วันที่ 25 ก.ค.2568 พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษก ศบ.ทก. ระบุว่า ขอแสดงความเสียใจกับการสูญเสียที่เกิดขึ้นต่อพี่น้องประชาชนชาวไทย จากการโจมตีของฝ่ายกัมพูชา ที่เริ่มใช้กำลังมายังฝ่ายไทยตั้งแต่ช่วงเช้าของเมื่อวานนี้ การปะทะดังกล่าวเป็นเหตุที่ไม่คาดคิด ทำให้ฝ่ายเราไม่สามารถแจ้งเตือนไปยังพี่น้องประชาชนได้ล่วงหน้า จึงอยากแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนของทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชา ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับการสู้รบ ที่ยังคงอยู่ในพื้นที่ตามแนวชายแดนของทั้งสองฝั่งให้อพยพออกจากพื้นที่เพื่อลดและการป้องกันความเสียหาย
สำหรับยอดผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บของฝ่ายไทย เวลา 09:00 น. วันนี้ (25 ก.ค.) พลเรือนเสียชีวิต 14 คน ที่เหลือบาดเจ็บ รวมแล้ว 45 คน ขณะเดียวกัน จ.ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ สุรินทร์ และอุบลราชธานี มีการอพยพประชาชนไปกว่า 130,000 คนแล้ว ได้มีการจัดเตรียมศูนย์พักพิงสามารถรองรับได้กว่า 300,000 คน รวมทั้งจัดชุด ชรบ.ดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนแล้ว
โดยกระทรวงสาธารณสุขได้อพยพผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ออกจากรัศมีของการโจมตีรวมทั้งหมด 11 แห่ง มี 4 แห่ง ปิดทำการไปโดยปริยาย เพราะมีความเสี่ยงต่อการถูกโจมตี ผู้ป่วยใน รวมทั้งหมดบุคลากรทางการแพทย์ มีการอพยพออกจากพื้นที่แล้ว
อย่างไรก็ตาม การช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัยรวมถึงผู้เสียชีวิต ทุพพลภาพ และบาดเจ็บ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมทั้งสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้กำหนดแนวทางตามระเบียบของราชการในการช่วยเหลือประชาชน จัดสรรงบประมาณและกองทุนต่าง ๆ ที่สามารถจัดหาได้
พล.ร.ต.สุรสันต์ ระบุอีกว่า จากที่มีการปรากฎข่าวการโจมตี ไปตามสถานที่ต่าง ๆ เช่น โรงพยาบาลซึ่งถือเป็นพื้นที่ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม เป็นการละเมิดต่ออนุสัญญาเจนีวาและเป็นการปฏิบัติอย่างไร้มนุษยธรรม ฝ่ายไทยขอประท้วงและประณามอย่างรุนแรงในเหตุการณ์นี้ด้วย
นอกจากนี้ สถานการณ์ในเวลา 08.00 น. กัมพูชายังใช้อาวุธหนัก และอาวุธยิงสนับสนุนระยะไกลโจมตีไทย ทำให้พื้นที่ส่วนหลังที่มีประชาชนชาวบ้านอาศัยอยู่ได้รับผลกระทบ แน่นอนว่าโรงพยาบาลเป็นหนึ่งในจุดที่ได้รับผลกระทบ
จากการพิสูจน์ทราบ การปะทะยังคงอยู่ทั้งหมด 12 แห่ง ช่องบก ช่องอานม้า ชุดตรวจการภูผี ช่องตาเฒ่า เขาพระวิหารบริเวณวัดแก้วฯ พื้นที่ภูมะเขือ ช่องจอม ปราสาทตาควายปราสาทตาเมือนธม นี่คือตัวอย่างของพื้นที่ที่มีการปะทะกันอยู่จนถึงปัจจุบันนี้
สำหรับมติของสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครั้งที่ 7 / 2568 ที่ประชุมไปแล้วเมื่อวานนี้ (24 ก.ค.) เป็นวาระพิเศษ มีการอนุมัติให้กองทัพ ดำเนินการปกป้องอธิปไตย และบูรณภาพดินแดนของไทย /กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การดูแลพี่นกประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยพิจารณาจากกลไกช่วยเหลือเพิ่มเติม /และกระทรวงการต่างประเทศให้ทำการประท้วงและประณามการกระทำของกัมพูชา
ขณะเดียวกัน ให้ ศบ.ทก.บริหารสถานการณ์ชายแดนและให้ข้อมูลข่าวสารและข้อเท็จจริงบูรณาการร่วมกับกองทัพ กระทรวงการต่างประเทศ สภาความมั่นคงแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
พร้อมกันนี้ มีการรายงานไปยังครม.และมีมติเห็นชอบไปแล้วเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา คือ ให้กระทรวงการต่างประเทศลดระดับความสัมพันธ์ทางการพูดกับกัมพูชา กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อย่างเต็มที่ และให้กระทรวงการคลังพิจารณามาตรการทางภาษีช่วยเหลือภาคเอกชนและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย