ความคืบหน้าปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหาย แม้จะอยู่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ แต่เจ้าหน้าที่ยังคงทำงานปกติ และช่วง 2-3 วัน ภารกิจคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ในวันนี้ยอดผู้สูญหายลดลงเหลือเพียง 53 รายแล้ว ด้านผู้ว่าเน้นย้ำว่า การทำงานตอนนี้แม้จะเดินหน้าได้อย่างรวดเร็ว เพราะสามารถนำผู้สูญหายออกมาได้เกือบครึ่งของจำนวนทั้งหมด แต่การนำร่างผู้สูญหายออกมายัวคงต้องทำด้วยความระมัดระวัง
ความคืบหน้าปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหาย แม้จะอยู่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ แต่เจ้าหน้าที่ยังคงทำงานปกติ และช่วง 2-3 วัน ภารกิจคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการค้นหาผู้สูญหายจากเหตุอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มในเขตจตุจักร โดยระบุว่า ภารกิจดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ แม้จะอยู่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ก็ตาม
ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 เม.ย. พบเคสดำ(เสียชีวิต)เพิ่ม 4 ราย ทำให้ยอดผู้สูญหายทั้งหมด ที่ยังอยู่ในระหว่างการติดตามเหลือ 53 คน เสียชีวิต 41 ราย และรอดชีวิตหรือบาดเจ็บ 9 คน จากจำนวนผู้ประสบเหตุ 103 คน ด้าน ผู้ว่าฯ เผยว่า ในการค้นหาวานนี้ทำให้ยอดรวมล่าสุดอยู่ที่ 41 ราย ซึ่งตัวเลขนี้ใกล้เคียงกับครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้สูญหายทั้งหมด โดยมีความหวังว่าอีก 1–2 วัน ข้างหน้า อาจพบผู้สูญหายเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีข้อมูลระบุว่าบริเวณชั้นบนสุดของอาคาร โดยเฉพาะชั้น 24–29 มีคนงานจำนวนมากทำงานอยู่ก่อนเกิดเหตุ
ส่วนการรื้อถอนซากอาคารคืบหน้า ความสูงลดเหลือ 20.5 เมตร จากเดิม 26 เมตร เจ้าหน้าที่เร่งค้นหาในโซนโถงลิฟต์ B–C จุดคาดว่ามีผู้สูญหายติดอยู่จำนวนมาก โดยเน้นทำอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่กระทบร่างผู้เสียชีวิต พร้อมย้ำว่าไม่เร่งรัดงานและจะไม่ทิ้งผู้สูญหายไว้แม้แต่คนเดียว
ด้านปฏิบัติการผสมผสานระหว่างเครื่องจักร และทีมกู้ภัย เดินหน้ารวดเร็วขึ้น ตัวอย่างล่าสุดในช่วงเช้าวันนี้เจ้าหน้าที่พบ ชิ้นส่วนผู้เสียชีวิตในโซน C จึงทำให้ต้องหยุดเครื่องจักรชั่วคราว เพื่อให้ทีมกู้ภัยเข้ากู้ร่างด้วยความระมัดระวัง การทำงานจึงสลับระหว่างเครื่องจักรหนักกับมนุษย์ ช่วยให้ภารกิจคืบหน้ากว่าที่คาดไว้
โดยกำลังพลพร้อมเครื่องจักรทำงานเต็มกำลัง มีเจ้าหน้าที่ กทม. ประจำการกว่า 500 คน ส่วนภาคเอกชนมีการหมุนเวียนเข้าร่วมต่อเนื่อง หากมีอาสาสมัครเพิ่มเติม กทม. พร้อมเปิดรับ โดยปัจจุบัน ไม่มีปัญหาขาดแคลนบุคลากร และมีการใช้เครื่องจักรใช้น้ำมันดีเซล ราว 5,000 ลิตร/วัน ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง
ส่วนการเข้าตรวจสอบพยานหลักฐานโดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องนั้น นายชัชชาติ เปิดเผยว่า ไม่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติงานในพื้นที่ เพราะทุกฝ่ายเข้าใจบทบาทซึ่งกันและกัน และพร้อมประสานหากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม
สำหรับการพิสูจน์อัตลักษณ์ของผู้เสียชีวิต นายชัชชาติ เผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เริ่มเก็บข้อมูลแล้ว โดยเฉพาะในจุดที่พบเสื้อบริษัทหรือสัญลักษณ์เฉพาะบุคคล ซึ่งจะช่วยระบุตัวตนได้แม้ผ่านเวลานาน ขณะเดียวกัน ผู้สูญหายที่เข้าเมืองผิดกฎหมายไม่ต้องกังวล เพราะการตรวจพิสูจน์ยึดตามหลัก DNA และอัตลักษณ์เป็นหลัก
ทั้งนี้ นายชัชชาติ ยังกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคน รวมถึงอาสาสมัครและทีมโดรนที่ร่วมบันทึกภาพและสังเกตการณ์ตลอดภารกิจ แม้บางคนจะทำงานแบบปิดทองหลังพระ แต่ทุกคนทำหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อภารกิจสำคัญ พาผู้สูญหายกลับบ้านให้ได้