ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า สปสช. เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจสำคัญในการดูแลคนไทยกว่า 47 ล้านคน ให้เข้าถึงสิทธิและบริการในระบบ “หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ” หรือ บัตรทอง 30 บาท ตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 นอกจากการพัฒนาในด้านสิทธิประโยชน์และบริการให้ครอบคลุมและทั่วถึงแล้ว การสื่อสารและการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการเข้ารับบริการ ก็ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนให้บรรลุเป้าหมาย
ทั้งนี้ เพื่อให้ตอบโจทย์ดังกล่าว ในปี 2563 สปสช. ได้เปิดให้บริการผ่าน Line Official Account หรือ Line OA สปสช. โดยพิมพ์ไลน์ไอดี @nhso เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางเลือกเพื่อเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการใช้บริการ พร้อมได้รับข้อมูลข่าวสาร สิทธิประโยชน์ และบริการสุขภาพต่างๆ ได้ง่าย สอดคล้องกับพฤติกรรมของคนไทยที่นิยมใช้ไลน์ (Line) เพื่อใช้สื่อสารในชีวิตประจำวัน โดยมีประชาชนร่วมเป็นเพื่อนไลน์กับ สปสช. แล้วจำนวน 11.85 ล้านคน และในปี 2567-2568 สปสช. ยังได้รับรางวัล LINE Thailand Awards ต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน โดย line ของ สปสช. ที่ผ่านมาได้จับมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพัฒนาการให้บริการบน Line OA สปสช.ซึ่งปัจจุบันได้เพิ่มเป็น 8 รายการบริการแล้ว ดังนี้
- ตรวจสอบสิทธิ ประชาชนสามารถตรวจสอบสิทธิการรักษาพยาบาลได้ด้วยตนเองทันที เพียงกรอกเลขบัตรประชาชน ระบบจะแสดงผลว่าอยู่ในสิทธิใด เช่น สิทธิบัตรทอง ประกันสังคม หรือสวัสดิการข้าราชการ รวมถึงระบุหน่วยบริการประจำตัว ทำให้มั่นใจได้ว่าจะไม่พลาดสิทธิที่ตนพึงมี
- สิทธิบัตรทอง 30 บาท เปลี่ยนหน่วยบริการ บริการที่ตอบโจทย์ประชาชนโดยเฉพาะในเมืองใหญ่หรือผู้ที่ย้ายถิ่นฐาน สามารถเปลี่ยนหน่วยบริการหรือสถานพยาบาลประจำตัวผ่านไลน์ได้ทันที ลดภาระการเดินทางไปโรงพยาบาล ใช้เอกสารน้อย โดยสามารถเลือกหน่วยบริการที่ใกล้บ้านหรือที่ทำงานได้สะดวก
- ขอรหัสเข้ารับบริการ เป็นบริการเพื่อความปลอดภัยและป้องกันการสวมสิทธิ ประชาชนสามารถขอรหัสยืนยันตัวตน (OTP) ผ่าน Line OA สปสช. (พิมพ์ไลน์ไอดี @nhso)ก่อนเข้ารับบริการในโรงพยาบาล รหัสนี้จะใช้แทนบัตรประชาชนได้ ทำให้การเข้ารับบริการเป็นไปอย่างรวดเร็วและมั่นใจว่าข้อมูลถูกต้อง
- Health Link เชื่อมข้อมูลสุขภาพ ความร่วมมือระหว่างสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) กับ สปสช. ซึ่ง Health Link เป็นระบบเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพระหว่างโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ ช่วยให้แพทย์สามารถเข้าถึงประวัติการรักษาของผู้ป่วยได้แบบต่อเนื่อง ไม่ว่าจะไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลใด ทำให้ลดความซ้ำซ้อนของการตรวจ และเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลรักษา
