นายทรงฤทธิ์ โพนเงิน นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง แสดงความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ในรายการคุยข้ามช็อต Exclusive Talk หลังจากที่เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดเหตุทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดเป็นรายที่ 4 แล้ว บริเวณช่องโดนเอาว์ จ.ศรีสะเกษ รวมถึงสถานการณ์การเมืองภายในของกัมพูชา ที่ดูเหมือนว่าจะเริ่มมีความสั่นคลอนขึ้นเรื่อย ๆ
เหลือนับล้านลูก! ทุ่นระเบิดในกัมพูชา
นายทรงฤทธิ์ กล่าวว่า ทุ่นระเบิดฝั่งกัมพูชานั้นเหลืออยู่เป็นล้านลูก มาจากการประมาณการโดยองค์กรสนับสนุนด้านการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ภายใต้อนุสัญญาออตตาวา ผ่านการใช้เทคโนโลยีสแกนพื้นที่มานับตั้งแต่ปี 1999
โดยในกัมพูชามีการนับและจัดหมวดหมู่ทั้งหมด 4 กลุ่ม แต่ละกลุ่มวางไว้ที่ไหนบ้าง ประกอบด้วย กลุ่มเขมรแดง ฝ่ายเจ้านโรดมสีหนุ ลอน นอล และฮุน เซน
เริ่มจากยุคเขมรแดงมีการวางตามแนวชายแดนเวียดนามเป็นส่วนใหญ่ เพราะเป็นไม้เบื่อไม้เมาเรื่องเขตแดน พอมายุค ลอน นอล ก็มาวางประชิดชายแดนไทยมากกว่า ส่วนฝ่ายเจ้าวางไม่เยอะ เพราะไม่มีกำลังของตัวเองมากนัก
มั่นใจทุ่นระเบิดช่องโดนเอาว์เป็นของใหม่
ปมทหารไทยเหยียบกับระเบิดรายที่ 4 นายทรงฤทธิ์ กล่าวว่า เป็นทุ่นระเบิดใหม่แน่นอน ไม่ใช่ของเดิมที่เก็บกู้แล้ว เพราะไทยเริ่มเก็บกู้ทุ่นระเบิดตั้งแต่ปี 1999 ตั้งแต่ที่เข้าเป็นภาคีในอนุสัญญาออตตาวา พร้อมกับกัมพูชา โดยกัมพูชาเข้าร่วมเป็นภาคีเพราะหวังเงินนำไปใช้เก็บกู้
นอกจากนี้ ประเทศไทยไม่มีเหตุผลอันใดที่ต้องรักษาสิ่งเหล่านี้ไว้ นับตั้งแต่แปรสนามรบเป็นสนามการค้า สร้างความเป็นมิตรกับเพื่อนบ้าน สร้างหน่วยงานในการเก็บกู้วัตถุระเบิดขึ้น และจะเป็นตัวแทนของทั้งสองประเทศในออตตาวา
โดยการเก็บกู้จะเริ่มจากพื้นที่ที่คนอยู่และทำมาหากิน และทุ่นระเบิดจะเก็บกู้เร็วไม่ได้ เพราะต่างคนต่างวาง และเมื่อขึงพื้นที่สำรวจจะสำรวจทีละตารางเมตร ต้องทำแบบระมัดระวัง ซึ่งถ้าเยอะจริง ๆ ต้องมีการนำเส้นลวดไปขึงพื้นที่ว่าห้ามเข้าโดยเด็ดขาด
นายทรงฤทธิ์ เผยว่า กัมพูชามีการวางทุ่นระเบิดหนาแน่นมาก การเก็บกู้นับตั้งแต่ปี 1999 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน กัมพูชาเพิ่งเก็บกู้ได้เพียง 10%
ทำไมกัมพูชาไม่ตอบรับเก็บกู้ระเบิดในวง GBC
ส่วนกรณีที่กัมพูชาไม่ยอมตอบรับข้อตกลงเรื่องทุ่นระเบิดในวงประชุม GBC นายทรงฤทธิ์ กล่าวว่า กัมพูชาพูดมาเสมอว่าที่ทหารไทยไปเหยียบนั้นเป็นของเก่า พยายามจะบอกว่าเขาไม่ได้วาง เพราะถ้าวางเมื่อไร เท่ากับละเมิดสัญญาออตตาวา เงินเก็บกู้ก็จะหายไป ประกอบกับเก็บไปแค่ 10% แล้วใครจะมาช่วยเก็บกู้
และถ้าเขายอมรับ เท่ากับว่าสิ่งที่เขาทำไว้ในความมืดก็จะออกมาในทางสว่าง เป็นการตอกย้ำว่ากัมพูชาละเมิดจริง ๆ และจะต่อยอดไปอีกหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการที่คุณละเมิดอนุสัญญาออตตาวา สองคือสิ่งที่คุณทำกับประเทศไทย เป็นประเทศเล็กแต่ทำไมไปรุกรานคนอื่น
นอกจากนี้ ยังมีความสมเหตุสมผลในแง่ที่ว่าไทยเก็บกู้ทุ่นระเบิดหมดแล้วในพื้นที่ลาดตระเวนร่วมบริเวณชายแดน โดยเฉพาะในพื้นที่ปักปันที่เป็นที่ลุ่ม จึงต้องมี MOU ปี 2000 คำถามคือนับตั้งแต่ที่มีการเก็บกู้ตั้งแต่ปี 1999 ทำไมเพิ่งมาเหยียบเอาตอนนี้ ก่อนหน้านั้นทำไมไม่มีการเหยียบทุ่นระเบิดเกิดขึ้น
แนะใช้เทคโนโลยีช่วยเก็บกู้ทุ่นระเบิด ใช้งบไม่มาก ชีวิตทหารมีค่ากว่า
นายทรงฤทธิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีการใช้รังสีหรือคลื่นเป็นเทคโนโลยีรุ่นใหม่ยิงกระทบลงไป เพื่อสแกนว่ามีอะไรอยู่ข้างล่างไหม ซึ่งหน่วยลาดตระเวนของไทยอาจต้องเพิ่มการฝึกฝนโดยให้โดรนนำหน้าทหารไปสัก 100 เมตร เพื่อความสะดวก หลีกเลี่ยงการสูญเสีย
หรือมีอีกวิธีหนึ่งคือ การมอนิเตอร์โดยใช้กล้องวงจรปิด อาจจะมอนิเตอร์สักทุก ๆ ร้อยเมตร แต่ไม่ต้องติดตั้งทุกพื้นที่ เอาเฉพาะพื้นที่ที่มีความขัดแย้ง และอ่อนไหว โดยต้องเพิ่มความละเอียดในการตรวจการมากขึ้น
นายทรงฤทธิ์ มองว่า ในช่วงนี้ไม่จำเป็นต้องหยุดเดินลาดตระเวน แค่เพิ่มความระมัดระวัง จากเดิมรัศมีการเดินอาจใช้เวลาสัก 3 ชั่วโมง ก็ให้เพิ่มไปอีก 1-2 ชั่วโมง รักษาความเป็นปกติ เพิ่มความละเอียดเข้าไปในพื้นที่เท่านั้น อย่างไรก็ตาม แนะนำให้ใช้เทคโนโลยีเข้ามา เพราะใช้งบประมาณไม่มาก ชีวิตทหารไทยมีค่ากว่า
กัมพูชา บิดพลิ้วได้ทุกวินาที หากสถานการณ์เปลี่ยน
นายทรงฤทธิ์ กล่าวว่า กัมพูชามีหน้าที่ยั่วยุคนกัมพูชาอยู่แล้ว และมีการบิดทุกเรื่องเพื่อให้เข้าทางตัวเอง ไม่มีการตรวจทานข้อมูลข่าวสารที่เขาป้อนให้คนของเขา
