จากกรณีวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา เครือข่ายศูนย์ประสานช่วยเหลือคนไทยในต่างแดน ไปพบคนไทยที่เป็นเชฟบนเรือสำราญท่องเที่ยว นอนป่วยในเมืองปอยเปตของกัมพูชา โดยได้พาไปโรงพยาบาลแต่โรงพยาบาลไม่รับรักษา เพราะไม่มีเงิน และไม่มีเอกสารแสดงตัว จึงได้ขอกลับประเทศไทยที่หน้าด่านก็ไม่ให้กลับ สุดท้ายไปนอนเสียชีวิตข้างถนนไม่กี่ชั่วโมงต่อมา
ล่าสุดเจ้าหน้าที่ศูนย์ประสานช่วยเหลือคนไทยในต่างแดน พร้อมกองกำลังบูลพา นำร่างนายเมธาชาญ ยอแสง อายุ 24 ปี ชาว จ.นครศรีธรรมราช ข้ามมาฝั่งไทย บริเวณด่านพรมแดนคลองลึก
โดยนายเบิร์ด เจ้าหน้าที่ศูนย์ประสานช่วยเหลือคนไทยในต่างแดน เปิดเผยว่า เครือข่ายศูนย์ประสานช่วยเหลือคนไทยในต่างแดน ไปพบนายเมธาชาญ ในสภาพเร่รอน นอนป่วย ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ อยู่หน้าอาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งในเมืองปอตเปต ประเทศกัมพูชา จึงประกาศตามหาญาติ จนกระทั้งตามเจอญาติ และมีการประสานส่งนายเมธาชาญ กลับบ้านที่นครศรีธรรมราช
แต่ระหว่างประสานกับทางการไทยและกัมพูชา เพื่อส่งกับไทย ได้พานายเมธาชาญ ไปโรงพยาบาล เพราะตอน 08.00 น. เจ้าตัวบอกว่าปวดหัว ปวดท้อง หายใจติดขัด แต่ปรากฏว่าโรงพยาบาลปฏิเสธการรักษา เพราะไม่มีเงิน ไม่มีเอกสารแสดงตัว
เครือข่ายศูนย์ประสานช่วยเหลือคนไทยในต่างแดน จึงพานายเมธาชาญ ลองไปร้องขอเจ้าหน้าที่หน้าด่านข้ามพรมแดนที่ด่านปอตเปต ขอข้ามแดนกลับบ้านรักษาตัว แต่เจ้าหน้าที่ไม่ยอม เพราะไม่มีเอกสาร นายเมธาชาญ จึงกลับมานอนข้างถนนที่เดิม ก่อนที่จะเสียชีวิตเวลา 16.00 น. ในวันเดียวกัน
นายเบิร์ด บอกว่า เอาจริง ๆ ยังไม่ทราบว่านายเมธาชาญ เข้าไปทำอะไรในปอยเปต เข้าไปแบบถูกกฎหมายหรือไม่ ถูกหลอกให้มาทำผิดกฎหมายหรือเต็มใจมา แต่เพราะเขาเป็นคนไทยที่อยากกลับบ้าน ต้องพากลับไทยแค่นั้น และเชื่อว่าถ้าหากคนไทยเจอชาวกัมพูชา ในลักษณะเดียวกัน คนไทยให้ความช่วยเหลือส่งกลับประเทศตามหลักมนุษยธรรมแน่นอน
สำหรับนายเมธาชาญ ญาติ บอกว่า ทำงานเป็นเชฟบนเรือสำราญท่องเที่ยว เดินทางไปทั่วโลก มีสัญญาจ้าง 9 เดือนต่อปี แต่ที่ผ่านมาครอบครัวไม่ค่อยได้ติดต่อ มีการพูดคุยกันบ้างแค่ทางเฟซบุ๊ก และไม่รู้เลยว่าทำไมถึงไปอยู่ที่กัมพูชาได้
นายเบิร์ด บอกว่า เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ศูนย์ประสานช่วยเหลือคนไทยในต่างแดน จะนำร่างนายเมธาชาญ ไปที่ห้องดับจิต โรงพยาบาลอัญประเทศ เพื่อรอญาติมาติดต่อขอรับร่าง ที่กำลังเดินทางมาจากนครศรีธรรมราช คาดว่าจะมาถึงในเวลา 15.00 น.