ท่ามกลางความตึงเครียดด้านความมั่นคงระหว่างไทย-กัมพูชา คำพูดของสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ที่ระบุว่า ขีดความสามารถของกองทัพกัมพูชานั้นสามารถที่จะโจมตีถึงกรุงเทพฯ ได้นั้น ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามว่า กัมพูชามีขีดความสามารถทางทหารเพียงใด ที่จะมาสนับสนุนคำกล่าวอ้างดังกล่าว
แม้จะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์หรือเครื่องบินขับไล่รุ่นใหม่ แต่รายงาน The Military Balance 2025 ซึ่งจัดทำโดยสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการศึกษากลยุทธ์ (IISS) ได้เผยข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับโครงสร้างกำลังรบของกัมพูชาที่มีหลากหลายด้าน
โดย The Military Balance 2025 รวมถึง The Small Arms Survey แหล่งข้อมูลอิสระโดยโครงการวิจัยอิสระของสถาบันบัณฑิตศึกษาการศึกษาระหว่างประเทศ กรุงเจนีวา เปิดข้อมูลอย่างละเอียดว่า กัมพูชามีอาวุธยุทโธปกรณ์อะไรในมือบ้าง และอะไรที่ทำให้บางฝ่ายเชื่อว่า "กรุงเทพฯ" อาจอยู่ในรัศมีการยิงของอาวุธบางระบบจริงหรือไม่?
เปิดคลังแสงกัมพูชา ปี 2025
ปืน
- ปืนพกกึ่งอัตโนมัติ Type 54 (จีน) กระสุน 7.62x25 มม. Tokarev ปี 1954
- ปืนพกกึ่งอัตโนมัติ TT-30 Tokarev (สหภาพโซเวียต) กระสุน 7.62x25 มม. Tokarev ปี 1930
- ปืนพกกึ่งอัตโนมัติ Makarov (สหภาพโซเวียต) กระสุน 9×18 มม. Makarov ปี 1951
- ปืนพกกึ่งอัตโนมัติ CZ P-10 C (สาธารณรัฐเช็ก) กระสุน 9x19 มม. Parabellum ปี 2017
- ปืนเล็กยาวจู่โจม Type 56 (จีน) กระสุน 7.62×39 มม. ปี 1956
- ปืนเล็กยาวจู่โจม Type 81-1 (จีน) กระสุน 7.62×39 มม. ปี 1983
- ปืนไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติ SKS (สหภาพโซเวียต) กระสุน 7.62×39 มม. ปี 1949
- ปืนเล็กยาวจู่โจม AK-47 (สหภาพโซเวียต) กระสุน 7.62×39 มม. ปี 1949
- ปืนเล็กยาวจู่โจม AKM (สหภาพโซเวียต) กระสุน 7.62×39 มม. ปี 1959
- ปืนเล็กยาวจู่โจม M16A1 (สหรัฐอเมริกา) กระสุน 5.56x45 มม. NATO ปี 1964
- ปืนไรเฟิลซุ่มยิง Type 79 (จีน/สหภาพโซเวียต) กระสุน 7.62×54 มม. ปี 1963
- ปืนกลเบา RPD (สหภาพโซเวียต) กระสุน 7.62×39 มม. ปี 1944
- ปืนกลเบา RPK (สหภาพโซเวียต) กระสุน 7.62×39 มม. ปี 1960
- ปืนกลเอนกประสงค์ PKM (สหภาพโซเวียต) กระสุน 7.62×54 มม. ปี 1961
- ปืนกลเอนกประสงค์ Zastava M84 (ยูโกสลาเวีย) กระสุน 7.62×54 มม. ปี 1985
- ปืนกลหนัก DShK M1938 (สหภาพโซเวียต) กระสุน 12.7×108 มม. ปี 1938
- ปืนกลหนัก QJZ-89 (จีน) กระสุน 12.7×108 มม. ปี 1989
เครื่องยิงระเบิด - อาวุธต่อต้านรถถัง
- เครื่องยิงระเบิด M79 (สหรัฐอเมริกา) ขนาด 40×46 มม. ปี 1961
