ทลายแก๊งฟอกเงินมังกรเทา แค่ 2 ปีฟอกเงินป้อนจีนเทากว่า 2.9 พันล้าน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ตำรวจสอบสวนกลาง ทลายแก๊งฟอกเงินมังกรเทา! อึ้งแค่ 2 ปีถอนเงินสดแลกเหรียญดิจิทัล ป้อนนายทุนจีนเทากว่า 2.9 พันล้าน

วันที่ 18 ก.พ. ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก.พล.ต.ต.ไพบูลย์ น้อยหุ่น รอง ผบช.ก.,พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาภัย ผบก.ปอท., พ.ต.อ.ประดิษฐ์ เปการี รอง ผบก.ปอท., พ.ต.อ.วัชรพันธ์ ศิริพากย์, พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ รอง ผบก.ปอท. และ พ.ต.สุพจน์ พุ่มแหยม ผกก.2 บก.ปอท. ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหารวม 10 รายในหลายฐานความผิด ซึ่งเป็นสมาชิกแก๊งฟอกเงิน และเจ้าของบัญชีม้า

จับแก๊งฟอกเงิน ตำรวจสอบสวนกลาง
ตำรวจสอบสวนกลาง ทลายแก๊งฟอกเงินมังกรเทา

ประกอบด้วย 1.น.ส.อัจฉราฯ อายุ 27 ปี 2.MR.GAO อายุ 35 ปี 3.MR.XIONG อายุ 30 ปี 4..MR.MAO อายุ 46 ปี 5.MRS.ZHOU อายุ 44 ปี 6.น.ส.พรทิพย์ฯ อายุ 44 ปี 7.นายนพวิทย์ฯ อายุ 31 ปี 8.นายชลธีฯ อายุ 21 ปี 9. น.ส.ปัณฑารีย์ฯ อายุ 26 ปี 10.น.ส.สุภาวดีฯ อายุ 39 ปี

ซึ่งทั้งหมดต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน,สมคบโดยการตกลงตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน, ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันเป็นอั้งยี่"

ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อประมาณปลายเดือน ก.พ.2567 ได้มีผู้เสียหายซึ่งต้องการหางานทำเพื่อหารายได้พิเศษได้พบโพสต์ประกาศหางานในสือโชเชียลมีเดีย ก่อนถูกหลอกให้นำเงินมาลงทุน โดยมีผลตอบแทนประมาณ 30%-50% แต่พอผู้เสียหายนำเงินไปลงทุนมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งไม่สามารถถอนเงินออกมาจากระบบได้ จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับ พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอท. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

บิ๊กก้อง ตำรวจสอบสวนกลาง
พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก.

จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปอท. ได้ดำเนินการสืบสวน โดยพบว่าขบวนการดังกล่าวมีการทำเป็นขบวนการ มีผู้ร่วมขบวนการทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยขบวนการดังกล่าวมีการยักย้ายถ่ายเงินที่ได้จากการทำความผิดแปลงเป็นทรัพย์สินดิจิทัล จากนั้นมีการยักย้ายถ่ายเทไปอีกหลายทอด จนกระทั่งโอนเข้ากลุ่มผู้ต้องหาที่ทำหน้าที่ฟอกเงิน ก่อนแลกเปลี่ยนเงินดิจิทัลเป็นเงินสด เพื่อนำส่งให้ภายในประเทศไทย

โดยจากการสืบสวนเบื้องต้นพบว่ามีผู้เสียหายที่ถูกหลอกในลักษณะเดียวกันอีกประมาณ 60 ราย มูลความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องขอออกหมายจับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจำนวน 32 ราย พร้อมเปิดปฏิบัติการ "ทลายแก๊งฟอกเงินมังกรเทา" เข้าตรวจค้นจำนวน 20 จุด 8 จังหวัดทั่วประเทศไทย สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 10 ราย ได้แก่ สมาชิกแก๊งฟอกเงินให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศไทยจำนวน 5 ราย และเจ้าของบัญชีม้าที่ใช้ในการกระทำความผิด จำนวน 5 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางและทรัพย์สินต่างๆ รวม 210 รายการ เช่น คอมพิวเตอร์, โทรศัพท์มือถือ, สมุดบัญชี, รถยนต์ /รถจักรยานยนต์, เงินสุด. โฉนดที่ดินบ้าน/คอนโด และทรัพย์สินมีค่าต่างๆ รวมมูลค่ากว่า 14 ล้านบาท