- ตรวจสุขภาพใจกับ DMIND พัฒนาโดย ศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อการแพทย์ด้านจิตเวช (AIMET) คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นบริการทดสอบสุขภาพจิตใจเบื้องต้นผ่าน AI ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยประชาชนสำรวจภาวะความเครียด วิตกกังวล หรือซึมเศร้า พร้อมคำแนะนำในการดูแลตนเอง และแนวทางเข้าถึงบริการด้านสุขภาพจิตที่เหมาะสม ถือเป็นการคัดกรองปัญหาสุขภาพใจตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดย สปสช. ได้ร่วมเพิ่มช่องทางการเข้ารับบริการผ่าน Line OA สปสช. พิมพ์ไลน์ไอดี @nhso
- CHECK PD คัดกรองพาร์กินสันไว ผ่านช่องทาง Line OA สปสช. (พิมพ์ไลน์ไอดี @nhso) เชื่อมต่อสู่แอปพลิเคชัน CHECK PD เพื่อคัดกรองความเสี่ยงโรคพาร์กินสันเชิงรุก พัฒนาโดยสภากาชาดไทย ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคพาร์กินสัน สำหรับผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีความเสี่ยง เช่น มีประวัติครอบครัว หรือสัมผัสสารเคมีบางชนิด เป็นต้น โดยสามารถทำแบบทดสอบประเมินความเสี่ยงได้เองที่บ้าน และนำผลไปปรึกษาแพทย์เพื่อการป้องกันและรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดโอกาสสูญเสียสุขภาพในระยะยาว
- Doctor at Home หมอประจำบ้านอัจฉริยะ AI ที่ช่วยตรวจอาการเบื้องต้นด้วยตนเอง เช่น มีไข้ ปวดหัว ไอ เจ็บคอ พร้อมข้อมูลเกี่ยวกับโรคและคำแนะนำการดูแลเบื้องต้น โดยนำข้อมูลจาก“ตำราการตรวจรักษาโรคทั่วไป 1” รศ.นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ อดีตอาจารย์คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล มาให้บริการ หากพบอาการที่ควรพบแพทย์ ระบบจะแนะนำต่อไปยังหน่วยบริการ ถือเป็น “หมอประจำบ้าน” ที่อยู่ใกล้ตัวตลอดเวลา ซึ่งวันนี้ประชาชนสามารถเข้ารับบริการผ่านทาง Line OA สปสช. โดยพิมพ์ไลน์ไอดี @nhso ได้แล้ว
- บริการเทเลเมดิซีน ช่องทางเชื่อมต่อบริการเทเลเมดิซีน 3 ผู้ให้บริการ ได้แก่ Saluber MD (ซาลูเบอร์ เอ็ม ดี) ดำเนินการโดย สุขสบายคลินิกเวชกรรม, Clicknic (คลินิก) ดำเนินการโดย คลินิกเฮลท์คลินิกเวชกรรม และ Mordee (หมอดี) ดำเนินการโดย ชีวีบริรักษ์ คลินิกเวชกรรม ร่วมกับ สปสช. โดยเป็นบริการพบ “แพทย์ทางไกลผ่านระบบออนไลน์” สำหรับผู้ป่วยที่ไม่สะดวกเดินทาง ลดเวลาและค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ต้องติดตามอาการต่อเนื่อง ทั้งยังช่วยให้เข้าถึงการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้รวดเร็วขึ้น พร้อมรับยาได้ที่บ้าน ไม่ต้องเดินทางไปที่หน่วยบริการ เพิ่มความสะดวกเข้าบริการ
ทพ.อรรถพร กล่าวเพิ่มเติมว่า Line OA สปสช. เป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับบริการของสายด่วน 1330 ซึ่งปัจจุบัน สปสช. ได้ขยายช่องทางการสื่อสารทั้งทางโทรศัพท์ เฟซบุ๊ก และแอปพลิเคชัน สปสช. เพื่อให้ประชาชนสามารถเลือกช่องทางที่สะดวกที่สุดในการเข้าถึงข้อมูลและความช่วยเหลือ โดยบริการเหล่านี้เกิดขึ้นเพื่อให้คนไทยได้รับการดูแลสุขภาพที่ใกล้ตัวและสะดวกยิ่งขึ้น จึงขอเชิญชวนประชาชนทุกคนเพิ่มเพื่อน Line OA สปสช. เพียงพิมพ์ไลน์ไอดี @nhso ก็จะสามารถเข้าถึงสิทธิและบริการสุขภาพที่ครบถ้วนได้ทันที โดยในรายการที่เป็นบริการตรวจคัดกรอง หากพบภาวะเสี่ยง ผู้มีสิทธิบัตรทองสามารถใช้สิทธิเข้ารับบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้