รักหมดตัว!! หลอก CFO หญิงไทย สูญ 6 พันล้าน Romance Scam | UNLOCK THE CASE

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เมื่อความรักมันบังตา! ระวังจะถูกหลอกให้รักจนหมดตัว ชวนย้อนรอยคดีดังแก๊งโรแมนซ์สแกม หลอกให้รักลวงหญิงไทย ดีกรี CFO บริษัทต่างชาติ จนหลงรักหัวปักหัวปำ

รายการ “UNLOCK THE CASE” ร่วมพูดคุยกับ พ.ต.อ.มิ่งมนตรี ศิริพงษ์ ผู้กำกับการ (สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม ไขพฤติกรรมการหลอกลวงของแก๊งโรแมนซ์สแกม ตั้งแต่เริ่มตั้นจนจบ จากคดียักยอกเงินบริษัทสู่คดี “โรแมนซ์สแกม” มูลค่ามหาศาล ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างทำไมหญิงไทยรายนี้ถึงหลงเชื่อหลงรัก จนถึงขนาดยอมโอนเงินของบริษัทกว่า 6,000 ล้านบาท ให้มิจฉาชีพแบบไม่มีข้อสงสัยได้อย่างไร

 

โรแมนซ์สแกม ช่างภาพพีพีทีวี
ย้อนรอยคดีดังแก๊งโรแมนซ์สแกม ลวงหญิงไทย ดีกรี CFO บริษัทต่างชาติ สูญ 6 พันล้าน

จุดเริ่มต้นโรแมนซ์สแกม 6 พันล้าน!

โดยจุดเริ่มต้นที่แก๊งโรแมนซ์สแกมเข้าถึงเหยื่อ คือหลังจากผู้หญิงคนนี้ทำงานที่บริษัทแห่งนี้ประมาณ 3-4 ปี ก้คิดว่าอยากหาประสบการณ์ใหม่ โดยมีการเอาข้อมูลส่วนตัวไปลงที่เว็บ LinkedIn ที่ใช้สำหรับหางาน หรือหาเพื่อนก็ได้ จากนั้นคนร้ายก็ติดต่อมา ดดยอ้างว่าเป็นลูกครึ่ง อเมริกัน-เอเซีย เป็นแพทย์ทหารตอนนี้ประจำการอยู่ที่อัฟกานิสถาน โดยอ้างว่าอยู่ในสถานการณ์รบแล้วเครียด อยากหาเพื่อนคุยด้วย ซึ่งก็เริ่มต้นจากความเป็นเพื่อน

โดยใช้เวลาคุยกันไม่ถึง 1 เดือน มีการเล่าสารทุกข์สุขดิบ มีการปรับทุกข์กัน เขาก็บอกว่าพ่อตายแล้วยังไม่สามารถไปร่วมงานศพพ่อได้เลย เพราะอยู่ในสนามรบ แต่พ่อมีมรดกทิ้งไว้ให้ 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อยากเกษียณแล้ว เพราะเครียด อยากออกมาใช้ชีวิตกับผู้หญิงคนนี้ที่ประเทศไทย ซึ่งก็เริ่มเป็นการพูดคุยในเชิงชู้สาว

 

เมื่อรักบังตา มีราคาต้องจ่าย!

หลังจากรู้จักกันประมาณ 1 เดือน ในช่วงเดือน มิ.ย. หลังจากนั้นกลางเดือน ก.ค. ก็เริ่มโอนเงินก้อนแรกเลย ซึ่งเขาใช้วิธีการรวบรัดมาก โดยใช้ความไว้วางใจ คุยกันสนิทสนนพอสมควร โดยอ้างว่าจะมาใช้ชีวิตในประเทศไทย และจะโอนเงินมรดกของพ่อทั้งหมดไว้ให้ผู้หญิงคนนี้แล้วนำมาใช้ด้วยกัน พอผู้หญิงหลงเชื่อว่าชีวิตน่าจะดีและได้อยู่ด้วยกันกับผู้ชายคนนี้ ความฝันเริ่มเป็นจริง ก็เริ่มไปจองบ้านราคา 20-30 ล้านบาท

