กรณีการโดดตึกฆ่าตัวตายของคนไทยจากตึก 25 ชั้น ในพื้นที่ประเทศกัมพูชา ที่เชื่อว่าเป็นฐานที่ตั้งใหญ่ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ยังเป็นที่จับตาอย่างต่อเนื่อง โดยวันที่ 10 มกราคม 2568 พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. ให้ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวในรายการเปิดโต๊ะข่าว PPTV HD 36 เกี่ยวกับคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ระบุว่า ยังมีสาเหตุที่ไม่ชัดเจน และอยู่ระหว่างการสอบสวน
อย่างไรก็ตาม ตึกที่เกิดเหตุและบริเวณใกล้เคียงเป็นที่รู้จักว่าเป็นฐานปฏิบัติการของกระบวนการผิดกฎหมาย พบว่ามีคนไทยจำนวนมากสมัครใจไปทำงาน โดยไม่มีการหลอกลวง แต่ทราบล่วงหน้าว่าต้องทำงานอย่างไร แม้จะผิดกฎหมาย
พล.ต.ท.ไตรรงค์ เผยว่า ตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคม 2567 ถึง มกราคม 2568 มีคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เกี่ยวพันกับตึกละแวกดังกล่าว ที่ถูกออกหมายจับ จับได้แล้ว รับสารภาพ และอื่น ๆ ก็ยังไม่พบว่าเป็นการหลอกลวง ส่วนการบุกจับหรือทลายเครือข่ายในพื้นที่ดังกล่าว จำเป็นต้องประสานงานกับกัมพูชา เนื่องจากเป็นเขตอำนาจของประเทศนั้น
ในส่วนของตำรวจไทยพยายามดำเนินการร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ อย่างเต็มที่ มีการส่งหมายจับกว่า 200 หมายตั้งแต่ปีที่ผ่านมา แต่ยังไม่สามารถจับกุมได้ ทั้งนี้ การตัดสินใจดำเนินการอยู่ในดุลยพินิจของเจ้าของพื้นที่
พล.ต.ท.ไตรรงค์ เตือนว่า สำหรับประชาชนที่พิจารณาจะไปทำงานในลักษณะนี้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ เตือนว่า การกระทำดังกล่าวผิดกฎหมายไทย และอาจเข้าข่ายมีส่วนร่วมในอาชญากรรมข้ามชาติที่มีโทษร้ายแรง ทั้งยังเสี่ยงต่อการถูกกดดันหรือกดขี่ในสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด
สุดท้าย พล.ต.ท.ไตรรงค์ ย้ำว่า ตำรวจไทยยืนยันความตั้งใจในการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานอย่างเต็มที่ แต่ลักษณะของปัญหานี้เป็นอาชญากรรมข้ามชาติที่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งมีข้อจำกัดและอุปสรรคที่ต้องแก้ไขร่วมกันต่อไป