วันที่ 28 เม.ย.2568 ดร.วิเชียร ชุบไธสง นายกสภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมทีมทนายความอาสา รวมถึงญาติผู้เสียชีวิตและผู้เสียหายชาวไทยและเมียนมา ร่วมแถลงข่าวเกี่ยวกับการดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้านกฎหมาย ด้วยการเป็นตัวแทนฟ้องแพ่งในการเรียกร้องค่าเสียหายจากบริษัทผู้รับเหมาเอกชน หลังพบมีการจ่ายเยียวยารายละ 5 หมื่นบาท สภาทนายความฯ มองว่าไม่เป็นธรรม
ดร.วิเชียร บอกว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์อาคาร สตง. ถล่ม สภาทนายความไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ตั้งทีมทนายอาสาช่วยเหลือด้านกฎหมายเพื่ออำนวยความยุติธรรมให้แก่ผู้ประสบภัยทั้งผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ เนื่องจากว่าสภาทนายฯ ความเคยมีประสบการณ์การช่วยเหลือจากเหตุโรงแรมใน จ.นครราชสีมา ถล่ม และโรงงานผลิตพลุระเบิดเมื่อ 2 ปีก่อน
โดยการมาตั้งศูนย์เพื่อรวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงต่าง ๆ จากผู้ประสบภัย เพื่อนำไปประกอบในการดำเนินการทางกฎหมาย และวันนี้ ( 28 เม.ย.) มีตัวแทนผู้เสียหายชาวเมียนมา นำข้อมูลข้อเท็จจริงต่าง ๆ มามอบให้กับสภาทนายความฯ
ก่อนหน้านี้มีญาติผู้เสียชีวิตบางส่วนนำเอกสารหลักฐานต่าง ๆ เช่น ใบมรณะบัตร มาให้สภาทนายความฯ แล้ว แต่หลังจากนี้จะต้องรออีกระยะหนึ่ง เนื่องจากยังมีผู้ประสบภัยบางคนยังสูญหายอยู่ระหว่างการติดตาม เอกสารจึงยังไม่ครบ สภาทนายความฯ จะตั้งโต๊ะรอรับลงทะเบียนจนถึงวันที่ 30 เมษายนที่จะถึงนี้ แต่หากใครลงทะเบียนไม่ทันสามารถไปลงทะเบียนด้วยตนเองที่สายด่วนสภาทนายความ 1167
ขณะที่ญาติผู้สูญหาย ซึ่งเป็นชาวเมียนมา ให้สัมภาษณ์ผ่านล่ามว่า รู้สึกเสียใจอย่างมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หวังว่าจะได้เจอน้องชายแท้ ๆ ที่ทำงานอยู่ชั้น 24 ตอนเกิดเหตุ เพราะอยากพากลับบ้านไปประกอบพิธีทางศาสนา
นอกจากนี้ ดร.วิเชียร ยังเปิดเผยอีกด้วยว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาได้รับการประสานจากตำรวจแจ้งเข้ามาว่า ทางสถานทูตจีน และบริษัทจีนที่รับเหมาก่อสร้าง มีความประสงค์ขอเข้าเจรจาไกล่เกลี่ยจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้กับผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ โดยไม่ผูกพันทางข้อกฎหมายในวันพรุ่งนี้ เวลาประมาณ 17.00 น. (29 เมย.68) ที่ดีเอสไอ ส่วนจะจ่ายรายละเท่าไหร่จะมีการคุยกันในวันพรุ่งนี้ โดยมีคนของสภาทนายความฯ ร่วมอยู่ในวงเจรจาด้วย เพราะถือว่าเป็นตัวแทนของผู้เสียหาย