พอถึงขั้นตอนจะโอนเงิน มีการออกอุบายว่า ที่อัฟกานิสถานอินเตอร์เน็ทไม่ค่อยเสถียร จะออกจากค่ายทหารก็ไม่ค่อยสะดวก เลยอยากให้ผู้หญิงคนนี้ดำเนินจการเรื่องเงินมรดกให้แทน โดยให้ติดต่อกับทนายความที่ประเทศอังกฤษ(ปลอม) และให้เบอร์ติดต่อกับผู้อำนวยการธนาคารที่สวิตเซอร์แลนด์(ปลอม)ที่อ้างว่ามีเงินมรดกอยู่

หลังจากนั้นก็เข้าสู่โหมดที่ทนายความ(ปลอม) โดยบอกให้ผู้หญิงคนนี้ส่งเอกสารส่วนตัวทั้งหนังสือเดินทาง ที่อยู่ เบอร์ติดต่อ เพื่อไปทำเอกสารใบมรณะบัตรของพ่อนายทหารคนนี้ และทำลำดับทายาทให้ด้วย ใส่ชื่อผู้หญิงคนนี้เพื่อให้มีสิทธิในการรับมรดก ก็ยิ่งทำให้ผู้หญิงคนนี้มั่นใจ

มิ่งมนตรี ช่างภาพพีพีทีวี
พ.ต.อ.มิ่งมนตรี ศิริพงษ์ ผู้กำกับการ (สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม

มรดกก้อนใหญ่ในต่างแดน!

โดยเงินก้อนแรกใช้บัญชีบริษัทข้างประเทศ เนื่องจากบัญชีส่วนตัวอาจจะไม่สะดวก โดยผู้หญิงคนนี้เชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่าจะได้เงินมรดกจริง จึงกล้าใช้เงินบริษัทโอนไปให้ ซึ่งเงินก้อนแรก 9,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 200,000 บาท อ้างว่าเป็นค่าทนายความค่าดำเนินเอกสาร โดยสร้างความมั่นใจให้เหยื่อโดยให้ไปดูว่ามีเงินจริงหรือเปล่า โดยส่ง username และ password ให้เข้าไปดูในเว็บไซต์ของธนาคารที่ถูกทำปลอมขึ้นมา พอเข้าไปดูก็ปรากฏว่ามียอดเงินจริง 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นเว็บไซต์ปลอม แต่ผู้หญิงคนนี้เชื่อไปแล้ว

หลังจากนี้ก็อ้างว่าจะโอนเงินมาได้จะต้องเสียภาษีก่อน ก็เริ่มมีการโอนเงินก้อนที่ 2 จำนวน 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ ผู้หญิงคนนี้ก็ดำเนินการโอนเงินให้ เพราะเชื่อว่ามีเงินมรดกอยู่จริง ทั้งที่เงินที่โอนไปก้อนแรกก็ไม่ใช่บัญชีที่ตรงกับชื่อทนายความ โดยเขาอ้างว่าเป็นระบบเอเย่นต์เพื่อไม่ต้องเสียภาษี แต่หลังจากนั้นก็มีการดึงเพื่อหลอกล่อเหยื่อว่าเงินมรดกดังกล่าวถูกตรวจสอบจากหน่วยงานเกี่ยวกับการเงินในประเทศนั้น ซึ่งก็ทำให้เงินถูกฟีตไว้ จากนั้นจึงมีการเปลี่ยนมุกใหม่ว่าจะถอนเงินสดมาให้ผู้หญิงคนนี้แทน

จากนั้นก็บอกว่าเงินมาถึงประเทศมาเลเซียแล้ว โดยเงินถูกใส่ไว้ในกระเป๋าเดินทาง ซึ่งมีเพียงผู้หญิงคนนี้ที่รู้รหัสเปิดกระเป๋า แล้วให้ผู้หญิงคนนี้ติดต่อทนาย(ปลอม)อีกคนที่ประเทศมาเลเซีย แต่หลังจากนั้นก็อ้างว่าเงินถูกตรวจสอบ และต้องไปดำเนินการด้วยตัวเองที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งผู้หญิงคนนี้ก็ลางานไปจริงโดยมีคนพาไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง ก็ไปเจอเงินเต็มกระเป๋าซึ่งเป็นการหลอกลวงที่เนียนมาก

 

รู้ว่าเสี่ยงแต่คงต้องขอลอง!

