CIB พิฆาต! เปิดแผนล่า กระชากหน้ากาก "ทิดแย้ม" | UNLOCK THE CASE

โดย PPTV Online

เผยแพร่

CIB พิฆาต! "บิ๊กเต่า" เปิดแผนล่ากระชากหน้ากาก "ทิดแย้ม" เบื้องหลังแผนล่าเงินหลายพันล้านจากขบวนการยักยอกเงินวัดไร่ขิงทั้งระบบ

ผ่าปฏิบัติการกระชากหน้ากาก “ทิดแย้ม” อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิงที่ถูกเปลี่ยนสถานะจาก “พระ” สู่ “จำเลย” เปิดเบื้องหลังแผนล่าเงินหลายพันล้านบาทจากขบวนการยักยอกเงินวัดไร่ขิงทั้งระบบ

Unlock The Case พาไปเจาะลึกทุกขั้นตอนกับ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ไขคำตอบถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้ “เงิน” กลายเป็นสิ่งล่อใจ และทำให้ “บางวัด” ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นดินแดนสนธยา

คอนเทนต์แนะนำ
เปิดอาณาจักร “หมอเตย” คนสนิทอดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง คาดมากกว่า 100 ล้านบาท

บิ๊กเต่า ช่างภาพพีพีทีวี
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

โดยพล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว เล่าว่า หลังจากตรวจพบเส้นเงินประมาณ 300 กว่าล้านบาท ที่เจ้ออาวาสฯ ใช้วิธรการโอนตรงและโอนผ่านคนอื่น รวมเป็น 3 เส้นทางไปที่ผู้หญิงคนหนึ่ง คืออรัญญาวรรณ(สีกาเก็น) ก่อนที่อรัญญาวรรณจะโอนเข้าบัญชีเกี่ยวกับการพนันอีก 6-7 บัญชี ตำรวจจึงสงสัยว่ามีความลับอะไรกันไหม มีความสัมพันธ์อะไรกันไหม หรืออรัญญาวรรณเอาเงินไปเล่นการพนัน หรือเจ้าอาวาสเล่นการพนันด้วย เมื่อตำรวจได้ข้อมูลมาก็เลยต้องพิสูจน์ทราบ

 

จากเงินบุญ สู่เงินบาป

ทั้งนี้การจะตรวจสอบวัดว่าทุจริตหรือไม่ ก็ต้องไปดูที่บัญชีวัดเป็นหลัก โดยเรากำลังเดินหน้าตามพยานหลักฐานที่เราได้มา ทุกอย่างที่เป็นประเด็นจะมีการสืบสวนต่อเนื่อง ทั้งเรื่องการทุจริตในวัดมีอะไรบ้าง แม้กระทั่งเงินที่ไปยืมมาจากวัดต่างๆ วัดเอาเงินส่วนไหนมาให้ยืม มันต้องตรวจสอบต่อเป็นโดมิโน่เลย เช่น การทุจริตในวัดทั้งที่มีบัญชีวัดแต่ไม่ลงในระบบ กลับมีการรายงานไปที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติแค่ 4 บัญชี ซึ่งวัดก็หมกเม็ดไว้หลายบัญชี แล้วตัวเงินที่หมกเม็ดเหล่านั้นอยู่ที่ไหน

นอกจากนั้นยังมีรายได้ที่ไม่มีการเปิดบัญชี ทั้งการประมูลแผงร้านเช่าขายของซึ่งรับเป็นเงินสด เงินเข้าตรงเจ้าอาวาสเลย รวมทั้งเงินทอดกฐิน 20 ล้านบาทก็เข้าเจ้าอาวาส หรือเงินสวัสดิการร้านค้าที่เปิดในวัดแล้วใครได้ประโยชน์ ซึ่งเป็นตัวเงินมหาศาล เฉพาะเรื่องประมูลร้านค้า 5 ปีก็เกือบ 200 ล้านบาท เงินกฐิน 20 ล้านบาท

“จากการประเมินแรกๆ การจะเข้าไปจับพระผู้ใหญ่ มันต้องมีผลกระทบแน่และมันต้องมีข่าวคราวแน่ แต่พระผู้ใหญ่เมื่อทุจริตมันก็คือประชาชนคนหนึ่ง”

ธัญญารัตน์ ถาม่อย ช่างภาพพีพีทีวี
ธัญญารัตน์ ถาม่อย พิธีกรรายการ UNLOCK THE CASE

“รัฏฐาธิปัตย์” อำนาจไร้ขอบเขต!

