นายสุพจน์ ศรีงามเมือง รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 6 ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 6 เปิดเผยเรื่องที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ซึ่งเป็นเรื่องที่สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 6 ดำเนินการไต่สวน จำนวน 1 เรื่อง โดยมีรายละเอียด ดังนี้ กรณีกล่าวหา เสมียนแผนกประวัติ มณฑลทหารบกที่ 31 ค่ายจิรประวัติ จังหวัดนครสวรรค์กับพวก เรียกค่าดำเนินการเพื่อนำบุคคลเข้ารับราชการเป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตร โดยมีผู้ถูกกล่าวหาดังต่อไปนี้
- นางสาวอังคนา ภูทองทิพย์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเสมียนแผนกประวัติ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1
- นายณัฏฐพงศ์ เจริญศรี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2
ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 เรียกค่าดำเนินการเพื่อนำบุคคลเข้ารับราชการเป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตร โดยผู้เสียหายได้รับทราบมาจากคนรู้จักว่ามีบุคคลเป็นทหารมาบอกว่าสามารถนำบุคคลเข้ารับราชการเป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตรได้ โดยเรียกค่าดำเนินการคนละ 550,000 บาท โดยจะต้องจ่ายเงินก่อนจำนวน 275,000 บาท และเมื่อได้รับคำสั่งบรรจุเข้ารับราชการแล้วจะต้องเสียเงินอีกจำนวน 275,000 บาท
โดยจะใช้เวลาดำเนินการนับจากวันที่ได้จ่ายเงินงวดแรกประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปี ผู้เสียหายจึงได้ตกลงว่าจะให้ลูกของผู้กล่าวหาเข้าเป็นทหาร ซึ่งมีผู้หลงเชื่อว่าจะบรรจุได้จำนวน 2 ราย จ่ายเงินจำนวนรายละ 275,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหาย 550,000 บาท ให้กับผู้ถูกกล่วหาที่ 1 ไป ภายหลังจากที่ได้มีการโอนเงิน ปรากฏว่าเมื่อผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ได้รับเงินไปแล้วกลับไม่สามารถที่จะดำเนินการได้จริงตามที่ตกลงไว้
ในส่วนของผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 มีพฤติการณ์ที่รับทราบหรือรู้เห็นกับการกระทำของถูกกล่าวที่ 1 เป็นลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำ หรือให้ความช่วยเหลืออำนวยความสะดวก
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติ ดังนี้
- การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ประกอบมาตรา 91 และตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 171 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และมีมูลความผิดทางวินัย ฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร พ.ศ. 2521 มาตรา 15 ประกอบระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยผู้ซึ่งไม่สมควรจะดำรงอยู่ในยศทหารและบรรดาศักดิ์ พ.ศ. 2507 ข้อ 2.9
- การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ประกอบมาตรา 91 และตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 171 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และมาตรา 91
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยตามฐานความผิดดังกล่าว
ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป