รวบหนุ่มหัวใส จัดฉากขับรถตกน้ำ 4 คันรวด หวังหลอกเคลมประกัน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ตำรวจสอบสวนกลางรวบหนุ่มหัวใส ขบวนการโกงประกัน จัดฉากขับรถตกน้ำ 4 คันรวด หวังหลอกเคลมประกัน ความเสียหายรวมทะลุล้านบาท

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกันจับกุม นายอนุชาฯ อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ที่ จ.604/2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “พยายามฉ้อโกงทรัพย์, เรียกร้องผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยโดยทุจริตหรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จในการเรียกร้อง” บริเวณบ้านพักใน อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี  

สืบเนื่องจากเมื่อประมาณเดือน พ.ค. 2567 บริษัทประกันภัยแห่งหนึ่งได้เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ. กรณีนายอนุชา ผู้เอาประกันภัยรถยนต์ ได้แจ้งเหตุอุบัติเหตุรถยนต์ตกน้ำในพื้นที่จังหวัดนครปฐม

รวบหนุ่มหัวใส จัดฉากขับรถตกน้ำ 4 คันรวด หวังหลอกเคลมประกัน ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)
รวบหนุ่มหัวใส จัดฉากขับรถตกน้ำ 4 คันรวด หวังหลอกเคลมประกัน

โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นบริษัทประกันภัยพบความผิดปกติของผู้เอาประกันภัยรายนี้ จึงได้ระงับการจ่ายค่าสินไหม และมาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ. ในความผิดเกี่ยวกับการฉ้อฉลประกันภัย 

จากการสืบสวนสอบสวน พบข้อมูลว่า นายอนุชาได้ครอบครองรถยนต์จำนวน 4 คัน โดยได้เช่าซื้อในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน และเลือกทำประกันภัยกับบริษัทประกันภัยหลายแห่งแตกต่างกันไป

ในห้วงเวลาเพียง 3 เดือน ตั้งแต่เดือนก ก.ย. 66 ถึงเดือน พ.ย. 66 รถยนต์ทั้ง 4 คันดังกล่าว ได้เกิดอุบัติเหตุในลักษณะคล้ายคลึงกัน โดยผู้ขับขี่ จำนวน 3 ราย ขับรถเสียหลักตกลงไปในน้ำ จากนั้นได้มีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนไปยังบริษัทประกันภัยต่าง ๆ โดยมีบริษัทประกันภัยบางรายหลงเชื่อ และจ่ายค่าสินไหมทดแทนไปแล้วกว่า 9 แสนบาท

นอกจากนี้ ยังมีคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาสินไหมอีกหลายกรณี ซึ่งคาดว่าความเสียหายทั้งหมดอาจสูงกว่า 1 ล้านบาท

จากการสืบสวนขยายผล พบว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าวมีการกระทำความผิดเป็นขบวนการ มีผู้เกี่ยวข้อง จำนวน 4 ราย ได้แก่ นายอนุชา ซึ่งทำการเช่าซื้อรถยนต์ทั้ง 4 คัน พร้อมกันภายใน 1 เดือน โดยมีการผ่อนชำระเพียง 1 งวด เท่านั้น จากนั้นจะสร้างสถานการณ์ให้เกิดอุบัติเหตุโดยใช้ผู้ขับขี่ จำนวน 3 ราย เลือกเส้นทางที่เป็นถนนเลียบคลองชลประทานห่างไกลเขตชุมชน ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม, จังหวัดราชบุรี และจังหวัดกาญจนบุรี

ผู้ขับขี่บางรายมีพฤติการณ์ขับรถตกลงไปในน้ำถึง 2 ครั้ง ในห้วงเวลาไล่เลี่ยกัน เพื่อเข้าเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนกับบริษัทประกันภัย ทั้งในรูปแบบเรียกร้องคืนทุนประกันภัยเต็มวงเงินตามกรมธรรม์เนื่องจากซ่อมไม่ได้ และรูปแบบยื่นรายการแจ้งซ่อมแต่ไม่มีการนำรถเข้าซ่อมจริง

เมื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า เงินค่าสินไหมทดแทนที่บริษัทประกันภัยจ่ายให้ นายอนุชาถูกโอนเข้าบัญชีบุคคลอื่นซึ่งเป็นญาติ และบางส่วนถูกถอนเป็นเงินสด อีกทั้งเมื่อพนักงานสอบสวนเรียกให้นำรถยนต์คันที่ตกน้ำมาเพื่อตรวจพิสูจน์ กลับเพิกเฉยไม่นำมาส่งตรวจพิสูจน์ พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขออนุมัติหมายจับ และศาลได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาไว้

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สืบทราบว่า นายอนุชาไปกบดานอยู่ที่บ้านพักใน จ.ราชบุรี จึงได้เข้าทำการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าว นำตัวส่งพนักงานสอบสวน ในส่วนของผู้ขับขี่และผู้ร่วมขบวนการรายอื่นอยู่ระหว่างการขยายผลเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการสอบปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การภาคเสธ โดยรับว่า ได้ออกรถยนต์ทั้ง 4 คันจริง และได้ทำประกันภัยกับหลายบริษัท ต่อมาได้เซ็นโอนลอยขายต่อให้บุคคลอื่น ก่อนที่จะทราบในภายหลังว่ารถดังกล่าวประสบอุบัติเหตุตกน้ำ และเมื่อมีการโอนเงินค่าสินไหมเข้าบัญชีตน จึงได้ถอนมาใช้จ่าย แต่ยังคงให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็นในการกระทำความผิด

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอเตือนประชาชนว่า การกระทำหรือร่วมกระทำการในลักษณะ แสดงหลักฐานเท็จ เพื่อฉ้อฉลประกันภัย อาจเข้าข่ายความผิดฐาน เรียกร้องผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยโดยทุจริต หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จในการเรียกร้อง  มีความผิดตามกฎหมาย พระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ.2535 มาตรา 108/4 วรรคแรก มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