เมื่อวัดมีเจ้าอาวาส ตนมองเป็นเหมือน “รัฏฐาธิปัตย์” เจ้าอาวาสเหมือนผู้คุมวัดโดยที่ไม่มีกำหนดกฎเกณฑ์อะไร สามารถที่จะสั่งได้ทุกอย่าง จะเปิดบัญชีก็สามารถเอาไวยาวัจกรที่เป็นคนรู้จักเข้ามาเป็นกรรมการ เวลาจะบริหารการเงินก็ง่าย เพราะไม่ได้มีการตรวจสอบอะไรมากมาย การจะเซ็นเงินออกจากบัญชีวัดหรือบัญชีที่ตั้งขึ้นมา แค่เซ็นล่วงหน้าทิ้งไว้ พระก็เอาไปใช้ได้เลย มันบริหารจัดการกันโดยที่ไม่มีขอบเขตไม่มีกฎหมาย เลยเปรียบเทียบเหมือน “รัฏฐาธิปัตย์” เพราะพระลูกวัด ไวยาวัจกร ไม่สามารถไปต้านทานอำนาจของเจ้าอาวาสได้ ถ้าคุณไปต้านทานก็อาจจะถูกให้อออกนอกวัด

ส่วนเรื่องการตรวจสอบของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ก็ได้รับการรายงานบัญชีวัดแค่ 4 บัญชี ซึ่งน่าตกใจเพราะวัดมีเป็นร้อยบัญชี แต่รายงานแค่ 4 บัญชี แสดงว่าการบริหาร การประสานงาน และการตรวจสอบของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจะต้องเข้มเข็งกว่านี้

“เราตกใจนะที่ เราไปเจอวัดมีเงินมหาศาล แล้วเงินหมดบัญชี หมดเป็นพันล้าน เป็นเรื่องของการเอาเงินวัดไปทำอย่างอื่น ซีรีย์แรกเอาเงินวัดไปเล่นการพนัน ซีรีย์สองเอาเงินวัดไปทำอาณาจักรของวัด ไม่รู้ว่าจะเป็นอาณาจักรส่วนตัว หรือเป็นเรื่องนอมินีที่ถือครองทรัพย์สินอันนี้อยู่”

ทั้งนี้ช่วงที่เราส่งนักสืบเข้าไปในวัด พบว่าเจ้าอาวาสมีดวงตาเศร้าหมองเป็นทุกข์ เพราะเงินวัดมันหมด และไม่มีทางไปแล้ว เพราะอรัญญาวรรณมาดูดเงินวัดออกไปหมด เจ้าอาวาสก็ไปยืมเงินจากวัดต่างๆ จนไม่รู้จะยืมที่ไหน ซึ่งมีช่วงที่น่าตกใจคือช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค.2566 มีการโอนเงินให้สีกาเก็นประมาณ 80 ล้านบาท ภายในเดือนเดียว

UNLOCK THE CASE ช่างภาพพีพีทีวี
รายการ UNLOCK THE CASE เปิดแผนล่า กระชากหน้ากากทิดแย้ม

“สีกาใบเตย-สีกาเก็น” 2 ตัวละครหลักดูดเงินวัด

คนที่ได้ผลประโยชน์จากเรื่องนี้มี 2 ตัวละครหลัก ก็คือผู้หญิงทั้งคู่ โดยช่วงที่เงินไหลออกจริงๆ ก็คือช่วงระหว่างปี 2551 ขึ้นไป ตั้งแต่ “ทิดแย้ม”มาเป็นเจ้าอาวาส ก็มีใบเตย กับหมอสมชาย เข้ามาในช่วงแรก ในตอนนั้น “ทิดแย้ม” มีการทำโครงการหมู่บ้านศีล 5 และเดินทางไปทั่วประเทศ ใบเตยกับหมดสมชายก็เข้ามาในช่วงนั้น และเริ่มมีการสร้างอาญาจักรของใบเตย โดยเอาเงินวัดออกไปสร้างอุทยานที่ขอนแก่น และมีการซื้อที่ใกล้อุทยาน เอาเงินไปสร้างสวนเกษตรใบเตยที่ดิน 18 ไร่ ที่มุกดาหาร มูลค่าหลายสิบล้าน และเอาเงินไปสร้างร้านกาแฟที่สุโขทัยแล้วสร้างบ้านหลังใหญ่ 2-3 หลัง เอาเงินไปสร้างบ้านพักและรีสอร์ทที่กำแพงเพชร เอาเงินไปซื้อที่ดินที่เชียงใหม่ และยังมีในพื้นที่อีกหลายจังหวัดที่ตำรวจกำลังตามอยู่ ซึ่งการเอาเงินวัดไปสร้างอาณาจักรนี้เป็นช่วงก่อนที่สีกาเก็นจะเข้ามา

“เราออยากรู้ว่าทำไมเจ้าอาวาสต้องเอาเงินไปสร้างอาณาจักรให้กับใบเตย หรือเป็นข้ออ้างโครงการอะไรต่างๆ หรือเอาไว้เป็นที่พักตามจุดต่างๆเวลาเดินทาง แต่เงินในช่วงนั้นก็ไหลออกมาก”

หลังการจับกุม “ทิดแย้ม” ก็รับสภาพ ยอมรับว่าตัวเองผิดพลาดและยอมสึก แต่ไม่พูดรายละเอียดเลย แต่ยอมสึกเพราะจำนนด้วยหลักฐานหรือสำนึกอย่างอื่น แต่สิ่งที่เราอยากรู้จากปากทิดแย้มเลยคือคำสารภาพที่เป็นประโยชน์ แต่มันไม่ได้ เราก้ต้องใช้วิธีการสืบหาข้อมูลเข้ามาประกอบ

