จากกรณีที่ “ดร.ตฤณห์ โพธิ์รักษา” หรือ อาจารย์ตอง นักอาชญาวิทยาเชิงจิตวิทยาและพฤติกรรมอาชญากร และผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริหารวิชาการคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรื่องร้อนเกี่ยวกับเงินบริจาค ทำให้ชาวเน็ตแห่สงสัยว่าหมายถึงใคร? โดยวันนี้ ดร.ตฤณห์ เปิดใจในรายการโหนกระแส ถึงกรณีดังกล่าวยืนยันว่าการที่ออกมาพูดมีประโยชน์กับคนส่วนมาก อาจทำร้ายคนส่วนน้อยที่กระทำความผิด เรื่องนี้มีคนพยายามจะเปิดโปงหลายครั้ง แต่ก็มีอำนาจมืด และอิทธิพลทำให้มันหายไป
จุดเริ่มต้นเกิดจาก DSI และ ตัวดร.ตฤณห์ เห็นความผิดปกติของนมที่อยู่ในแวดวงนี้ เนื่องจากเข้ามายุ่งเกี่ยวกับคดีที่ตัวเองกำลังทำอยู่ ซึ่งเขาได้เข้ามาปั่นให้คดีที่ดำเนิการอยู่นั้น ออกนอกเส้นทาง จึงเป็นเหตุให้ขอตรวจสอบและผลการตรวจสอบก็พบว่าจริงตามที่สงสัย
จากนั้นได้สืบหาเหตุผลต่อว่า ทำไมพวกเขาถึงอยู่ได้นานขนาดนี้ แสดงว่าเขาอาจมีแบล็ก? ซึ่งคดีใหญ่ขนาดนี้ไม่เชื่อว่าจะมีคนไม่รู้เห็น นอกจากนี้ยังได้มีการเปิดเผยว่าคนชุดแรกที่นำข้อมูลไปให้เจ้าหน้าที่ เอาไปให้ผิดมือทำให้คดีหายไป ยืนยันว่ามีคนไปร้องเรื่องนี้มาแล้ว แต่คนๆ นั้นไม่ใช่คนมีแสงส่องถึงมากพอ เลยกลายเป็นเรื่องอันตรายกับตัวเขา ทุกสิ่งที่ได้ออกมาเคลื่อนไหว อยู่ในการวางแผนร่วมกันของ DSI และกองปราบฯ ไม่ได้ออกมาหาแสงแน่นอน
ดร.ตฤณห์ เล่าต่อว่า ตอนแรกเรื่องนี้จะเงียบมากกว่านี้ ถ้าคนของวัดไม่พูด ซึ่งสมมติตัวละครคือ”หนึ่ง และ “สอง” โดยนายหนึ่งได้ไปบอกเรื่องราวให้ "นายสอง" ระวังตัวว่าจะเกิดเรื่องนี้ขึ้น "นายสองร้อน" ตัวพยายามทำลายหลายอย่าง ทำให้มีพรุธหลุดออกมา อ้างว่าตัวผมและ จนท. พยายามทำลายศาสนา ทั้งอ้างว่าได้รับใบสั่งมาจากบางคนให้ทำลายชื่อเสียงของเขา ยืนยันว่าตัวเองไม่ได้รับคำสั่งจากใครทั้งนั้น
นอกจากนี้ ดร.ตฤณห์ ยังเล่านิทานที่นายสองได้ไปบอกพยานที่เชื่อถือได้มากกว่า 10 คนว่า เขาคือ 1 ใน 5ผู้วิเศษที่เป็นสายลับรัสเซีย โดยถูกสายลับรัสเซียลักพาตัวไปฝึก และถูกเลี้ยงดูมาโดยอัศวินวาติกัน และใช้มุกเดิม ๆ คือเรื่อง “อดีตชาติ” โดย ดร.ตฤณห์ วิเคราะห์ในแง่ของอาชญาวิทยาและในด้านกฎหมายกระบวนการยุติธรรม กายภาพและสมองของ "นายสอง" ไม่ได้เป็นเลิศที่จะได้รับความไว้ใจให้ดำรงตำแหน่งสายลับ แต่พูดอะไรมากไม่ได้ เพราะแฟนคลับเขาก็จะมองว่าผมมีเรื่องบาดหมางกับเขา อย่างไรก็ตามประเด็นนี้ พิธีกรระบุว่ามีคลิปเสียง
ดร ประยุทธ์ เทพเสนา หรือ มหาหมี รองประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการรับบริจาคแล้วนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ โดยหลักแล้วเจ้าอาวาสซึ่งเป็นเจ้าพนักงานของรัฐมีหน้าที่ควบคุมดูแลทรัพย์ของวัดทุกอย่าง หากพบว่ามีการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ ต้องมองหมายให้ไวยาวัจกรวัดไปกล่าวโทษกับพนักงานสอบสวน ซึ่งรายละเอียดก็ต้องมาดูว่าเงินที่ใช้คือรายได้ในวัดหรือรายได้นอกวัด