22 ต.ค. 2568 เวลา 21.36 น. ที่จังหวัดจันทบุรี หลังจบการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย กัมพูชา หรือ JBC สมัยวิสามัญ โดยมีนายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย ประธาน JBC ฝ่ายไทย เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย จะร่วมประชุมกับ ฬำ เจีย ประธาน JBC ฝ่ายกัมพูชา ทั้งยังมีผู้แทนจากหลายหน่วยงานความมั่นคงเข้าร่วม สำหรับการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20–22 ตุลาคม 2568
โดยภายหลังการจบการประชุม นายประศาสน์ ให้สัมภาษณ์ หลังเข้าร่วมการประชุม ว่า ตอนนี้ยังไม่ได้แถลงข่าวกับสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ เพราะการประชุมยังไม่เสร็จเรียบร้อย แต่เห็นใจสื่อมวลชนที่มาติดตามรอทำข่าวตั้งแต่ช่วงเช้า ซึ่งตามเดิมคาดว่าการประชุมน่าจะเสร็จประมาณช่วง 15:00 น. ซึ่งติดขัดกันหนักมาก จึงพึ่งเสร็จประมาณช่วง 19:00 น. และตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบเอกสารก่อนการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอยู่ คงอีก 15-30 นาทีค่อยจะลงนามกันได้ ต้องขอโทษทางสื่อมวลชน เพราะเราคิดว่ามีประเด็นหลัก 2-3 ประเด็นเพียงเท่านั้น จึงคิดว่าการประชุมน่าจะเสร็จช่วงประมาณ 15:00 น.
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าประเด็นที่ติดขัดทำให้การประชุมเสร็จสิ้นล่าช้าคือประเด็นอะไร นายประศาสน์ เผยว่า ก็เป็นเรื่องที่คุยกันแต่ว่ายังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ซึ่งคราวที่แล้วทั้งสองประเทศต่างฝ่ายต่างแถลงข่าวจึงเกิดปัญหาในการแถลงข่าวคลาดเคลื่อนข้อมูลไม่ตรงกัน มันก็เลยเกิดเรื่องวิวาทะกันไปมาพอสมควร ทั้งนี้จึงตกลงกันว่าจะไม่แถลงข่าวในส่วนของรายละเอียดในการประชุม แต่จะแถลงข่าวว่าในการประชุมมีการหารือกันในเรื่องใดบ้าง และตนก็จะนำไปเสนอกับทางกระทรวงการต่างประเทศ และทางด้านนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ก็จะนำไปเสนอต่อรัฐบาลต่อไป ซึ่งรายละเอียดเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนเราจึงไม่สามารถนำมาเปิดเผยต่อสื่อมวลชนได้ ซึ่งถ้าหากทางรัฐบาลเห็นชอบแล้วเราจึงค่อยแถลงข่าวต่อไป ทุกคนก็น่าจะเห็นสถานการณ์ในตอนนี้ว่ามีความละเอียดอ่อน
เมื่อถามว่าราบรื่นดีหรือไม่ นายประศาสน์ เผยว่า “ดีครับ เขาก็ตรงไปตรงมา ต่างฝ่ายก็มีแนวทางของตัวเอง ที่รับมาจากรัฐบาล ว่าจะให้พูดอย่างไรอะไรอย่างไรและมีท่าทีอย่างไร เราก็แลกเปลี่ยนความเห็นกันอย่างตรงไปตรงมา” ซึ่งเป็นสิ่งที่เราทำมาโดยตลอดในการประชุม JBC แต่เนื่องจากรายละเอียดมันละเอียดอ่อนเราก็ต้องนำเรื่องไปคุยกับผู้ใหญ่ของเราและเขาก็จะต้องนำเรื่องไปคุยกับทางผู้ใหญ่ของเขา
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีทั้งหมดกี่เรื่องที่ต้องคุยกัน นายประศาสน์ กล่าวว่า ก่อนมาเราก็ทราบอยู่แล้วเรื่องสำคัญคือบ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้วแค่นี้ และคุยกันในเรื่องการทำงานที่ผ่านมาว่าหลักเขตที่เราเจอจะทำอย่างไรต่อไป แต่รายละเอียดในหัวข้อมีมากกว่านี้ซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศจะแถลงข่าวให้ทราบต่อไป เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามถามในเรื่องของการสร้างรั้วตามแนวชายแดนไทยและกัมพูชา นายประศาสน์ กล่าวว่า “เดี๋ยวก่อน ไม่งั้นเดี๋ยวการประชุมล่ม เดี๋ยวผมจะไม่ได้เซ็นเอกสาร”