Top-WorldKickoff Top-WorldKickoff

ปิดฉากคดีแตงโม! ศาลจังหวัดนนทบุรี ยกฟ้อง "แซน ภีม กระติก"

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ปิดฉากคดีแตงโม ศาลนัดฟังคำพิพากษา 4 จำเลย หลังสืบพยานเสร็จสิ้น ศาลจังหวัดนนทบุรี ยกฟ้อง "แซน ภีม กระติก" ขณะที่ "จ๊อบ" ศาลตัดสินจำคุกในข้อหาแจ้งเท็จ

วันที่ 23 พ.ค.68 ศาลจังหวัดนนทบุรีนัดสืบพยานจำเลยคดี “แตงโม นิดา พัชรวีระพงษ์” หลังตกเรือสปีดโบ๊ตจมแม่น้ำเจ้าพระยา เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ โดยการสืบพยานฝ่ายจำเลยเสร็จสิ้น ศาลได้นัดฟังคำพิพากษาในเวลา 09.30 น. ของวันที่ 23 พ.ค. 68 ซึ่งการพิพากษาในวันนี้จะเป็นการหาข้อสรุปว่า การพลัดตกเรือของนางเอกสาวผู้ล่วงลับ เกิดจากอุบัติเหตุ หรือความประมาท

 

 

แตงโม ช่างภาพพีพีทีวี
แตงโม นิดา พัชรวีระพงษ์

โดยวันนี้จำเลยทั้ง 4 คน ได้แก่ แซน วิศาพัช มโนมัยรัตน์, กระติก อิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์, จ๊อบ นิทัศน์ กีรติสุทธิสาธร และ ภีม ธรรมธีรศรี 

ล่าสุดเวลา  12.25น. ศาลได้มีคำพิพากษายกฟ้องจำเลย 3 ราย 
ได้แก่ แซน วิศาพัช มโนมัยรัตน์ , ภีม ธรรมธีรศรี , กระติก อิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์ ให้เหตุผลว่าพยานหลักฐานไม่เพียงพอในการเอาผิดตามข้อกล่าวหาที่พนักงานอัยการฟ้องร้อง 

ขณะที่ จ๊อบ นิทัศน์ กีรติสุทธิสาธร ศาลตัดสินจำคุก 4 เดือน ปรับ 16,000 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 184 กรณีทำลายพยานหลักฐานเกี่ยวกับการพิสูจน์ทราบเรื่องเมาของไฮโซปอ และตัดสินจำคุก 2 เดือน ปรับ 8,000 บาท ความผิด พ.ร.บ.เดินเรือฯ กรณีทิ้งสิ่งของลงแม่น้ำเจ้าพระยา รวมโทษจำคุก 6 เดือน ปรับ 24,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอการลงโทษ 1 ปี 

ทนายเดชา เผยเหตุผล ศาลมองเป็นการ “เสี่ยงภัยเอง” 

นายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือ “ทนายเดชา เปิดเผยภายหลังฟังคำพิพากษาว่า ศาลใช้เวลา 2 ชั่วโมงครึ่งในการอ่านคำพิพากษา กระทั่งมีคำสั่งยกฟ้อง 3 ราย คือ แซน วิศาพัช มโนมัยรัตน์, กระติก อิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์ และ ภีม ธรรมธีรศรี

ส่วน จ๊อบ นิทัศน์ กีรติสุทธิสาธร ศาลตัดสินจำคุก 4 เดือน ปรับ 16,000 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 184 กรณีทำลายพยานหลักฐานเกี่ยวกับการพิสูจน์ทราบเรื่องเมาของไฮโซปอ และตัดสินจำคุก 2 เดือน ปรับ 8,000 บาท ความผิด พ.ร.บ.เดินเรือฯ กรณีทิ้งสิ่งของลงแม่น้ำเจ้าพระยา รวมโทษจำคุก 6 เดือน ปรับ 24,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอการลงโทษ 1 ปี

นายเดชา กล่าวว่า โดยศาลมองว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีประจักษ์พยาน ไม่มีใครรู้เห็น และต้องอาศัยพยานปากอื่นๆ ที่คุยกับบุคคลบนเรือ รวมถึงพยานแวดล้อมต่างๆ มาพิจารณา แม้จะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นบนเรือจริง ทั้งการตกท้ายเรือหรือปัสสาวะบนเรือ แต่เหตุที่ศาลยกฟ้อง เนื่องจาก แนวทางการสืบสวนสอบสวน พบว่า ผู้เสียชีวิตเดินไปท้ายเรือและตกเรือ เกิดจากการเสี่ยงภัยของตัว “แตงโม นิดา” เอง

