จากกรณีช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นำกำลังตำรวจกองปราบบุกค้นวัดไร่ขิง 3 จุด พร้อมนำหมายค้นบ้านประชาชน 1 จุด ที่เป็นเจ้าหน้าที่วัด เพื่อหาหลักฐานเกี่ยวข้องกับคดียักยอกเงินวัด 300 ล้าน
โดยหนึ่งในจุดที่ตรวจค้น คือกุฏิของอดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง ซึ่งมีผู้ช่วยเจ้าวัดวัดไร่ขิงนำตรวจค้นภายในกุฎิพร้อมสังเกตการณ์ทั้งนี้จากการตรวจค้นนานกว่า 5 ชั่วโมง มีการตรวจยึดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เอกสารรายรับรายจ่าย 10 ลัง เกือบ 100 แฟ้ม ใส่ในลังขนขึ้นรถ
ซึ่งทั้งหมดเป็นหลักฐานประกอบกับสำนวนที่จะไปประกอบคำให้การของอดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง โดยตำรวจนำหลักฐานทั้งหมดไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ สามพราน ก่อนจะนำหลักฐานทั้งหมดไปที่สอบสวนกลาง
อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า พระคนสนิทของอดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง เป็นพระผู้ช่วยที่จำวัดกุฏิเดียวกัน และรู้เห็นทุกอย่าง รวมถึงเป็นคนนำเงินจากอดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง โอนไปยังบัญชีของ น.ส.อรัญญาวรรณ รวมแล้วกว่า 600 ล้านบาท รวมถึงยังมีบัญชีของคนสนิทที่ได้เงินจากอดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง และโอนไปให้ น.ส.อรัญญาวรรณ รวมแล้ว เป็นเงิน 847 ล้านบาท และการเก็บหลักฐานพบบัญชีธนาคารของมูลนิธิภายในวัดอีกกว่า 10 บัญชี ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบยอดเงิน
นอกจากนี้ยังรอเจ้าหน้าที่ของบริษัทตู้เซฟนำรหัสมาเปิดตู้เซฟขนาดใหญ่ที่อยู่ภายในกุฏิที่วางไว้ข้างที่จำวัดของอดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง
ต่อมา พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ได้เดินทางมาที่ รร.นายร้อยสามพราน เพื่อสอบปากคำพระคนสนิท รูปหนึ่งทึ่ใกล้ชิดและพบว่าพระรูปดังกล่าวเป็นคนโอนเงินไปให้นางสาวอรัญญาวรรณ รวมถึง ได้เชิญคนขับรถของเจ้าอาวาสไปสอบปากคำด้วย ขณะที่ตำรวจมีการเชิญตัวไวยาวัจกรวัดไร่ขิง เข้ามาให้ปากคำเพิ่มเติมที่วัด เนื่องจากปกติแล้วแต่ละวัดเวลาจะมีการดำเนินการนำเงินออกจากบัญชีวัด จะต้องมีลายเซ็นของพยาน ที่ส่วนใหญ่จะเป็นไวยาวัจกร และกรรมการวัดที่ต้องมีอย่างน้อย 2 คน เป็นพยานรับรู้การดำเนินการด้านการเงินของเจ้าอาวาสวัด
ความคืบหน้าล่าสุด พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ให้สัมภาณ์ หลังสอบ พระวชิรปัญญาพร หรือ พระอ๋อ เลขานุการเจ้าคณะภาค 14 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง นานกว่า 5 ชั่วโมง บอกว่า ตอนนี้ยังสอบไม่เสร็จ และจะเชิญตัว พระอ๋อ ไปสอบปากคำเพิ่มเติมต่อในฐานนะพยาน ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ สามพราน เนื่องจากพระอ๋อ เป็นพระเลขา ที่ใกล้ชิดกับ อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง
คอยเก็บเอกสารสำคัญ ในการใช้จ่ายต่างๆ ของวัด ซึ่งตำรวจได้นำคอมพิวเตอร์ และเอกสารไปตรวจสอบเพิ่มเติมอีกด้วย และยังบอกอีกว่า พระอ๋อ ไม่ใช่หลานของอดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง
พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ยังระบุเพิ่มเติมอีกว่า ระหว่างอดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิงกับนางสาวอรัญญาพร มีปัญหาความขัดแย้งระหว่างกันในบางประเด็นซึ่งตำรวจทราบข้อมูลทั้งหมดแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่ตอนนี้ขอเน้นไปในเรื่องของการตรวจสอบเส้นทางการเงิน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากวัดไร่ขิง มีบัญชีของวัดจำนวนมาก ที่จะต้องตรวจสอบทั้งหมด บางบัญชีปิดไปแล้วตามกิจกรรมที่จบลงซึ่งตำรวจจะต้องไปตรวจสอบทั้งหมดทำให้เงิน 300 ล้าน ที่ตรวจพบก่อนหน้านี้ ตอนนี้จะมีจำนวนมากกว่าเดิม แต่จะจบที่เท่าไหร่ยังตอบไม่ได้
ส่วนการเบิกเงินออกจากบัญชีวัด ทางอดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิงจะแต่งตั้งบุคคลขึ้นมาแต่ละบัญชี แต่ทุกบัญชีจะมีอดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง เซ็นเบิกถอนเงินทุกบัญชี และทางผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางอาจจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาในการตรวจสอบเส้นทางการเงินเพราะมีการขยายไปถึงผู้เกี่ยวข้องอีกหลายราย
ส่วนนายเอกพจน์ อดีตพระลูกวัดที่ใกล้ชิดอดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง ที่มีหมายจับของตำรวจไซเบอร์เกี่ยวกับการจัดให้พนัน ตำรวจสับสนกลางได้ ประสานไปยังไซเบอร์แล้ว อาจจะมีการอายัดตัวส่งกลับไปดำเนินคดี ส่วนตู้เซฟที่อยู่ในกุฎิของอดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิงที่ยังไม่สามารถเปิดได้ตำรวจจะนำไปไว้ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพรานเพื่อประสานหน่วยงานเข้ามาเปิดตู้เซฟ