ตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. นำตัว นางพชรพร หรือ เตย อายุ 52 ปี และพันจ่าเอกฉัตรชัย หรือจ่าชัย อายุ 56 ปี สองสามีภรรยาคนสนิท อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง ที่ถูกจับได้ที่ค่ายลูกเสือพระพุทธศาสนาวัดไร่ขิงเมื่อวานนี้ หลังถูกในคดีสนับสนุนอดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิงยักยอกเงินวัด ก่อนนำตัวมาสอบปากคำ ซึ่งทั้งสองปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการสอบปากคำ
เจ้าหน้าที่จึงพิจารณาส่งตัวฝากขังต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ขณะเจ้าหน้าที่นำตัวนางสาวเตย และพันจ่าเอกฉัตรชัยไปส่งฝากขัง ทั้งสองมีสีหน้าเคร่งเครียดและปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ก่อนถูกนำตัวขึ้นรถไปโดยทันที เมื่อวานนี้นั้น(30 พ.ค.68)
ล่าสุด เมื่อวันที่ 31 พ.ค. นางกนกวรรณ จิ๋วเชื้อพันธุ์ ผบ.เรือนจำจังหวัดนนทบุรี ในฐานะรองโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้ออกหมายขังระหว่างสอบสวน นางพชรพร สีเลี้ยง หรือพัศรานุวัตร โดยทัณฑสถานหญิงกลาง ได้ดำเนินการรับตัวและนำตัวกักโรคโควิด-19 ตามมาตรการในแดนระหว่างพิจารณาคดี เบื้องต้นตรวจสุขภาพร่างกาย แจ้งว่ามีโรคประจำตัวและมียารับประทานประจำ พร้อมระบุว่า ได้ป่วยเป็นโควิค-19 ตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา ปัจจุบันหายแล้ว ส่วนการรับประทานอาหาร นางพชรพร สามารถรับประทานทานอาหารที่เรือนจำจัดให้ได้ ขณะที่การนอนเรือนจำฯ สามารถนอนหลับได้ปกติ อย่างไรก็ดี ขณะนี้นางพชรพร อยู่ระหว่างการกักตัว จึงไม่มีปัญหาด้านการควบคุมกรณีเป็นคู่กรณีกับสีกาเก็น
ขณะที่ เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ก็ได้รับตัวนายฉัตรชัย โดยนำเข้าสู่กระบวนการกักโรคโควิด-19 ตามมาตรการ ณ แดน 2 ตรวจสุขภาพพบมีโรคประจำตัว ซึ่งญาตินำยามาฝากไว้ที่สถานพยาบาลเรือนจำเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ นายฉัตรชัย สามารถรับประทานอาหารที่เรือนจำฯ จัดให้ได้ และนอนหลับได้ปกติ ทั้งนี้ ภายหลังกักโรคโควิด-19 ครบ 5 วัน เรือนจำฯ จะจำแนกเพื่อย้ายแดน ในวันศุกร์ ที่ 6 มิ.ย.นี้ .