วันที่ 11 ก.ย. 2568 พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้ายื่นหนังสือถึง ประธานกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อกล่าวหาดำเนินคดีอาญา กับ ตุลาการศาลปกครอง ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
โดยเป็นผลสืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ที่ผ่านมา พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ได้เดินทางไปยื่นหนังสือถึง ประธานศาลปกครองสูงสุด ให้แนะนำ ตุลาการศาลปกครอง คนดังกล่าวให้ปฏิบัติตามหลักจริยธรรมตุลาการศาลปกครองพร้อมทั้งขอให้ดำเนินการทางวินัยกับตุลาการศาลปกครองคนดังกล่าว
จากกรณีที่รู้ตัวว่า เป็นเพื่อนเรียนหลักสูตรเดียวกับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นหลักสูตรนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย หรือ นปธ. รุ่นที่ 12 แต่ตุลาการศาลปกครองคนดังกล่าว ยังมานั่งพิจารณาคดีเสียเอง ซึ่ง ผลการพิจารณาคดีเป็นคุณกับ บิ๊กต่าย ผู้ถูกฟ้องคดี อันเป็นการกระทำที่เอนเองไม่เป็นกลาง ทำให้การพิจารณาคดีเสียความยุติธรรม เกิดความเคลือบแคลงสงสัย เพราะตุลาการคนดังกล่าวรู้อยู่แล้วว่าเป็นเพื่อนเรียนหลักสูตรเดียวกัน กับบิ๊กต่ายเมื่อปีที่ผ่านมา แทนที่จะถอนตัวออกจากการพิจารณาคดี แต่กลับยังนั่งพิจารณาคดีนี้ ซึ่งมีข้อสังเกตว่า อาจมีเจตนาช่วยเหลือบิ๊กต่าย ซึ่งผลพิจารณาพิพากษาคดียกฟ้องกรณีคุ้มครองชั่วคราว ทำให้ตนเอง ในฐานะผู้ฟ้อง ได้รับความเสียหาย สูญเสียความยุติธรรม และเสียโอกาสในการเจริญเติบโตก้าวหน้าในหน้าในชีวิตรับราชการ เสื่อมเสียชื่อเสียงต่ออนาคตหน้าที่ราชการ
พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ยังบอกด้วยว่า การดำเนินการครั้งนี้ ต้องการให้กระบวนการยุติธรรมของศาลปกครองสูงสุด เป้นที่เชื่อถือ ศรัทธา ยึดมั่น ถือมั่นไว้วางใจ เป็นหลักประกันให้กับข้าราชการทุกหมู่เหล่า ที่ถูกกลั่นแกล้งจากผู้บังคับบัญชาตนเอง ไม่ว่าจะยศมาก ยศน้อย สามารถจับต้องความยุติธรรมจากสถานที่นี้ได้อย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม วันนี้ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ได้ยื่นเอกสารคำร้อง รวมทั้ง คลิปเสียงสนทนาอ้างผู้บริหารระดับสูงแทรกแซงคดี เพื่อเป็นหลักฐานให้ ป.ป.ช.นำไปร่วมพิจารณาด้วย