เมื่อเวลา 10.00 น. กัน จอมพลัง ได้พาเหยื่อรายใหม่ที่โดนแก๊ง LGBTQ ทำร้ายร่างกายมาเปิดใจกับสื่อมวลชน โดย น้องเฟิร์น ผู้เสียหายเดินทางมาจากจังหวัดระยองเพื่อขอความช่วยเหลือ
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อปลายปี 2566 จุดเริ่มมาจากคลิปที่ผู้เสียหายถ่ายลงติ๊กต๊อก เป็นบรรยากาศห้องของ จัสมิน เพื่อนในแก๊ง โอชิ ซึ่งตอนแรกเจ้าของเต็มใจให้ลงคลิป แต่เมื่อวีดีโอดังกล่าวเป็นไวรัล ก็มีผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาคอมเมนต์ว่าห้องคุ้นจัง ต่อมาจึงรู้ว่าคนนี้เคยมีอะไรกับ จัสมิน แต่ไม่ได้เป็นแฟนกัน
หลังจากนั้นก็ผิดใจกัน คู่กรณีคิดว่าผู้เสียหายแอบไปคุยกับผู้ชายคนดังกล่าว มีการยกพวกมาตามที่ห้องของ น้องเฟิร์น โดยเจ้าตัวรีบเข้าไปหลบในบันไดหนีไฟ แต่ก็โดนหาเจอจึงโดนรัวทั้งหมัดและเท้าจนติดกำแพง ไม่พอยังเอารองเท้าฟาดหัวไม่ยั้ง หลังเกิดเรื่องทำทีเหมือนเห็นใจ บอกให้กินยาด้วยนะ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเจตนาดีหรือตั้งใจเยาะเย้ย
ถัดมาไม่ถึง 1 สัปดาห์จากเหตุการณ์แรก กลุ่มคู่กรณี้ก็ไปบังเอิญเจอผู้เสียหายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง จึงโดนลากเข้าห้องน้ำไปซ้อมจนยับเยิน น้องเฟิร์น นั่งร้องไห้อยู่เพียงลำพัง เมื่อคู่กรณีกลับไปหมดแล้วจึงค่อยๆคลานตัวออกมาล้างเลือด
ไม่จบเพียงเท่านี้อีก 2 สัปดาห์ต่อมา เจอแก๊งนี้ทำร้ายร่างกายอีกซึ่งครั้งนี้หนักสุด โดนลากไปมุมมืดเพื่อฉีกเสื้อและดึงผม ยิ่งไปกว่านั้นคือใช้สายกระเป๋ามารัดคอ จากนั้นก็ถ่ายคลิปทั้งที่ท่อนบนเปลือยเปล่าและใบหน้าเต็มไปด้วยเลือด โดยผู้เสียหายโดนเท้าเสยหน้าจนสลบไปฟื้นอีกทีตอนเช้า ซึ่งเพื่อนๆ พากลับห้องไม่กล้าพาไปโรงพยาบาล เนื่องจากกลัวเจอกลุ่มนี้อีก
ผู้เสียหายเผยว่าไม่กล้าแจ้งความเพราะกลัวคนพวกนี้ อีกทั้ง โอชิ เคยพูดว่าบอกเป็นลูกหลายอัยการ อยากแจ้งก็แจ้งเลย ส่วน พีม ไม่เคยเจอและไม่รู้จัก แต่ที่สนิทกับแก๊ง โอชิ เพราะทำงานละแวกรังสิต ไปเจอพวกนี้ตามสถานบันเทิงบ่อยๆ
ส่วนที่เพิ่งมาร้อง กัน จอมพลัง เพราะมีรุ่นพี่ส่งคลิปมาให้ดูว่าใช่เราไหม ซึ่งคลิปนี้ไม่เคยเห็นมาก่อน ถามว่าทำไมเขาถึงหยุดทำร้าย เพราะหลังจากเจอเหตุไป 3 รอบ ผู้เสียหายย้ายที่อยู่ทันที
ด้าน กัน จอมพลัง เผยว่าเคสรุ่นพี่ LGBTQ จะตามขุดให้หมด ไม่ปล่อยให้ใครลอยนวล เนื่องจากยังมีอีกหลายคนที่ไม่เคยโดนดำเนินคดี สำหรับกรณี โอชิ ทำคนโดยไม่มีเหตุผลอยู่แล้ว เพื่อนบอกให้ทำก็ทำ โดยอ้างว่ากลัวเพื่อนว่า กลัวเพื่อนไม่รัก
หลังจากนั้น กัน จอมพลัง ได้ลงพื้นที่แฟลตบ่ายคลองเตยเพื่อไปพูดคุยกับ พ่อ-แม่ของ พีม เนื่องจากรู้สึกผิดที่เอาลูกเขาเข้าคุก ก็ได้ทราบเรื่องเพิ่มเติมว่า พีม โกหกครอบครัวไว้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินที่อ้างว่าจะนำไปจ่ายค่าหน่วยกิต แต่เมื่อไปถามทางมหาวิทยาลัยกลับไม่พบข้อมูลการลงเรียนใดๆ