“รศ.ดร.ปณิธาน” วิเคราะห์ถ้อยแถลง “สีหศักดิ์” ชี้อย่าไว้ใจการแสดงกัมพูชา ตบตาชาวโลก

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“รศ.ดร.ปณิธาน” วิเคราะห์ถ้อยแถลง “สีหศักดิ์” ชี้อย่าไว้ใจการแสดงกัมพูชา ตบตาชาวโลกเป็นประเทศเล็กๆ เรียกร้องความเห็นอกเห็นใจ

รศ.ดร. ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ มองว่าถ้อยแถลงและคำชี้แจงของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศบนเวที UNGA ที่ผ่านมา ไทยดำเนินการเชิงรุกมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งถือว่าได้เปรียบแต่อย่าไว้ใจกัมพูชาเพราะการยั่วยุแสดงละครตบตายังใช้ได้ผลกับประเทศเล็กเปราะบางที่เป็นสมาชิก UN จึงได้ความเห็นอกเห็นใจจากประเทศกลุ่มนี้อยู่ อีกทั้งสองประเทศมหาอำนาจยังมีผลประโยชน์กับกัมพูชา จึงกดดันกัมพูชาแก้ปัญหาชายแดนได้ไม่เต็มที่

รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ FB/ Panitan Wattanayagorn
“รศ.ดร.ปณิธาน” วิเคราะห์ถ้อยแถลง “สีหศักดิ์” ชี้อย่าไว้ใจการแสดงกัมพูชา ตบตาชาวโลกเป็นประเทศเล็กๆ เรียกร้องความเห็นอกเห็นใจ

รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ มองว่าถ้อยแถลงของ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศบนเวที UNGA ที่ผ่านมาเป็นถ้อยแถลงที่จัดทำขึ้นมาใหม่ หลังจากที่กัมพูชาโจมตีกล่าวหาประเทศไทยด้วยข้อมูลที่บิดเบือน โดยมีองค์ประกอบที่สำคัญ 3 ส่วน ส่วนแรกคือ การที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ได้แก้ข้อกล่าวหาของกัมพูชา ยืนยันหลักการว่าไทยไม่ได้โจมตีกัมพูชา และมีแนวทางอย่างสันติมาตลอด

ส่วนที่ 2 คือ ประเทศไทยปรับนโยบายเชิงรุกมากขึ้น จากเดิมที่จะทำเพียงแก้ข้อกล่าวหาจากฝั่งกัมพูชา แต่รอบนี้มีการระบุชี้ชัดให้เห็นว่ากัมพูชามีพฤติกรรมน่าเป็นห่วง ทั้งเรื่องการบิดเบือนข้อมูล เรื่องสันติภาพ และการใช้กำลังกับคนไทยอย่างผิดกติกาสากล รวมถึงพูดเรื่องการประชุม 4 ฝ่าย ที่เกิดขึ้นก่อนวันประชุม UNGA  1 วัน การประชุมดังกล่าวมีข้อมูลว่า สหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าภาพ โดยประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ มีข้อเสนอใหม่ส่งมาในที่ประชุมด้วย ถึงแม้จะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด แต่มีข้อมูลว่า ทั้งไทยและกัมพูชาตอบรับในหลักการหลายส่วน ดังนั้นการที่กัมพูชาไม่หยุดพูดโจมตีไทย จึงเป็นผลเสียกับกัมพูชาเอง เพราะจะทำให้ทั้งสหรัฐฯ และมาเลเซียที่พูดคุยร่วมกัน 4 ฝ่าย เห็นว่าประเทศกัมพูชาเป็นประเทศที่เชื่อถือไม่ได้ และไม่ควรให้พื้นที่เจรจากับประเทศนี้อีก

ส่วนสุดท้าย จะเห็นในสุนทรพจน์ของ นายสีหศักดิ์ ได้พูดถึงพื้นที่บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว มองว่าสหประชาชาติมีข้อมูลเรื่องพื้นที่นี้เยอะอยู่แล้ว เพราะเป็นหน่วยงานที่เข้าไปบริหารจัดการช่วงกัมพูชาลี้ภัยสงคราม เชื่อว่า UN มีข้อมูลชัดเจนว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นของไทย และเรื่องนี้อาจนำไปสู่การผลักดันชาวกัมพูชาออกจากพื้นที่รุกล้ำได้ง่ายขึ้นด้วย

ถึงแม้บนเวที UNGA ไทยจะได้เปรียบ แต่ถ้าย้อนกลับไปก่อนการประชุมยังเห็นว่า กัมพูชาสร้างสถานการณ์ยั่วยุ ถึงขั้นไทยต้องโต้กลับ ประเด็นนี้ รศ.ดร. ปณิธาน บอกว่า ไทยต้องระวังการตอบโต้กัมพูชาให้ดี เพราะประเทศส่วนใหญ่ที่เป็นสมาชิก UN จะเป็นประเทศเล็ก ยากจน และเคยถูกกระทำจากรัฐอาณานิคมมาก่อน เพราะฉะนั้นกัมพูชาก็อาจได้ความเห็นอกเห็นใจกับกลุ่มประเทศเหล่านี้อยู่ และยิ่งเป็นประเทศเล็กที่ไม่ได้มีศักยภาพในการแสวงหาความจริง ก็จะยิ่งเชื่อข้อมูลกัมพูชา

