เมื่อวันที่ 1 เม.ย.2568 นายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ทีมกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู กล่าวความคืบหน้าในการ ในการช่วยเหลือผู้สูญหาย จากเหตุอาคารในโครงการก่อสร้างสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ จตุจักร ถล่ม ขณะแผ่นดินไหวว่าว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าได้ใช้เครื่องมือหนักในการ ยกซากปรักหักพัง และใช้อุปกรณ์ในการเจาะ เพื่อที่จะพยายามเข้าไปนำร่างของผู้เสียชีวิตและคาดว่าน่าจะมีผู้สูญหายติดอยู่ภายในซากปรักพังจำนวนมาก ออกมาให้หมด
ขณะนี้ได้ใช้เครื่องสแกนพบว่ามีมากกว่า 70 คน อยู่บริเวณตรงกลางของซากกระจุกตัวรวมๆกัน แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าความลึกใต้ซากระยะกี่เมตรจากยอด แล้วหวังว่าจะมีปาฏิหาริย์ที่ยังพบมีผู้รอดชีวิตอยู่ในกลุ่มนั้น ส่วนอุปสรรคสำคัญ เนื่องจากอาคารแห่งนี้เป็นอาคาร 30 ชั้นและยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ จึงยังไม่มีแปลนอาคารแบบสมบูรณ์ประกอบกับพื้นปูน ขนาบด้านข้างมีความหนา เป็นเมตรทำให้การเจาะเข้าไปด้านใน ทำได้ยากลำบาก
เจ้าหน้าที่อาจจะต้องเร่งดำเนินการในการใช้เครื่องมือในการใช้เครื่องมือหนัก เข้าไปในพื้นที่เพื่อเร่งนำร่างผู้เสียชีวิต ออกมาโดยเร็วที่สุดเพราะการทำงาน 4 วันที่ผ่านมาสามารถเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้เพียง 14 รายเท่านั้น วิธีการการเข้าไปนำร่างของผู้เสียชีวิตและผู้สูญหายออกมา จะต้องใช้การค่อยๆยกแผ่นปูนด้านบนออก สลับกับการเจาะผนัง และเข้าไปพิสูจน์ทราบ จากการประเมิน และข้อมูลจากโครงการ คาดว่า ผู้สูญหาย จะอยู่ที่บริเวณชั้น 17 และ 21 เพราะในช่วงเวลา ที่เกิดเหตุเป็นช่วงเวลาหลังทานข้าวเสร็จ เป็นห้องที่ทำงานกัน เมื่อผู้บริหารทานข้าวเสร็จก็จะอยู่บริเวณดังกล่าว
ทั้งนี้จะคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัย โดยเฉพาะการสวมใส่หน้ากากป้องกันฝุ่นละอองแบบพิเศษ เพราะภายในมีฝุ่นละอองจำนวนมาก โดยสิ่งที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนคือต้องนำปูนที่ทับกันออกให้เร็วที่สุดจนกว่าจะไปเจอโถงตามภาพที่สแกนไว้
ส่วนกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเจ้าหน้าที่ทำงานล่าช้า นายบิณฑ์ ยืนยันว่าการทำงานไม่มีการเกี่ยงกันในการทำงานและไม่ได้ทำงานอย่างล่าช้า
"ถ้าคุณมาเห็นหน้างาน และมาเห็นการทำงานของพวกเรา และหากเราสแกนเห็นว่ายังมีผู้รอดชีวิต อันดับแรกจะไม่ไปไหน จะทำการเจาะและทำทุกอย่าง ดังนั้น การทำงานช้าหรือเกี่ยงกันในการทำงานหรือไม่มีความรู้ไม่ใช่อย่างแน่นอน แต่อะไรที่ไม่สามารถเข้าไปได้ด้วยตนเองก็ยอมรับว่าต้องใช้เครื่องมือหนัก ในการดำเนินการ เพราะหากใครมาดูหน้างานจะรู้ว่าการทำงานยากมาก"นายบิณฑ์ กล่าว
ส่วนการทำงานกับทีมกู้ภัยต่างชาติ นายบิณฑ์ระบุว่า สามารถทำงานร่วมกันได้ดี เพราะที่ผ่านมาทีมกู้ภัยของมูลนิธิร่วมกตัญญู ก็เคยไปฝึก ที่ต่างประเทศเช่น ออสเตรเลีย มาเลเซีย จึงมีความรู้ความสามารถในการใช้เครื่องมือที่ทันสมัย ซึ่งก็ต้องยอมรับ เครื่องมือกู้ภัยของต่างชาติมีประสิทธิภาพ มากกว่าของประเทศไทย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่และทีมกู้ภัยนานาชาติ ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะใช้ระยะเวลากี่วัน ในการนำร่างผู้สูญหาย ทั้งหมดออกมาจากใต้ซากอาคาร เพราะ ยังมีอุปสรรคค่อนข้างมากในการทำงาน
ส่วนขั้นตอนการนำร่างผู้เสียชีวิต ออกมาต้องนำมาใส่ถุงซิปล็อคจากนั้นจะให้บริษัท และญาติยืนยัน ตัวบุคคล ด้วยการดูเสื้อผ้าและเครื่องประดับ ก่อนนำส่งนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