แต่มุกต่อไปก็ยังหลอกอีกว่านายทหารคนนี้ยังมีมรดกอีก 450 ล้านดอลลาร์สหรัฐอยู่ในกองทุน เพื่อให้เหยื่อรู้สึกว่าคุ้มค่าที่จะลงทุน เนื่องจากเห็นแล้วว่าผู้หญิงคนนี้มีศักยภาพที่จะโอนเงินจำนวนมาก

ซึ่งตัวเขาที่เขาอ้างว่ามีมรดกอยู่ตอนนี้ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เงินที่ผู้หญิงคนนี้จ่ายไปเป็นเพียงส่วนน้อย แค่ 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขั้นตอนต่อไปก็มีการหลอกลวงว่าการจะหิ้วกระเป๋าเงินสดข้ามแดนเป็นเรื่องที่อันตราย จึงออกอุบายให้เหยื่อเปิดบัญชีธนาคารที่มาเลเซีย ขั้นต่ำ 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากนั้นเหยื่อก็โอนเงินเข้าไป แต่ก็ยังไม่ได้เงิน จนมีการออกอุบายหลอกขั้นสุดท้ายอีกว่าการจะโอนเงินข้ามประเทศได้ กฎหมายมาเลเซียจะต้องโอนไม่ต่ำกว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐถึงจะโอนได้ จึงหลอกให้ผู้หญิงคนดังกล่าวโอนเงินของบริษัทเข้ามาในบัญชีดังกล่าวให้ถึง 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พอได้เงินมรดกทั้งหมด 500 ล้านก็จะได้โอนเงินคืนให้กับบริษัทได้

และในช่วงท้ายหลังจากที่ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เงินสักที ก็มีการปรึกษาคนที่คิดว่าเป็นแฟนชาวต่างชาติ จนมีการสร้างสตอรี่ขึ้นมาอีกว่าแฟนชาวต่างชาติเขาก็เครียด แล้วสักพักก็มีคนโทรมาบอกอ้างว่าเป็นเพื่อนทหารในค่ายเดียวกัน อ้างว่าผู้ชายคนนี้หัวใจวายไปแล้ว ไม่รู้สึกตัว ซึ่งก็คือการตัดผู้ชายคนนี้ออกไป

อละพอช่วงปลายปีบริษัทมีการปิดงบการเงินก็มาตรวจสอบเจอ สุดท้ายก็โป๊ะแตก ซึ่งตอนนั้นผู้หญิงที่ถูกหลอกก็ยังไม่เชื่อว่าตัวเองถูกหลอก ขณะที่ทางบริษัทเองก็ไม่เชื่อว่าผู้หญิงคนนี้ถูกหลอก แต่คิดว่าเอาเงินไปเอง

ธัญญารัตน์ ช่างภาพพีพีทีวี
ธัญญารัตน์ ถาม่อย พิธีกรรายการ UNLOCK THE CASE

แกะตำราภาษารัก “แก๊งไนจีเรีย”

ส่วนฝั่งแก๊งโรแมนซ์สแกม เมื่อมีเงินโอนเข้ามาก็ต้องหาบัญชีรองรับ โดยใช้บัญชีไทย 7 บัญชี ซึ่งก็ทำให้ตำรวจสามารถตามรอยได้

โดยแผนปทุษกรรมของเขาคือกลุ่มชาวไนจีเรียซึ่งจะจับคู่เป็นผัวเมียกับผู้หญิงไทยที่ไปทำงานในประเทศมาเลเซีย บางคนก็มีลูกด้วยกัน โดยผู้หญิงไทยจะเป็นฝ่ายหาบัญชีม้าให้ บางทีก็ช่วยพูดหลอกลวงเหยื่อด้วย และบทบาทสำคัญก็คือทำหน้าที่เป็นคนถอนเงิน โดยเมื่อมีเงินเข้าจะถอมหมดบัญชีรวดเดียวเลย

ส่วนนายแทพย์ทหารที่ถูกนำมาหลอกลวงตอนต้นนั้น เป็นการใช้โปรไฟล์ของนักธุรกิจชาวมาเลเซียมาใช้แอบอ้าง แต่ตัวตนจริงๆ ก็เป็นหนึ่งในเครือข่ายที่ถูกเราออกหมายจับ แต่หัวหน้าใหญ่ของเขาชื่อ “นายเดฟ” เป็นชาวไนจีเรีย และมีเมียเป็นชาวไทย 3 คน และเปิดบัญชีให้นายเดฟใช้ทั้ง 3 คน โดยไม่มีใครเป็นลูกครึ่งอเมริกันเลย

