ยังคงเป็นประเด็นที่หลายคนสนใจ สำหรับพื้นที่ “ปราสาทคนา” ที่ตั้งอยู่บริเวณชายแดน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ซึ่งปรากฎภาพทหารกัมพูชาและชาวกัมพูชารุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ดังกล่าวที่อยู่ในเขตแดนไทยนั้น
แม้โฆษกกองทัพบก จะออกมายืนยันว่า พื้นที่ปราสาทคนา ไม่มีการรุกล้ำพื้นที่ชายแดน และย้ำว่ากำลังทหารกัมพูชาไม่มีท่าทีคุกคาม เช่นเดียวกับ พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ที่บอกว่าพื้นที่ปราสาทคนา เป็นพื้นที่ พื้นที่สำรวจร่วม เพื่อจัดทำหลักเขตแดน และไม่มีฝ่ายใดวางกำลังที่ปราสาท
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด นายบัลลังก์ทอง โฉลกดี อายุ 47 ปี ชาวบ้านแนงมุด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ อดีตพรานป่า เล่าว่า เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว เคยเข้าไปบริเวณปราสาทคนา ระหว่างที่ออกล่าสัตว์ป่า ซึ่งตอนนั้นยังพบทหารกัมพูชาบ้างประปราย แต่ระยะหลัง แต่ก็ไม่สามารถเข้าไปในตัวปราสาทได้ เนื่องจากมีทหารกัมพูชาเข้มามามากขึ้น ซึ่งชาวบ้านแถบนี้ก็รู้ดีว่าที่ปราสาทคนามีทหารกัมพูชาอยู่ จึงไม่มีใครกล้าเข้าไป และไม่เสี่ยงที่จะเข้าไป เพราะทหารกัมพูชาวางทุ่นระเบิดไว้จำนวนมาก
นายบัลลังก์ทอง ยังบอกว่า 10ปีที่แล้วที่เคยเห็นตัวปราสาท พบว่า ตัวปราสาทแทบจะไม่เหลือเค้าโครงอยู่เลย พบเป็นเพียงกองหินศิลาแลงเท่านั้น แต่ตัวเขาก็ยืนยันว่า ปราสาทคนานั้นเป็นของไทย และมีตำนานเล่าขานมาตั้งแต่ปู่ย่าตายาย
ผู้สื่อข่าว ยังได้พยายามขึ้นไปสำรวจบนยอดเขา ที่อยู่ตรงข้าม เทือกเขาพนมดงรัก โดยชาวบ้านบอกว่าจุดนี้จะสามารถมองเห็นปราสาทคนาได้ แต่เนื่องจากมีต้นไม้ขึ้นสูงจนบดบังจึงไม่สามารถมองเห็นตัวปราสาทได้
สำหรับปราสาทคนา เคยถูกกรมศิลปากรเข้าสำรวจมาแล้วเมื่อหลายสิบปีก่อน ซึ่งทาง อบต.แนงมุด เคยเสนอให้มีการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่ก็เงียบหายไป ซึ่งชาวบ้านที่เป็นคนรุ่นใหม่ แทบไม่มีใครเคยทราบรู้จักปราสาทคนาเลย นอกจากรุ่นปู่ย่า