ในส่วนของ “สีกาเก็น” เราเห็นเงินประมาณพันล้านบาทต้นๆ ที่เจ้าอาวาสโอนให้ “สีกาเก็น” รวม 4 บัญชี ซึ่งมียอดเงินหมุนเวียนรวมใน 4 บัญชีนี้กว่า 2 พันล้านบาท ซึ่งทั้ง 4 บัญชีอาจจะพบเงินและพบหลักฐานแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเป็นเงินจากการยืมเขามาหรือเป็นเงินวิ่งตำแหน่ง แต่จะมีความชัดเจนเร็วที่สุด

บิ๊กเต่า ช่างภาพพีพีทีวี
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

เดินหน้าปราบโจรใต้ผ้าเหลือง!

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ บอกอีกว่านอกจากการดำเนินการกับ “สีกาเก็น” ซึ่งถือเป็นเฟส 1 และการดำเนินการกับ “สีกาใบเตย” ซึ่งถือเป็นเฟส 2 แล้ว ก็จะมีการขยายเฟสต่อไปยังวัดข้างๆ ที่มีเส้นเงินมาถึง

“เราต้องการทำเพราะเราเห็นภาพวัดเป็นวัด และพระเป็นพระ ไม่ใช่พระห่มผ้าเหลือแต่ข้างในเป็นโจรอย่างนี้เราไม่ชอบ เราอยากกราบไหว้พระซึ่งมีศีลมีธรรม เราอยากทำบุญ แต่การที่เราไปกราบไหว้ไปทำบุญแล้วเอาเงินเราไปเล่นบาคาร่าแบบนี้ ผมว่าเรารับไม่ได้”

ส่วนกรณีที่วัดถูกมองว่าเป็นสถานที่ฟอกเงินนั้น พล.ต.ต.จรูญเกียรติ บอกว่า เป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะในเมื่อวัดกฎหมายอ่อนแอ ไม่มีระบบตรวจสอบ คนก็เอาเงินมาฟอกในวัดได้ สร้างอะไรก็ไม่ต้องชี้แจง และคนทั่วไปก็ไม่ค่อยอยากจะยุ่งกับวัด เราก็ไม่รู้ว่าเงินที่เราทำบุญไปตรงไหน

เมื่อถามถึงแนวทางการแก้ปัญหาหลังจากนี้ควรทำอย่างไร วัดควรต้องมีการเสียภาษีหรือไม่ หรือต้องมีหน่วยงานอื่นร่วมกันตรวจสอบเงินของวัด นอกเหนือจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดย พล.ต.ต.จรูญเกียรติ บอกว่า การดำเนินการกับพระผู้ใหญ่ ถือว่าจัดการได้ยาก และหมิ่นเหม่ว่าเราจะไปทำลายพระพุทธศาสนาให้เกิดความเสื่อมศัทธาหรือไม่ แต่เวลาตนเห็นพระมีรถยนต์หรู ก็ตั้งคำถามว่ามันเหมาะสมหรือไม่ เพราะถ้าเอาเงินที่ได้จากการทำบุญทั้งหมดมาทำประโยชน์ให้กับประชาชนมันจะมีประโยชน์และคุณค่ามหาศาล

ธัญญารัตน์ ถาม่อย ช่างภาพพีพีทีวี
ธัญญารัตน์ ถาม่อย พิธีกรรายการ UNLOCK THE CASE

“วัดไร่ขิงโมเดล” วัดไหนจะเป็นรายต่อไป?

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ บอกอีกว่า กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ยืนยันว่าต้องการทำจริงจังให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่ได้ทำแบบลูบหน้าปะจมูก และไม่มีการเบี่ยงเบนคดี แต่เราจะเดินหน้าเอาข้อมูลข้อเท็จจริง เอาปัญหาจริงๆ ขึ้นมาวางบนโต๊ะเพื่อแก้ไข ทั้งนี้บอกเลยว่าเราจะมีการตรวจสอบอีกหลายวัด

โดยแผนประทุษกรรมของวัด แผนประทุษกรรมโมเดลทุจริตพวกนี้มันไมต่างกัน วิธีการทำคล้ายๆกัน เพราะฉะนั้นมีการตรวจสอบวัดอื่นๆแน่นอน ซึ่งเราจะทำจากโมเดลวัดไร่ขิงไปตรวจสอบวัดอื่น เดี๋ยวก็จะรู้ว่าวัดไหนจะถูกตรวจสอบต่อไป ซึ่งตนมองว่าการมาจัดการปัดกวาดเรื่องพวกนี้เป็นการร่วมกันทำบุญ ร่วมกันทำความสะอาด ให้พระทั่วประเทศเป็นที่เคารพกราบไหว้ของประชาชนอย่างแท้จริง

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