Top-PPTV-Poll Top-PPTV-Poll

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ สั่งจำคุก 2 ปี "พิรงรอง" ผิด ม.157 ล่าสุดได้ประกันตัว!

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิพากษาคดี “พิรงรอง” กรรมการ กสทช. สั่งจำคุก 2 ปี ผิดปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157 ล่าสุดได้รับการประกันตัว ไม่กระทบตำแหน่ง กสทช.

จากกรณีศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ตลิ่งชัน มีการนัดฟังคำพิพากษา ในคดีหมายเลขดำที่ อท.167/2566 ระหว่างฝ่ายโจทก์ คือ บริษัทเอกชนเกี่ยวกับการสื่อสารรายหนึ่ง โดยมีจำเลย คือ ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านกิจการโทรทัศน์ ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ในวันที่ 6 ก.พ. 2568 นี้

คอนเทนต์แนะนำ
ประวัติ "พิรงรอง รามสูต" กรรมการ กสทช. ผู้ค้านควบรวม "ทรู-ดีแทค"

พิรงรอง ช่างภาพพีพีทีวี
ดร.พิรงรอง รามสูต กสทช.

โดยล่าสุดมีรายงานว่า ศาลมีคำพิพากษา จำคุก 2 ปี มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 รอลุ้นประกันตัว อย่างไรก็ตาม หาก ดร.พิรงรอง ไม่ได้รับสิทธิให้ประกันตัวระหว่างรอการอนุมัติการอุทธรณ์ จะต้องสิ้นสภาพการเป็น กสทช. ทันที

อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า ศาลอนุญาตให้ดร.พิรงรอง รามสูต ประกันตัว เพื่อต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ โดยวางหลักทรัพย์ค้าประกัน 120,000 บาท พร้อมด้วยเงื่อนไขห้ามเดิมทางออกนอกประเทศ ซึ่งจะเท่ากับว่า  ดร.พิรงรอง ยังไม่สิ้นสภาพการเป็น กสทช. ทั้งนี้เนื่องจากคุณสมบัติของ กสทช. ตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 มาตรา 7 (6) และ (7) กำหนดลักษณะต้องห้ามของกรรมการ กสทช. ว่า เป็นบุคคลที่ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล หรือ เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

นางสาว สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค ให้สัมภาษณ์ภายหลังฟังคำพิพากษาว่า พูดลำบากเหมือนกัน พูดไม่ค่อยออก ใครไปฟังก็คงพูดยาก เพื่อนอาจารย์ก็คงเสียใจกันมาก เราก็ผิดหวังและผิดคาด เมื่อมีคำพิพากษาจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา เราก็ต้องเคารพคำพิพากษาของศาล ส่วนของอาจารย์ต้องว่าไปตามกระบวนการ เรามั่นใจว่าอาจารย์คงจะอุทธรณ์ แต่เรายังไม่ได้คุยรายละเอียด เชื่อว่าอาจารย์จะต่อสู้คดีต่อไป

อย่างไรก็ตามคดีดังกล่าว สืบเนื่องจากการที่มีผู้บริโภคร้องเรียนมาที่สำนักงาน กสทช. ในปี 2566 หลังจากได้พบว่าบนแพลตฟอร์มของแอปพลิเคชันหนึ่งมีการโฆษณาแทรกในช่องรายการทีวีดิจิทัลของผู้ได้รับใบอนุญาตจาก กสทช. ซึ่งบริษัทดังกล่าว ในฐานะผู้ให้บริการแอปพลิเคชันดังกล่าว ได้นำสัญญาณมาถ่ายทอดในแพลตฟอร์มของตนเอง

ต่อมาคณะอนุกรรมการพิจารณาอนุญาตด้านกิจการโทรทัศน์ได้พิจารณาและเสนอความเห็นในเรื่องดังกล่าว และ สำนักงาน กสทช. ได้ออกหนังสือแจ้งไปยังผู้ประกอบการฯให้ตรวจสอบว่ามีการนำช่องรายการที่ได้รับอนุญาตไปออกอากาศผ่านโครงข่ายใดหรือนำไปแพร่ภาพในแพลตฟอร์มใดและให้ปฏิบัติตามประกาศ กสทช. และเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด ซึ่งเป็นไปตามหลัก “มัสแครี่” (Must Carry) ที่มีโฆษณาแทรกไม่ได้

แม้หนังสือดังกล่าวไม่ได้ส่งตรงไปยังบริษัทดังกล่าวฯ เนื่องจากบริษัทไม่ได้เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตและไม่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กสทช. แต่บริษัทฯได้อ้างว่าการออกหนังสือดังกล่าวทำให้ตนเองเสียหาย จึงนำมาซึ่งการฟ้องร้องต่อการทำหน้าที่ของประธานอนุกรรมการชุดนี้ คือ ดร.พิรงรอง รามสูต

ซึ่งในคำร้องของบริษัทดังกล่าวฯ อ้างว่าหนังสือดังกล่าวเป็นเหตุที่ทำให้ตนเองได้รับความเสียหายเนื่องจากผู้รับใบอนุญาตประเภทช่องรายการโทรทัศน์ อาจทำการระงับการเผยแพร่รายการต่าง ๆ ผ่านทางแพลตฟอร์มของตน ในคำร้องได้อ้างว่าทางสำนักงาน กสทช. ยังไม่มีระเบียบเฉพาะในการกำกับดูแลกิจการ OTT (Over-The-Top หรือการให้บริการสตรีมเนื้อหาผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ต)

Bottom-election Bottom-election

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