- เครื่องยิงระเบิด M203 (สหรัฐอเมริกา) ขนาด 40×46 มม. ปี 1969
- ระเบิดจรวดขับเคลื่อน RPG-2 (สหภาพโซเวียต) ขนาด 82 มม. ปี 1954
- ระเบิดจรวดขับเคลื่อน RPG-7 (สหภาพโซเวียต) ขนาด 85 มม. ปี 1961
- ระเบิดจรวดขับเคลื่อน Type 69 (จีน) ขนาด 85 มม. ปี 1970
ยานเกราะ
- รถถังหลัก Type-59 (จีน) ปี 1959 จำนวน 50 คัน
- รถถังหลัก T-55AM1 (สหภาพโซเวียต) ปี 1970s
- รถถังหลัก T-54 (สหภาพโซเวียต) ปี 1948
- รถถังเบา Type 63 (จีน) ปี 1963 จำนวน 20 คัน
- รถถังเบา Type 62 (จีน) ปี 1961 จำนวน 50 คัน
- ยานเกราะเบาลาดตระเวน BRDM-2 (สหภาพโซเวียต) ปี 1962 จำนวน 200+ คัน
- ยานรบทหารราบ BMP-1 (สหภาพโซเวียต) ปี 1966 จำนวน 100 คัน
- ยานเกราะลำเลียงพล OT-64 SKOT (เชโกสโลวาเกีย) ปี 1963 จำนวน 30 คัน
- ยานเกราะลำเลียงพล BTR-60 (สหภาพโซเวียต) ปี 1959
- ยานเกราะลำเลียงพล BTR-152 (สหภาพโซเวียต) ปี 1950
- ยานยนต์เอนกประสงค์ขนาดเบา Tigr (รัสเซีย) ปี 2005 จำนวน 20 คัน
- ยานยนต์เอนกประสงค์ขนาดเบา Dongfeng Mengshi (จีน) จำนวน 50 คัน
- ยานเกราะกำจัดทุ่นระเบิด Sisu RA-140 DS (ฟินแลนด์) ปี 1994
ปืนใหญ่
- ปืนไร้แรงสะท้อนถอยหลัง B-10 (สหภาพโซเวียต) ปี 1954
- ปืนไร้แรงสะท้อนถอยหลัง B-11 (สหภาพโซเวียต) ปี 1954
- ปืนครก 82-BM-37 (สหภาพโซเวียต) ปี 1937
- ปืนครก 120-PM-43 (สหภาพโซเวียต) ปี 1943
- ปืนครก M-160 (สหภาพโซเวียต) ปี 1953
- ปืนใหญ่ลากจูง ZIS-3 (สหภาพโซเวียต) ปี 1942
- ปืนใหญ่ลากจูง M-30 (สหภาพโซเวียต) ปี 1939
- ปืนใหญ่ลากจูง D-30 (สหภาพโซเวียต) ปี 1960
- ปืนใหญ่ลากจูง M-46 (สหภาพโซเวียต) ปี 1946
- ปืนใหญ่อัตตาจร PCL-09 (จีน) ปี 2009 จำนวน 30 คัน
- เครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง BM-21 (สหภาพโซเวียต) ปี 1963 จำนวน 200 คัน
- เครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง PHL-81 (จีน) ปี 1987 จำนวน 100 คัน
- เครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง PHL-90B (จีน) ปี 1987 จำนวน 25 คัน
- เครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง RM-70 (เชโกสโลวาเกีย) ปี 1971 จำนวน 50 คัน
- เครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง BM-13-16 (สหภาพโซเวียต) ปี 1941
- เครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง BM-14-16 (สหภาพโซเวียต) ปี 1952 จำนวน 20 คัน
- เครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง PHL-03 (จีน) ปี 2004 จำนวน 6 คัน
ระบบต่อต้านอากาศยาน
- ปืนต่อต้านอากาศยาน ZPU1 / ZPU2 / ZPU4 (สหภาพโซเวียต) กระสุน 14.5x114 มม.
- ปืนต่อต้านอากาศยาน M1939 (สหภาพโซเวียต) กระสุน 37x252 มม.
