จากกรณีเมื่อวันที่ 22 ต.ค. 68 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ. 2551 ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้กระบวนการพิจารณาส่งตัว “เสอ จื้อเจียง” ผู้ให้กำเนิดดินแดนสแกมเมอร์ “ชเวก๊กโก” ให้แก่ประเทศจีนในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนสามารถดำเนินต่อไปได้นั้น
ล่าสุดทางกรมราชทัณฑ์ระบุว่า พร้อมส่งตัว เสอ จื้อเจียง ให้รัฐบาลจีนดำเนินคดี โดยอยู่ระหว่างรับประสานงานกับทางอัยการและผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
เสอ จื้อเจียง สัญชาติจีนและกัมพูชา มีความผิดฐานเปิดบ่อนคาสิโน อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ปัจจุบันนี้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำกลางคลองเปรม
พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา กรมราชทัณฑ์ได้มีการประสานงานกับสำนักงานต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด มาอย่างต่อเนื่อง หากมีการประสานในเรื่องการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนอย่างไร ก็จะมีการดำเนินการเรื่องวิธีการขั้นตอนทางธุรการเอกสารระหว่างพนักงานอัยการและกรมราชทัณฑ์
อย่างไรก็ดี ผู้ต้องหารายนี้ เป็นผู้ต้องหารายสำคัญที่ทางการจีนต้องการตัว ทราบว่าทางพนักงานอัยการ สำนักงานต่างประเทศก็คงจะมีการเร่งรัดดำเนินการ
อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เผยอีกว่า ขั้นตอนธุรการหรือแนวทางการปฏิบัติส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน หากเป็นรายละเอียดเชิงลึก จะเป็นการประสานงานระหว่างทางการจีน พนักงานอัยการ และผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อมีความพร้อมครบถ้วนแล้วจึงจะได้มีการประสานมายังกรมราชทัณฑ์ตามขั้นตอน และทางเรือนจำฯ ก็จะได้เตรียมตัวผู้ต้องหาไว้ส่งให้หน่วยงานต่อไป
นอกจากนี้ ที่ผ่านมาทางกรมราชทัณฑ์ก็ได้มีแนวทางปฏิบัติเช่นนี้มาก่อนแล้ว ยกกรณีตัวอย่าง โจว จิงหัว บุคคลสัญชาติจีน ที่เคยถูกคุมขังอยู่ในทัณฑสถานหญิงกลาง เป็นผู้ร้ายข้ามแดนไปดำเนินคดีที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ในความผิดฐานยักยอกทรัพย์สินของรัฐโดยใช้ตำแหน่งหน้าที่ของตนฯ กรมราชทัณฑ์ ก็ได้รับการประสานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอรับตัวนางโจว จิงหัว ผู้ร้ายข้ามแดน ไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนในวันที่ 18 ก.ค. 68 โดยการดำเนินการส่งมอบตัวเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบและเงื่อนไขอย่างเคร่งครัด
อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เผยต่อว่า ส่วนวันที่และเวลาการส่ง-รับตัว เสอ จื้อเจียง ผู้ร้ายข้ามแดนออกจากเรือนจำกลางคลองเปรมนั้น เนื่องด้วยเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความมั่นคง จะไม่สามารถเปิดเผยวันที่เวลาได้ เพราะผู้ต้องหารายดังกล่าวถือเป็นผู้ต้องหาสำคัญ จึงต้องยิ่งเพิ่มความระมัดระวังดูแลความปลอดภัย เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดคิด หรือการชิงตัวผู้ต้องหา
ดังนั้น ตามขั้นตอนแล้วก็จะเป็นรถตู้ควบคุมตัวผู้ต้องหาของทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มารับตัวผู้ต้องหาที่เรือนจำฯ หรือหากประสงค์ให้กรมราชทัณฑ์เป็นผู้นำตัวผู้ต้องหาไปส่งแทนก็สามารถดำเนินการได้เช่นเดียวกัน แต่หลักสำคัญคือการดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่
อย่างไรก็ดี ข้อมูลล่าสุดจากทางตำรวจและอัยการเผยว่า ขณะนี้ยังไม่ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน เสอ จื้อเจียง เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ แต่หากมีคำพิพากษาถึงที่สุด จะต้องส่งตัวภายใน 90 วัน
โดย พล.ต.ต.จตุรภัทร์ ภิรมย์แก้ว ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ข้อมูลว่า แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยแล้วว่า การส่งผู้ร้ายข้ามแดนของ เสอ จื้อเจียง ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ แต่กระบวนการก็ยังคงต้องรอฟังคำสั่งของศาลอุทธรณ์
ทั้งนี้ เนื่องจาก เสอ จื้อเจียง ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น ที่มีคำสั่งเมื่อวันที่ 25 พ.ค. 66 ให้ส่งตัว เสอ จื้อเจียง เป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน ตามคำร้องขอของรัฐบาลจีน เพื่อกลับไปดำเนินคดีในความผิดฐานเปิดบ่อนคาสิโนและเว็บไซต์พนันออนไลน์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ซึ่งคดีนี้จะต้องรอศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน จึงจะเข้าสู่กระบวนการส่งตัวได้
ขณะที่ นางสาววรันธร วานิชถาวร รองโฆษกอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า ในส่วนของการยื่นอุทธรณ์ ศาลยังไม่ได้แจ้งกำหนดวันฟังคำพิพากษา แต่หากศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ก็ต้องดําเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 90 วันนับแต่วันที่ศาลมีคําสั่งถึงที่สุด หรือภายในกำหนดเวลาที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายตามคำร้องขอของพนักงานอัยการ ตาม พ.ร.บ. ส่งผู้ร้ายข้ามแดน มาตรา 22 โดยขณะนี้ เสอ จื้อเจียง ยังคงถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำกลางคลองเปรม