เปิดใจ "บิ๊กโจ๊ก" เล่าเบื้องหลังถูก “ทักษิณ” เรียกพบที่ชั้น 14 เสนอเก้าอี้ ผบ.ตร.

โดย PPTV Online

เผยแพร่

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เปิดใจครั้งแรก เล่าเบื้องหลังถูก “ทักษิณ” เรียกพบที่ชั้น 14 เสนอเก้าอี้ ผบ.ตร. แต่เจ้าตัวเลือกทางการเมืองท้องถิ่น ตั้งเป้าพัฒนาสงขลา

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก” เปิดใจให้สัมภาษณ์แบบตรงไปตรงมา หลังจากห่างหายจากสื่อมวลชนและสังคมมาระยะหนึ่ง เผยถึงการใช้ชีวิตในช่วงเวลาที่เงียบหาย ปัญหาทางการเมืองที่รุมเร้า การต่อสู้ในคดีความ รวมถึงความมุ่งมั่นในเส้นทางอนาคตที่วางเอาไว้

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยอมรับว่า ที่ผ่านมาแม้จะมีสื่อหลายสำนักพยายามติดต่อขอสัมภาษณ์ แต่ตนเลือกที่จะปฏิเสธเพราะอยากใช้เวลาอยู่กับตัวเอง โดยส่วนใหญ่อาศัยอยู่ที่สงขลา สลับกับการอยู่กรุงเทพฯ  

 

บิ๊กโจ๊ก ช่างภาพพีพีทีวี
เปิดใจ "บิ๊กโจ๊ก" เล่าเบื้องหลังถูก “ทักษิณ” เรียกพบที่ชั้น 14 เสนอเก้าอี้ ผบ.ตร.

ส่วนตัวไม่ใช่คนชอบท่องเที่ยว แต่เป็นคนชอบทำงาน เมื่อไม่มีงานในหน้าที่ ตนจึงหันไปพัฒนาตนเอง ทั้งการเรียนต่อ การศึกษาด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการทำงานในอนาคต และการทำบุญตามวัดต่าง ๆ รวมถึงการปฏิบัติธรรม

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังเผยด้วยว่า ครั้งหนึ่งสมัยยังเป็นรอง ผบ.ตร. เคยถูก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เรียกไปพบที่ชั้น 14 โดยทักษิณได้บอกตรง ๆ ว่า “โจ๊ก เดี๋ยวผมจะให้คุณเป็น ผบ.ตร.” แต่มีเงื่อนไขให้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุวิมล ขึ้นก่อน 1 ปี ซึ่งก็อย่าไปฟ้องร้องอะไร เพราะ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ อาวุโสต่ำและเหลืออายุราชการเพียงปีเดียว ก่อนที่บิ๊กโจ๊ก จะบอกนายทักษิณว่า ตนไม่ฟ้องหรอก เพราะเหลืออายุราชการอีกหลายปี จากนั้นนายทักษิณยังบอกว่า หลังจาก พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ได้เป็นแล้ว ก็จะให้เป็น ผบ.ตร. ซึ่งก็แน่นอนว่าตนเป็นอาวุโส 1

พร้อมกันนี้ ยังได้บอกกับ นายทักษิณด้วยว่า ตนมีปัญหาอายุราชการที่ยังเหลือหลายปี

"เอาแบบนี้ได้ไหมครับนาย ผมเป็นแค่ 2 ปีพอ แล้วผมจะลาออก เพราะผมเบื่อแล้ว ก่อนที่นายทักษิณจะตอบว่า ไม่ได้ ถ้าจะลาออก เดี๋ยวมาเป็นรัฐมนตรีอยู่กับเรา"

ก่อนที่บิ๊กโจ๊กจะบอกกับทักษิณว่า "ตำแหน่งรัฐมนตรีผมก็ไม่เอา เอาแบบนี้ ความมุ่งหวังของผมคืออยากไปเป็นนายก อบจ.ที่สงขลา เพราะผมอยากพัฒนาบ้านเกิด ผมอยากพัฒนาจังหวัดสงขลาของผมให้เป็นเมืองมรดกโลก"

อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เผยว่า นายทักษิณกล่าวสั้นๆ ว่า "ถ้าทำดี ฟังเรา จะให้อยู่จนเกษียณ" แต่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จึงยื่นข้อเสนอสุดท้ายว่า ถ้าตั้งเขาเป็น ผบ.ตร. วันไหน เขาจะเขียนใบลาออกไว้เลย โดยมีผลเมื่อครบ 2 ปี แต่ท้ายที่สุดถูกสั่งให้ออกจากราชการเสียก่อน

แม้เส้นทางราชการจะเต็มไปด้วยอุปสรรค แต่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยืนยันว่า เป้าหมายใหญ่ที่สุดในชีวิตคือการลงสมัครเป็นนายก อบจ.สงขลา เพราะอยากพัฒนาบ้านเกิดให้ดีขึ้น ทั้งด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เนื่องจากมองว่า สงขลาสามารถพัฒนาให้เทียบเท่าฮาวายได้ แต่ปัญหาคือการทุจริตในระดับท้องถิ่นยังหนักหน่วง ตนไม่สนใจการเมืองระดับชาติ แต่เชื่อมั่นว่าหากได้เป็นผู้นำท้องถิ่นโดยตรงจากการเลือกตั้ง จะสามารถทำงานเพื่อประชาชนได้จริง

พร้อมย้ำว่า หากยังมีคดีติดค้างอยู่ ก็ไม่สามารถไปทำอะไรได้ ต้องเคลียร์ให้จบก่อน จึงจะเดินหน้าสู่เป้าหมายสำคัญในชีวิต นั่นคือการเป็นนายก อบจ.สงขลา เพื่อคืนสิ่งดีงามให้บ้านเกิด 

"บิ๊กโจ๊ก" เผย มีสายตรง เบรกคดีเศรษฐา! 

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เชื่อว่าปัญหาที่เผชิญเกี่ยวพันกับการเมืองทั้งภายในและภายนอกสำนักงานตำรวจฯ โดยเฉพาะคดีเลี่ยงภาษีที่คุณชูวิทย์ ร้องเรียนถึงนายกฯ เศรษฐา เขาได้รับมอบหมายให้สอบสวน และคืบหน้าไปแล้วกว่า 70% พบหลักฐานการเลี่ยงภาษีบางส่วน แต่เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลกลับมีคำสั่งให้หยุดดำเนินการ ทั้งจากผู้บังคับบัญชา และบุคคลมีชื่อเสียงจากต่างประเทศที่โทรศัพท์มาขอร้อง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จึงเชื่อว่าการทำตามหน้าที่ทำให้ตนเองถูกกระทบ แต่ในตอนนั้นตนทำตามหน้าที่ ก็ต้องทำอย่างเต็มที่เท่านั้นเอง ไม่เช่นนั้นจะมาเป็นตำรวจทำไม จึงมั่นใจว่าสิ่งที่ตนทำ ชาวบ้านรู้สึกได้

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