“ไม่มีกฎหมายกำหนดว่า ผู้โดยสารบนเรือต้องไปดูแลใครอย่างไร และเมื่อแตงโมเดินไปท้ายเรือ เป็นเหตุให้ตกเรือจนเสียชีวิต ส่วน แซน พยายามจะช่วย แต่ไม่สามารถช่วยได้ เพราะน้ำลึก หากกระโดดลงไปอาจถึงแก่ความตายได้ หลักๆ ก็คือ แตงโม นิดา เสียชีวิตเพราะเสี่ยงภัยด้วยตัวเอง”

นายเดชา กล่าวต่อด้วยว่า เบื้องต้นยังได้คุยกับแม่ของ “แตงโม นิดา” ด้วยความเคารพคำพิพากษา แต่อาจจะยังมีบางประเด็นที่ไม่เห็นด้วย หลังจากนี้จะคัดคำพิพากษา และหาปรึกษาหารือกับทางอัยการในฐานะโจทก์ร่วม เพื่อพิจารณายื่นอุทธรณ์หรือไม่ ภายใน 1 เดือน

“แซน” โล่งใจหลังศาลยกฟ้อง  

วิศาพัช มโนมัยรัตน์ หรือ “แซน” หนึ่งในจำเลย เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจและโล่งใจ เพราะกระบวนการยุติธรรมได้แสดงความยุติธรรมตามที่ควรจะเป็น และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตนก็พยายามยิ้มรับกับทุกอย่างเสมอ

แซนกล่าวว่า ไม่กังวลหากคุณแม่ของแตงโมจะยื่นอุทธรณ์ เพราะตนก็จะทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป พร้อมเปิดเผยว่าในวันนี้ได้พูดคุยและเข้าไปสวมกอดคุณแม่ พร้อมบอกว่า “คิดถึง”

เมื่อถูกถามว่ามีอะไรอยากสื่อสารเพิ่มเติมหรือไม่ แซนกล่าวว่า กำลังรอติดตาม “คอนเทนต์บ้านพระอาทิตย์” ว่าจะดำเนินไปในทิศทางใดต่อ เพราะศาลได้ชี้แจงชัดเจนแล้วถึงเหตุผลของการยกฟ้อง ซึ่งมาจากพยานแวดล้อม ไม่ใช่คดีฆาตกรรมอย่างที่หลายคนเข้าใจผิด พร้อมฝากถึง “ลุงอัจฯ” ว่าอย่าเผยแพร่ข้อมูลคลาดเคลื่อนโดยไม่ได้ศึกษาข้อเท็จจริงให้ครบถ้วน โดยเฉพาะกรณีที่พยายามชี้นำสังคม

สำหรับกรณีที่อาจารย์ปานเทพระบุว่าจะเดินหน้าคดีต่อ แม้ศาลมีคำพิพากษาออกมาแล้ว แซนตั้งคำถามกลับว่า เดินไปไหน ที่ผ่านมาเห็นเดินแล้วได้อะไรหรือยัง พร้อมทิ้งท้ายว่าพูดเก่ง ทำให้เก่งให้ได้อย่างที่พูดบ้างก็ดี เพราะที่ผ่านมาไม่เคยทำอะไรพวกเราได้เลย

เมื่อถูกถามว่า คำพิพากษานี้ถือเป็นการ “ปลดล็อก” หรือไม่ แซนตอบว่า “นิดหนึ่ง” แต่ไม่ใช่ประเด็นหลัก เพราะที่สำคัญคือต้องการดูว่าคนที่เคยออกมากล่าวหาจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร โดยยอมรับว่าเคยรู้สึกรำคาญกับบางบุคคลและเพจบางเพจที่กล่าวหาโดยไม่มีมูลความจริง แต่ก็ไม่เคยคิดจะฟ้องกลับ เพราะไม่อยากยุ่งเกี่ยว “สุดท้ายเขาก็ทำอะไรเราไม่ได้ พูดเก่งก็พูดต่อไป อย่าทำอะไรเลย เพราะไม่เกิดประโยชน์”

แซนยังกล่าวถึงกรณีนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ที่ระบุว่าสำนวนอาจเท็จและศาลจะยกฟ้อง ว่า ควรเดินทางมาศาลก่อน ที่เคยบอกจะเปิดอะไรที่ศาลก็ไม่เคยเจอสักที ลองมาดูรายละเอียดเองว่าศาลตัดสินเพราะอะไร พร้อมเชิญให้พา “หมอ” และ “คุณเอกราช” มาด้วยเพราะตนเองก็อยากรู้เหมือนกันว่า GPS ที่ไปร่ำเรียนมานั้นอยู่สังกัดสำนักงานไหนแน่ 


 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