หลังจากที่ พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 หรือ “กฎหมายสมรสเท่าเทียม” ซึ่งมีเนื้อหารับรองการสมรสของบุคคลไม่จำกัดเฉพาะชาย - หญิงอีกต่อไป ผ่านการเห็นชอบและประกาศในราชกิจจานุเบกษา และจะประกาศใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 23 มกราคมนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยอมรับสิทธิและเสรีภาพของทุกคนในสังคม เป็นสิ่งที่หลายคนรอคอยมาอย่างยาวนาน
วันนี้ PPTV ได้รวบรวมข้อมูลทั้งคุณสมบัติของผู้ที่สามารถจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมได้ เอกสารสำคัญและขั้นตอนที่จำเป็น เพื่อให้ทุกคู่รักเตรียมพร้อมในวันสำคัญที่ใกล้จะถึงนี้
เตรียมความพร้อม ก่อนจดทะเบียน "สมรสเท่าเทียม"
- ศึกษาข้อกำหนดและสิทธิที่มาพร้อมกับการสมรส เช่น คู่สมรสมีสิทธิตัดสินใจเมื่อคู่ของตนประสบปัญหาสุขภาพ และมีสิทธิตามกฎหมายในการดูแลบุตร กรณีมีการรับบุตรบุญธรรม
- แจ้งครอบครัว ญาติใกล้ชิดหรือเพื่อนสนิท เพื่อสร้างความเข้าใจและสนับสนุนทั้งคู่ในช่วงเวลาสำคัญ
- พูดคุยและวางแผนชีวิตคู่ร่วมกัน เช่น เป้าหมายในอนาคต บทบาทในครอบครัว
คุณสมบัติผู้จดทะเบียน "สมรสเท่าเทียม"
- ทั้งสองฝ่ายต้องมีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป (ต่ำกว่า 18 ปี ต้องได้รับอนุญาตจากศาล)
- ทั้งสองฝ่ายต้องไม่เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดา หรือร่วมแต่บิดาหรือมารดา
- ทั้งสองฝ่ายต้องไม่เป็นบุคคลวิกลจริต หรือไร้ความสามารถ
- ทั้งสองฝ่ายต้องไม่มีการสมรสซ้อน หรือสถานภาพที่ขัดต่อกฎหมาย
- ต้องเป็นการสมรสโดยความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย
- ผู้รับบุตรบุญธรรมจะสมรสกับบุตรบุญธรรมไม่ได้
- หญิงที่ชายผู้เป็นคู่สมรสตาย หรือการสมรสสิ้นสุดลงด้วยเหตุผลอื่น จะสมรสใหม่ได้ต่อเมื่อสิ้นสุดการสมรสไปแล้วมากกว่า 310 วัน เว้นแต่ คลอดบุตรแล้วในระหว่างนั้น, ศาลมีคำสั่งให้สมรสได้, สมรสกับคู่สมรสเดิม, มีใบรับรองแพทย์ว่าไม่ได้ตั้งครรภ์
เอกสารที่ต้องใช้
- บัตรประชาชน หรือ หนังสือเดินทาง (กรณีชาวต่างชาติ) ของทั้งสองฝ่าย
- พยานบุคคล จำนวน 2 คน และต้องเป็นผู้บรรลุนิติภาวะ (อายุ 20 ปีขึ้นไป)
- หนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง (กรณีที่อายุยังไม่ครบ 20 ปี)
- สัญญาก่อนสมรส (ถ้ามี)
- กรณีชาวต่างชาติ จะต้องมีหนังสือเดินทาง หนังสือรับรองการสมรส โดยเอกสารต้องแปลเป็นภาษาไทย และรับรองจากกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
"สมรสเท่าเทียม" จดทะเบียนได้ที่ไหน?
- สำนักงานเขตทุกพื้นที่ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร
- ที่ว่าการอำเภอของแต่ละจังหวัด
- สถานกงสุลไทยในต่างประเทศ
ค่าใช้จ่ายการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียม
- ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ หากเป็นการจดทะเบียนสมรสในสำนักงาน
- หากมีการจดทะเบียนสมรสนอกสำนักงาน จะต้องจัดรถสำหรับรับ – ส่งนายทะเบียน และมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมอีก 200 บาท
หากหย่า สามารถทำได้ 3 กรณี
- จดทะเบียนหย่า โดยการยินยอมทั้งสองฝ่าย
- คู่สมรสเสียชีวิต
- คำสั่งศาลให้ถอนสมรส
เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการหย่า
- บัตรประชาชน หรือหนังสือเดินทาง (กรณีชาวต่างชาติ)
- สัญญาการหย่า
- พยานบุคคล จำนวน 2 คน และต้องเป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะ (อายุ 20 ปีขึ้นไป)
- คำสั่งศาล (ถ้ามี)
ทั้งนี้ ยังมีกิจกรรมดี ๆ ให้ได้เข้าร่วมเป็นพิเศษอีกด้วยกับงาน Marriage Equality Day ในวันที่ 23 มกราคม 2568 เวลา 08.00 น. - 22.00 น. ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน โดยกิจกรรมแบ่งเป็น 3 ช่วง ดังนี้
ช่วงที่ 1 Marriage Equality
จุดเริ่มต้นประวัติศาสตร์แห่งความเท่าเทียม ประกอบไปด้วย
- การจดทะเบียนสมรสเท่าเทียม
- พิธีเปิดงานและแห่ขบวนสมรส
- งานเสวนา “การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพในยุคสมรสเท่าเทียม”
ช่วงที่ 2 Marriage Identity
เฉลิมฉลองความหลากหลาย มีการเดินพรมแดง Pride Carpet
ช่วงที่ 3 Marriage Celebration
ร่วมฉลองประวัติศาสตร์ ประกอบไปด้วย
- แถลงสมรสเท่าเทียม และอวยพรคู่สมรส จากนางสาว แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนาย เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียม
- ประกาศความสำเร็จการจดทะเบียนสมรสในกรุงเทพมหานคร และสถิติคู่สมรสที่จดทะเบียนทั่วประเทศ โดยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
- การแสดงจากศิลปิน
สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอทุกแห่งพร้อมให้บริการคู่รักทุกคู่ในวันที่ 23 มกราคมนี้ สามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมหรือสอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานเขตใกล้บ้าน