกติจะเป็นเที่ยงคืนแต่เนื่องจากช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมาก็จะมีการอนุโลมให้เปิดได้ถึงช่วง 6 โมงเช้า ซึ่งคาดว่าที่มีการร้องเรียนก็น่าจะเป็นช่วงเทศกาล ส่วนข้อสงสัยที่ว่าทำไมการลงตรวจสอบครั้งนี้ถึงไม่พบสิ่งผิดปกติหรือสิ่งผิดกฎหมายมีการแจ้งทางร้านล่วงหน้าหรือไม่ทางปลัดอำเภอบางใหญ่ยืนยันว่าไม่ได้แจ้งล่วงหน้าแน่นอน
ด้านนายอธิวัฒน์ สิริกังวาลวงศ์ ผู้ก่อตั้งเพจกล้าที่จะก้าว วันนี้ก็ได้พาผู้เสียหายนำหนังสือยื่นถึง นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ในฐานะผู้ที่กำกับดูแลฝ่ายปกครองในพื้นที่ให้ตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย
ขณะที่ทีมข่าวพยายามติดต่อไปหาเจ้าของร้านเดอะมูนบาร์ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงในประเด็นต่างๆแต่ทางเจ้าของร้านปฏิเสธให้สัมภาษณ์โดยบอกว่าไม่พร้อมชี้แจงในทุกประเด็น หากอีกฝั่งจะแจ้งความก็ให้ดำเนินการตามกฎหมายได้เลย