ทั้งนี้ในการปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจค้นอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเชื่อว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าวได้ทำการฟอกเงินซื้อทรัพอสังหาริมทรัพย์ โดยเป็นบ้านหรูและคอนโดหรู ทรัพย์สินมีค่า อาทิเช่น นาฬิกาหรู กระเป้าแบรนด์เนม เครื่องประดับ มูลค่ารวมทั้งหมดกว่า 440 ล้านบาท

จับแก๊งฟอกเงิน ตำรวจสอบสวนกลาง
ตำรวจสอบสวนกลาง จับหญิงไทยแก๊งฟอกเงินมังกรเทา

อย่างไรก็ตามจากการสอบถามผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาลำดับที่ 1 ซึ่งเป็นตัวการฟอกเงินในประเทศไทย ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่ให้การรับในข้อเท็จจริงว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยทำหน้าที่เป็นล่ามและไกด์พาเที่ยวให้กับชาวจีน ต่อมาเมื่อประมาณปี 2566 ได้รู้จักกับแฟนหนุ่มชาวจีนและร่วมกันรับเหรียญดิจิทัลจากลูกค้ากลุ่มจีนเทาต่างๆ ที่ต้องการใช้เงินในประเทศไทย จากนั้นได้นำเหรียญดิจิทัลมาแลกเปลี่ยนเป็นเงินไทยนำส่งให้กับกลุ่มจีนเทาตามคำสั่ง โดยจะได้ค่าบริการ 0.03% - 0.05% ของยอดการทำงานแต่ละครั้ง โดยจะใช้วิธีการโอนเงินผ่านบัญชีไปให้กับลูกค้าชาวจีน หรือเบิกเงินสดแล้วนำไปส่งมอบให้กับลูกค้าตามสถานที่นัดหมาย หรือนำเงินสดฝากเข้าบัญชีทั้งของกลุ่มจีนเทา

โดยผู้ต้องหาที่ 1 และแฟนหนุ่มชาวจีน ได้ร่วมกันกับพวกฟอกเงินให้กับกลุ่มจีนเทามาตั้งแต่ปี 2566 ถึงปัจจุบัน การตรวจสอบเส้นทางการเงินของแก๊งพบว่ามีการรับเงินดิจิทัลสกุล USDT จำนวนประมาณ 187 ล้าน T (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 6,500 ล้านบาท) มีการถอนเงินสดเป็นเงินไทยประมาณ 2,900 ล้าน เงินที่ได้จากการกระทำความผิดไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบและดำเนินคดีคามกฎหมายต่อไป

ในส่วนของผู้ต้องหาลำดับที่ 2-5 ซึ่งเป็นผู้ต้องหาชาวจีน ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่ให้การรับในข้อเท็จจริง ว่ามีส่วนร่วมกันกับผู้ต้องหาที่ 1 และกลุ่นคนจีน อื่นๆ มีการแบ่งหน้าที่กันทำงาน ในการรับเหรียญดิจิตอลมาจากกลุ่มจีนเทามาเทขายเหรียญก่อนที่จะนำเงินสดไปส่งมอบให้กับลูกค้าชาวจีนตามจุดนัดหมายต่างๆ

จับแก๊งฟอกเงิน ตำรวจสอบสวนกลาง
ตำรวจสอบสวนกลาง ทลายแก๊งฟอกเงินมังกรเทา 2.9 พันล้านบาท

โดยในคดีนี้นอกจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพบความเกี่ยวข้องของเส้นทางการเงินที่มีการไปซื้ออสังหาริมทรัพย์แล้ว ยังพบว่าขบวนการนี้มีพฤติการณ์ในการก่อตั้งบริษัทที่ให้คนไทยมาเป็นนอมินีในการจัดตั้งเพื่อรับโอนกรรมสิทธิ์บ้าน ภายหลังการโอนกรรมสิทธิ์จะเปลี่ยนกรรมการผู้มีอำนาจเป็นคนจีน ซึ่งบริษัทที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อโอนกรรมสิทธิ์บ้านเหล่านี้ ส่วนใหญ่ไม่ได้มีการดำเนินธุรกิจจริง ซึ่งขณะนี้อยู่ระว่างการสืบสวนขยายผลเพื่อตรวจยึดอสังหาริมทรัพย์และดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