- ปืนต่อต้านอากาศยาน AZP S-60 (สหภาพโซเวียต) กระสุน 57×347 มม.
- จรวดต่อต้านอากาศระยะกลาง KS-1C (จีน)
ทั้งนี้ เฟซบุ๊กเพจ thaiarmedforce.com มองว่า กัมพูชาไม่มีอาวุธที่จะโจมตีถึงกรุงเทพฯ ได้ โดยระบุข้อความว่า ประเด็นตรงนี้มาจากคำกล่าวอ้างของกัมพูชา ที่บอกว่ากัมพูชามีอาวุธที่โจมตีถึงกรุงเทพได้ แต่ไม่มีความประสงค์จะทำ
คำกล่าวแบบนี้เป็นคำกล่าวที่ใครก็พูดได้ หมายถึงพูดส่ง ๆ ไปยังไงก็ได้ แต่มันไม่น่าเชื่อถือ ตราบใดที่ไม่ได้แสดงหลักฐานให้ชัด กลับกันถ้าไปดูหลักฐาน ตั้งแต่หลักฐานที่มีความน่าเชื่อถึงน้อยหน่อยอย่าง Wikipedia ไปจนถึงหลักฐานที่มีความน่าเชื่อถือมากอย่าง Arm Transfer Database หลายอัน แม้แต่ Database ที่ต้องเสียเงินเข้าไปอ่าน ก็ไม่พบว่ากัมพูชาจะมีอาวุธใดที่จะยิงได้ถึงกรุงเทพ
เพราะการจะยิงถึงกรุงเทพได้กัมพูชาต้องมีอาวุธที่มีระยะยิงไกลกว่า 200 กิโลเมตร แต่อาวุธที่กัมพูชามีและยิงได้ไกลที่สุดก็คือ PHL-03 หรือ AR2 ซึ่งยิงได้ไกลสุดแค่ 130 กิโลเมตร และถ้ากัมพูชาไม่ได้จัดหารุ่นที่มีจรวดนำวิถี ความแม่นยำก็จะต่ำ ขนาดจรวดแบบนี้ถือว่ามีขนาดใหญ่ แต่ก็ไม่ได้ใหญ่มากแบบที่อิหร่านยิงใส่อิสราเอล ดังนั้นมันไม่ได้มีอะไรน่าตื่นเต้นกับจรวดหลายลำกล้องธรรมดา
ในอีกด้าน ไทยต่างหากที่มีขีดความสามารถในการยิงอาวุธใส่พนมเปญได้ เพราะไทยมีเครื่องบินขับไล่ ไล่ตั้งแต่ของทันสมัยอย่าง Gripen C/D หรือ F-16 eMLU ไปจนถึงของเก่ามาก ๆ แต่ข้างในปรับปรุงใหม่ใส่ของอิสราเอลอย่าง F-5TH ซึ่งมีพิสัยบินไกลถึงพนมเปญแบบบินไปทิ้งระเบิดแล้วยังตีลังหาสามรอบก่อนกลับมาเมืองไทยได้อีกด้วย
และเครื่องบินขับไล่คือสิ่งที่กองทัพกัมพูชาไม่มี ไม่ใช่เพราะไม่อยากมี แต่ไม่มีปัญญามี เนื่องจากการมีเครื่องบินขับไล่ต้องใช้ขีดความสามารถทั้งงบประมาณ ทักษะ ความรู้ และความเชี่ยวชาญ ซึ่งกัมพูชาไม่มีเลย
เอาแค่อย่างแรกคืองบประมาณก็ตายแล้ว เพราะเครื่องบินขับไล่ที่ไทยจะซื้อคือ Gripen E/F ซึ่งซื้อแค่ 4 ลำ ยังไม่เต็มฝูงด้วยซ้ำ แต่งบประมาณที่ใช้ เท่ากับงบประมาณของกระทรวงกลาโหมกัมพูชาทั้งกระทรวงด้วยซ้ำ
แม้แต่ลาวยังมีเครื่องบินฝึกที่ปรับปรุงมาเป็นเครื่องบินโจมตีคือ Yak-130 ใช้ แต่กัมพูชาไม่มี