ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. และคณะ แถลงการณ์จับกุมตัว นายอารง อายุ 52 ปี ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งมิใช่ภรรยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. ได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองของเด็กหญิงอายุ 14 ปี ว่าบุตรสาวของตนถูกนายอารง ซึ่งเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง ใช้กำลังบังคับข่มขืนในห้องน้ำไซต์งานก่อสร้าง
ขณะเกิดเหตุหลังเลิกงาน คนงานอื่นกลับห้องพักหมดแล้ว เหลือนายอารง กับบุตรสาวที่ยังทำงานต่อ โดยขณะที่บุตรสาวเดินไปเข้าห้องน้ำ นายอารง เดินตามไปใช้กำลังบังคับข่มขืนในห้องน้ำจนสำเร็จความใคร่ และข่มขู่ว่าห้ามนำเรื่องไปบอกใครมิฉะนั้นจะฆ่าให้ตาย
หลังเลิกงานบุตรสาวกลับมาบ้าน เก็บตัวเงียบไม่พูดจาและไม่ยอมกลับไปทำงานกับนายอารงอีก ผู้ปกครองเห็นผิดสังเกตจึงสอบถามจนยอมรับว่าถูกนายอารง ข่มขืนในห้องน้ำไซต์งานก่อสร้าง ผู้ปกครองจึงพาเข้าแจ้งความ
หลังจากนั้น นายอารง พยายามติดต่อมาเพื่อขอรับผิดชอบเลี้ยงดูเป็นภรรยาอีกคน แต่ผู้ปกครองไม่ยินยอม จึงยืนยันแจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. สืบสวนทราบว่า นายอารง มารับเหมาก่อสร้างที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในซอยสรงประภา 30 แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร จึงติดตามมาจับกุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม เพื่อดำเนินคดีต่อไป ขณะจับกุมนายอารง พบนายนายจักรินทร์ บุตรชายนายอารง ผู้ต้องหาหนีหมายจับศาลแขวงนครปฐมในคดีเสพยาเสพติดอยู่ด้วยกัน จึงจับกุมตัวนำส่งศาลแขวงนครปฐมไปด้วยอีกราย
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น นายอารง ให้การรับสารภาพว่า ตนเองได้ข่มขืนเด็กหญิงผู้เสียหายจริง เนื่องจากขณะเกิดเหตุตนเองได้ดื่มสุราหลังเลิกงาน แต่งานยังไม่เสร็จจึงต้องทำงานต่ออยู่ด้วยกัน 2 คนกับผู้เสียหาย
เมื่อไม่มีคนงานอื่นอยู่ด้วย ตนเองเมาแล้วเกิดอารมณ์ทางเพศ จึงอาศัยจังหวะที่เด็กหญิงผู้เสียหายเข้าห้องน้ำตามเข้าไปใช้กำลังบังคับข่มขื่นจนสำเร็จความใคร่ หลังเกิดเหตุตนเองได้โทรศัพท์ไปเจรจากับมารดาเด็กหญิงผู้เสียหายขอเลี้ยงดูเป็นภรรยาอีกคน แต่มารดาของเด็กหญิงผู้เสียหายไม่ยินยอม ตนเองจึงหลบหนีมาทำงานจนถูกจับกุม