ดร.สุรชาติ บำรุงสุข นักวิชาการด้านความมั่นคงจุฬา ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand” ถึงกรณีกระแสข่าวทหารรับจ้างรัสเซียช่วยฝ่ายกัมพูชาโจมตีทหารไทย ในการรบคืนวันที่ 28 ก.ค. ก่อนข้อตกลงหยุดยิงมีผลนั้น ว่า เรื่องนี้เป็นข้อมูลที่น่าสนใจ และเชื่อว่าวันนี้เรามีตัวละครใหม่ในสนามรบ และเป็นตัวละครที่เราคิดไม่ถึง นอกจากตัวละครเดิมอย่างจีนและสหรัฐ
โดยข้อมูลของทหารรับจ้างรัสเซียนั้น เริ่มมีประเด็นตั้งแต่หลังเวลาหยุดยิงแล้ว ซึ่งทหารในพื้นที่ดักสัญญาณการพูดคุยของคนรัสเซีย 2 คนได้ โดยพูดคุยถึงอุปกรณ์เชื่อมต่อสัญญาณบางอย่าง ซึ่งตีความได้ว่าน่าจะเกี่ยวโยงกับสัญญาณควบคุมโดรนหรือไม่ แม้บทสนทนาดังกล่าวจะยังไม่สื่อถึงขนาดนั้น แต่ยังต้องตามข้อมูลชิ้นส่วนบางอย่างที่จะฏยงกับอุปกรณ์สงครามหรือไม่
วันนี้กำลังพลในสนามรบบางส่วน รู้สึกว่าฝ่ายตรงข้ามมีผู้ควบคุมการยุทธ์ ดังนั้นคงต้องตามดู เพราะมีคำถามว่าตัวละครที่เข้ามาใช่ กลุ่มแวกเนอร์ (กลุ่มทหารรับจ้างชื่อดังของรัสเซีย) หรือไม่ เพราะก่อนหน้าที่ในช่วงที่ "มิน อ่อง หล่าย" ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา เพลี่ยงพล้ำได้เสนอให้ท่าเรือทวายให้รัสเซีย เพื่อเป็นท่าเรือน้ำอุ่นของรัสเซีย ถ้าเป็นอย่างนั้นก็เชื่อว่ากลุ่มแวกเนอร์ จะเข้ามาในเมียนมาร์
ส่วนฝั่งกัมพูชาก็เชื่อว่าเริ่มมีปัญหาภูมิรัฐศาสตร์จริงๆ โดยเฉพาะพื้นที่ช่องจอม จ.สุรินทร์ มีการจับชาวจีนได้ 3 คน ซึ่งมีการบินโดรนในพื้นที่ ซึ่งวันนี้เรารู้ว่าจีนสนับสนุนทางการทหารกับกัมพูชามากพอสมควร และคำถามคือตอนที่จีนซ้อมรบกับกัมพูชา จีนทิ้งอาวุธไว้มากแค่ไหน ซึ่งเรื่องนี้ตอบไม่ได้ แต่รู้ว่าในช่วงที่ผ่านมาจีนมีการเอาอาวุธมาวางทิ้งไว้ให้กัมพูชาพอสมควร ดังนั้นกรณีบทบาทของสายลับจีนที่เข้ามาในไทยจึงเป็นตัวละครอีกแบบหนึ่ง ส่วนตัวละครอีกคน หลังจากกลุ่มสแกมเมอร์ เปลี่ยนมาทำสงครามไซเบอร์ และทำสงครามข่าวสารให้กับฝ่ายกัมพูชา ก็เชื่อว่าส่วนหนึ่งเป็นสแกมเมอร์จีนด้วย
“สงครามวันนี้มีทั้งสงครามทหารในพื้นที่ และส่งครามอีกรูปแบบหนึ่งที่เขาเปิดมาตลอด โดยขเมรเล่นบท ลูกอีกช่างฟ้อง คือฟ้องโลกทุกเรื่องรวมทั้งข่าวปลอม ส่วนบทของไทยกลายเป็นลูกอีกช่างรับ รับทุกเรื่อง”
อย่างไรก็ตามกัมพูชากับสหรัฐในช่วงหลังเขาจับมือกันมากกว่าที่ไทยคิดไว้เยอะมาก ทั้งที่กัมพูชาติดหนี้จีนเยอะมาก และจะติดกับดักหนี้จน จนถูกเรียกร้องขอสัมปทานพื้นที่ในกัมพูชาเพื่อสร้างฐานทัพ ซึ่งเราก็เห็นท่าเรือจีนที่เรียมแล้ว และมีท่าเรือเจ้าผิว ในเมียนมาร์ ซึ่งอาจจะถูกพัฒนาเป็นฐานทัพเรือในอนาคต ซึ่งก็ตรงกับยุทธศาตร์ที่ชาติตะวันตกมองว่าจีนกำลังร้อยสร้อยไข่มุกในพื้นที่แถบนี้
อย่างไรก็ตาม ดร.สุรชาติ มองว่าวันนี้กัมพูชา พยายามบีบให้ไทยเข้าสู่เวทีพหุภาคี บีบให้ออกจากเวทีทวิภาคี โดยโต๊ะที่มาเลเซีย เริ่มเห็นตัวละคร 2 ส่วน และวันนี้มีตัวละครที่ 3 เพิ่มมาคือรัสเซีย ในอนาคตถ้ามีการฟ้องเกิดมากขึ้น และเราต้องเข้าสู่เวทีพหุภาคีในการแก้ปัญหา ก็จะถือเป็นโจทย์ใหญ่ ทั้งนี้หลังหยุดยิงโจทย์เปลี่ยนไปอีกปบบหนึ่ง จึงอยากฝากรัฐบาลว่าหลังจากนี้เราต้องรับทุกกระบวนท่าให้ได้ เพราะวันนี้สนามรบมีทั้งในเชิงภูมิศาสตร์ สนามรบไซเบอร์ สนามรบในเวทีสื่อ และต่างประเทศ แม้เราจะเห็นว่าวันนี้ของจริงเราเหนือกว่าในด้านการรบทางทหาร แต่ในเวทีอื่นๆ เราเป็นฝ่ายรับ