วันที่ 23 มิถุนายน 2568 ที่จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับด่านช่องจวม อำเภออัลลองเวง จังหวัดอุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา ช่วงเช้าเวลา 08.20 น. ฝั่งไทยได้เปิดประตูด่านตามปกติ ส่วนฝั่งกัมพูชาโดยปกติจะเปิดเวลา 09.00 น. ตามข้อตกลงให้เปิดวันจันทร์ พุธ และศุกร์
อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลา 09.00 น. ด่านช่องจวมฝั่งกัมพูชาไม่ได้เปิดตามปกติ โดยแจ้งว่าผู้นำกัมพูชาได้มีประกาศให้ปิดด่านโดยไม่มีกำหนด มีผลตั้งแต่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา
ผู้ป่วยชาวกัมพูชาจำนวนมากกว่า 100 คน ที่มารักษาตัวในฝั่งไทย พากันมารอที่หน้าด่านช่องจวมเพื่อกลับบ้าน แต่ต้องผิดหวังเมื่อด่านยังคงปิด โดยเจ้าหน้าที่ฝั่งกัมพูชาระบุว่า “ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรมีชัยยังไม่มีคำสั่งให้เปิด” ทำให้สถานการณ์หน้าด่านอลหม่าน
ญาติผู้ป่วย และเจ้าหน้าที่ฝั่งไทยพยายามเจรจา แต่ไม่เป็นผล ขณะเดียวกันยังมีรถตู้โดยสารจากฝั่งกัมพูชา (แท็กซี่) และรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์อีกกว่า 10 คัน ที่มารอข้ามกลับประเทศเช่นกัน
ต่อมา เวลา 12.00 น. เจ้าหน้าที่ฝั่งกัมพูชาแจ้งว่า จะเปิดด่านเป็นกรณีพิเศษ ให้เฉพาะผู้ป่วยและญาติ รถตู้โดยสาร และรถบรรทุกที่ตกค้างข้ามกลับกัมพูชาได้ โดยไม่อนุญาตให้มีบุคคลใดข้ามจากกัมพูชาเข้ามาในไทยแม้แต่คนเดียว
เมื่อเจ้าหน้าที่ไทยประทับตราในพาสปอร์ตและบอร์เดอร์พาสเสร็จเรียบร้อย ฝั่งกัมพูชาจึงเปิดประตูเหล็กให้ผู้ป่วยและรถทั้งหมดข้ามกลับ ใช้เวลาราว 20 นาที ก่อนปิดประตูด่านลงอีกครั้งทันที โดยไม่มีการกำหนดว่าจะเปิดอีกเมื่อใด
นางเสรียน พี่สาวของผู้ป่วยชาวกัมพูชา กล่าวว่า เธอต้องพาน้องสาวที่ป่วยเป็นมะเร็งมารับยาและรับคีโมทุก 3 สัปดาห์ หากกัมพูชายังปิดด่านเช่นนี้ ก็คงต้องหันไปรักษาในประเทศตนเอง ซึ่งอาจไม่ต่อเนื่อง และไม่มั่นใจในคุณภาพการรักษาเท่าเมืองไทย
เจ้าหน้าที่ด่านช่องสะงำ เปิดเผยว่า ช่วงเวลา 12.45 น. ได้รับการประสานจากฝั่งด่านช่องจวม ให้แจ้งผู้ป่วยและรถทั้งหมดให้รีบประทับตราเพื่อข้ามแดน และเมื่อผู้ป่วยเดินทางกลับฝั่งกัมพูชาเสร็จ ฝั่งนั้นก็ปิดประตูด่านทันที พร้อมแจ้งว่า “จากนี้ไป ด่านช่องจวมจะปิดโดยไม่มีกำหนด”