คนกัมพูชาทุกวันนี้ตั้งแต่ใช้ซิงเกิล เกตเวย์ และตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตไทย 100% ข้อมูลข่าวสารที่คนกัมพูชาในประเทศรับรู้ คือข้อมูลข่าวสารที่ตระกูลฮุนเป็นคนปั้น และศูนย์บัญชาการอยู่ที่ตาขะเมา เพราะฉะนั้นมีการพลิกบิดพลิ้วได้ทุกวินาทีเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน
นายทรงฤทธิ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่เราเห็นทุกวันนี้ เปลี่ยนเกมไปตามที่เขาต้องการในบ้านเขา เขากำหนดเราไม่ได้ แต่เขากำหนดคนของบ้านเขาได้ เขาคัดไว้หมดแล้ว แต่เขาก็จะมีการปรับเปลี่ยนบทไป
นอกจากนี้ ยังมีการร้องเพลงมาร์ชปลุกใจถ่ายทอดไปทั้งประเทศ แม้กระทั่งในโรงเรียนก็กลายเป็นกิจกรรมหน้าเสาธงไป ทีนี้เมื่อถอดละครไทย รายการไทย ก็ไม่มีอย่างอื่นมาเปรียบเทียบ แทนที่ด้วยละครประวัติชีวิตตนเอง
“ทรงฤทธิ์” อ่านเกมก้าวต่อไปของ “ฮุน เซน”
นายทรงฤทธิ์ มองว่า หากมองพล็อตในตอนนี้ กัมพูชาจะหยิบบทความเป็นเยาวชนขึ้นมาเยอะ สร้างความรักชาติ ชาตินิยมให้สูงส่ง มีการเยียวยา เอาของไปให้ครอบครัวที่สูญเสีย ทั้งภรรยาของฮุน มาเนต และอื่น ๆ
รวมถึงมีกระแสเรียกร้องสันติภาพหลังหยุดยิง เนื่องจากหากยิงต่อก็ตายกันหมด แต่การเรียกร้องสันติภาพนั้นไม่ใช่การยอมแพ้ ก็จะมีโปสเตอร์รณรงค์แผ่นหนึ่งขึ้นมา เป็นรูปเยาวชนผู้หญิงสวยทาสีดำลายพรางเหมือนทหาร ใส่ชุดทหารกัมพูชา พร้อมบอกว่า ถึงเราจะใฝ่สันติภาพ แต่ก็ไม่เกรงกลัวอำนาจมืด และมีการใช้คำว่า “เอาความสวยไว้แนวหลัง แล้วเอาความกล้าหาญสู่แนวหน้าสู้ไทย”
ซึ่งสัดส่วนประชากรกัมพูชามีกว่า 65% ที่เป็นคนรุ่นใหม่ ซึ่งถ้า 65% เมื่อเลือกใครก็จะชนะถล่มทลาย ดังนั้น ฮุน เซน ต้องดึงกลุ่มเยาวชนรุ่นใหม่มาเป็นฐาน จึงต้องตั้งลูกชายคือ ฮุน มานี มาจัดตั้งสหพันธ์เยาวชนแห่งชาติ จัดกิจกรรมถือธงชาติ ร้องเพลงรักชาติสารพัด
ทำให้ตอนนี้เขาไม่สนใจคนอายุ 50 ขึ้นไปแล้ว เพราะเป็นคนส่วนน้อย ไม่สนว่าใครจะมาวิพากษ์วิจารณ์ แต่ตั้งกรอบ 65% นี้ เพื่อให้อำนาจยังคงอยู่กับ ฮุน มาเนต ต่อไป
ส่วนการที่ฝั่งกัมพูชาออกมาบอกว่าจะเอาปราสาทตาควายคืนนั้น นายทรงฤทธิ์ มองว่า เป็นสงครามจิตวิทยาเล็กน้อย เพราะถ้าเจ๋งจริง ยิงกันยังไม่ถึงเท่าไร ทำไมจดหมายของฮุน มาเนต ร่อนไปถึงสหประชาชาติแล้ว
ทั้งหมดเป็นการพล็อตไว้แล้ว แสนยานุภาพเรากับกัมพูชาเทียบกันไม่ได้ ยกเว้นจะมีกองเสริมเป็นมหาอำนาจ แต่ที่ผ่านมาไม่มี พอไม่มีก็แป้ก จึงต้องรับบทผู้ถูกกระทำ และเชื่อว่าเขาไม่กล้ายิงอีก แต่อยากให้เราเป็นฝ่ายยิงก่อน