ส่วนการติดตามจับกัม มีการออกหมายจับทั้งหมด 30 คน เป็นคนไทย 24 คน และคนผิดวสีอีก 6 คน และมีการออกหมายแดงให้ตำรวจสากลช่วยติดตามอีกทีหนึ่ง ซึ่งพอมีการเดินทางออกนอกมาเลเซีย ก็ถูกจับกุมตัวได้แล้ว 2 คน แต่คิดว่าน่าจะไม่มีการส่งตัวผู้ร้ายเหล่านี้มาที่ประเทศไทย เพราะเราถือเป็นประเทศที่ 3

ส่วนผู้หญิงไทยและกลุ่มบัญชีม้า ที่มีเส้นเงินไปถึงก็ถูกดำเนินคดีทั้งหมด โดยศาสตัดสินจำคุกคนละร้อยกว่าปี เพราะถือว่าได้ประโยชน์ร่วมกันกับแก๊งโรแมนซ์สแกม

 

สูญ 6,000 ล้าน ติดคุก 1,004 ปี

ปลายทางของเงินถูกโอนไปซื้อสินค้า กับบริษัทขายสินค้า ก่อนจะส่งสินค้าไปที่ประเทศไนจีเรีย และอีกส่วนหนึ่งก็ทอนมาเข้าบัญชีม้าที่เขาเปิดไว้ และเบิกมาใช้ โดยตัวเลขความเสียหายจากการถูกโรแมนซ์สแกม จำนวนถึง 6,000 บาท ถือเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในโลก

ทั้งนี้คิดว่าหัวใจสำคัญที่ทำให้เหยื่อหลงเชื่อ คือความต้องการความมั่นคงในชีวิตหลังเกษียณ เพราะเหยื่อเป็นผู้หญิงอายุประมาณ 50 กว่า และอยากมีชีวิตคู่ อยากจะมีคนดูแลหลังเกษียณ นอกจากนั้นหลักฐานต่างๆ ที่เขาใช้หลอกลงทั้งเว็บไซต์ธนาคาร หรือกระเป๋าเงินสด ก็ทำให้มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น

ทั้งนี้สำหรับวิธีการหลอกให้รักลักษณะแบบนี้ยังคงใช้ได้อยู่แม้จะผ่านมาหลายปีแล้ว เพราะเป็นเรื่องของอารมณ์ความรู้สึก และความเชื่อ

ส่วนชะตากรรมผู้หญิงที่ตกเหยื่อ โดนบริษัทดำเนินคดีฐานลักทรัพย์นายจ้าง และคนที่ร่วมอนุมัติก็โดนไปด้วย ซึ่งคดีถึงที่สุดแล้วศาลตัดสินจำคุก 1,004 ปี แต่รับสารภาพก็เหลือ 500 ปี แต่จำคุกจริงก็ประมาณ 20 ปี

 

หลอกให้รักเหยื่อปกป้องตัวเองไม่ได้!

อย่างไรก็ตามคิดว่าการจะป้องกันตัวเหยื่อจากเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ยากมาก คิดว่าสถานการณ์ปัจจุบันตัวเหยื่อไม่สามารถปกป้องตัวเองได้เพราะเทคโนโลยีพัฒนาเร็วมาก ทั้งนี้เอกชนหรือรัฐจะต้องทำอันดับแรกคือการตัดโอกาสเข้าถึงเหยื่อ ตัดอินเตอร์เน็ต นอกจากนั้นเอกชนที่สำคัญก็คือเรื่องบัญชีม้า และเบอร์ซิมม้า จะต้องตัดโอกาสเหล่านี้ก่อน

ซึ่งเท่าที่ทำคดีเหล่านี้มา จากเดิมมีผู้เสียหายประมาณพันเคส ล่าสุดลดเหลือประมาณร้อยเคส ก็แสดงว่าเราตัดโอกาสลงไปได้ แต่สิ่งที่ยังเป็นอยู่ในร้อยเคสคือตัวที่เป็นผู้กระทำผิดที่เป็นแกนหลักยังอยู่ ซึ่งก็เป็นหน้าที่จองเข้าหน้าที่ที่จะต้องสืบสวนสอบสวนต่อไป

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เรื่องใหญ่ Live Talk

เรื่องใหญ่ Live Talk

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