นอกจากนั้นยังมีประเทศมหาอำนาจสองฝ่ายทั้งสหรัฐฯ และจีน ที่มีผลประโยชน์โดยตรงกับกัมพูชา ก็เห็นว่ามีความพยายามเข้าไปเพิ่มผลประโยชน์ของตัวเอง กัมพูชาจึงเอาเรื่องชายแดนมาเป็นเงื่อนไขต่อรอง จึงจะเห็นว่ามหาอำนาจไม่ได้กดดันกัมพูชาอย่างเต็มที่

ส่วนประเด็นที่นายไพศาล พืชมงคล นักกฎหมายออกมาแสดงความคิดเห็นว่า การไปร่วมประชุม UNGA ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก่อนการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญนั้น รศ.ดร.ปณิธาน บอกว่า หลักการระหว่างประเทศถ้าอยู่ในสภาวะสงคราม การป้องกันตัวเองสามารถทำได้ เพราะเป็นสถานการณ์เร่งด่วน แม้ว่ายังไม่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา อย่างก่อนหน้านี้กฤษฎีกา ซึ่งเป็นนักกฎหมายของรัฐบาลก็ให้ความเห็นไปแล้วว่า สามารถทำได้ ส่วนตัวมองว่าเงื่อนไขทางกฎหมายก็เป็นเรื่องเฉพาะที่ต้องตีความว่าลักษณะไหนจำเป็นเร่งด่วน และถือเป็นดุลยพินิจของนักกฎหมาย จึงไม่แปลกใจที่มีคนตั้งคำถามว่าสามารถทำได้หรือไม่ แต่ขณะเดียวกันหากไปดูความเห็นของประชาชนก็เป็นไปในทิศทางเดียวกันว่าต้องการให้รัฐบาลไปปกป้องอธิปไตย โต้ตอบกัมพูชาบนเวทีนานาชาติ

ส่วนการแถลงนโยบายวันนี้ที่มีการพูดถึงการทำประชามติ MOU ไทย-กัมพูชา จนหลายคนตั้งคำถามว่ารัฐบาลนายอนุทินกำลังโหนกระแสรักชาติเพื่อคะแนนเสียง รศ.ดร.ปณิธาน มองว่า ในเรื่องการยกเลิก MOU ต่างๆ ควรทำความคิดเห็นผ่านทางสภาคณะกรรมาธิการศึกษาเรื่องนี้ก่อน แล้วค่อยให้ประชาชนรับทราบและตัดสินใจว่าเห็นด้วยกับผู้เชี่ยวชาญหรือไม่

รศ.ดร.ปณิธาน ย้ำว่า ข้อตกลงMOU ไทยทำร่วมกับกัมพูชา การจะยกเลิกอยู่ฝ่ายเดียวอาจจะเกิดสุญญากาศ กระทบการทำงานบางส่วน และถ้าหากในอนาคตต้องการคืนดีกัน ต้องทำงานร่วมกันก็อาจจะทำได้ยาก เรื่องนี้จึงต้องคิดให้ถี่ถ้วนก่อน ไม่ใช่แค่ยกเลิกหรือไม่ยกเลิก แต่ควรจะมีทางเลือกให้ครบว่า ยกเลิกแล้วจะทำอย่างไรต่อ ต้องศึกษาให้รอบด้านก่อนเสนอประชาชน ซึ่งต้องทำให้เร็วที่สุด โดยส่วนตัวมองว่าหากทำควบคู่ไปกับช่วงเลือกตั้งอาจจะช้าไป เพราะกระบวนการมีค่อนข้างมาก จึงต้องใช้ระยะเวลามากพอสมควร

รศ.ดร.ปณิธาน บอกว่า ในเวทีนานาชาติ กัมพูชาเหมือนขาลอยไม่ได้มีน้ำหนักมากนัก สิ่งที่ประเทศไทยต้องระวังคือการโต้ตอบจะต้องไม่รุนแรงเกินขอบเขต ห้ามทำให้กัมพูชาเป็นผู้ถูกกระทำเด็ดขาด ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่าหลังจากนี้กัมพูชาก็ยังจะปลุกปั่นกระแสรักชาติ และให้ชาวบ้านเข้ามาช่วยสนับสนุนแนวทางการเมือง เพื่อปิดแผลเรื่องเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ แม้ว่าฮุนเซนจะบอกว่าปิดด่าน 100 ปีก็ไม่อดตาย แต่ความจริงแล้วตอนนี้เงินหายไปจากระบบเกือบแสนล้านแล้ว

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

จับข่าวคุย

จับข่าวคุย

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