4 ทหารเสือราชินีผ้าไหมไทย ผู้มีโอกาสทำงานรับใช้ "สมเด็จพระพันปีหลวง"

โดย PPTV Online

เผยแพร่

รู้จัก 4 ทหารเสือราชินีผ้าไหมไทย ครูช่างทอมากความสามารถผู้ได้รับการยกย่อง มีโอกาสทำงานรับใช้ใกล้ชิด "สมเด็จพระพันปีหลวง" สืบสาน - ส่งเสริมผ้าไหมไทยเป็นที่รู้จักทั่วโลก

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาของคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวงการผ้าไหมไทยที่พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจมาตลอดรัชสมัยรัชกาลที่ 9 โดยพระองค์ทรงเยี่ยมเยียนราษฎรในภาคตะออกเฉียงเหนือครั้งแรกเมื่อปี 2498 และทอดพระเนตรเห็นราษฎรนุ่งซิ่นไหมมัดหมี่ จึงมีพระราชดำริว่าควรนำภูมิปัญญาการทอผ้าไหมของราษฎรมาพัฒนาเป็นอาชีพให้เกิดรายได้แก่ราษฎรเอง และเป็นการส่งเสริมผ้าไหมไทยให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง VOGUE/Henry Clarke
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

และวงการผ้าไหมไทย มีครูช่างทอผู้เป็นบุคคลสำคัญ 4 ท่าน ที่นอกจากจะมีความสามารถในด้านนี้แล้ว ยังได้มีโอกาสทำงานรับใช้พระองค์ จนได้รับการยกย่องให้เป็น 4 ทหารเสือราชินีผ้าไหมไทย

ประจวบ จันทร์นวล สตริงเกอร์ บุรีรัมย์
ประจวบ จันทร์นวล

ประจวบ จันทร์นวล

นางประจวบ จันทร์นวล เกิดวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2490 อายุ 78 ปี ปัจจุบันอยู่ที่ตำบลนาโพธิ์ อำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ วุฒิการศึกษา มัธยมศึกษาปีที่ 3 มีคติประจำใจคือ “ซื่อสัตย์ สุจริต”

นางประจวบ เป็นตัวแทนของกลุ่มสตรีอาสาทอผ้าไหมอำเภอนาโพธิ์ ซึ่งได้สร้างชื่อเสียงให้แก่จังหวัดบุรีรัมย์ และได้รับเกียรติสูงสุดด้วยการได้รับคัดเลือกจากสำนักพระราชวัง ให้เป็นตัวแทนตามเสด็จไปเผยแพร่วัฒนธรรมเกี่ยวกับการทอผ้าไหม ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ. 2534

นอกจากนี้ เธอยังเป็นตัวแทนรับพระราชทานรางวัลจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ พระราชวังบางปะอิน ปี พ.ศ. 2522 ได้รับรางวัลที่ 1 การประกวดเส้นไหม และยังได้รับรางวัลการประกวดผ้าไหม ทั้งยังดำรงตำแหน่งประธานกลุ่มสมาชิก มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษด้วย

ปัจจุบัน ผ้าไหมนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นที่รู้จักและร่ำลือเล่าขานถึงความงดงามประณีตในการทอผ้าไหมที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเป็นที่ประจักษ์ในสายตาชาวไทยและชาวต่างประเทศ ความงดงามของลวดลายบนผ้าไหม เป็นมรดกอันล้ำค่าของบรรพบุรุษในแต่ละท้องถิ่น ที่ได้อนุรักษ์สืบทอดมาสู่รุ่นลูกหลาน เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ควรยกย่อง นำมาซึ่งความภาคภูมิใจ เพื่อส่งเสริมอนุรักษ์ และพัฒนาอาชีพการทอผ้าไหม อวดฝีมือภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวไทยและชาวโลก

วงเดือน อุดมเดชาเวทย์ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ
วงเดือน อุดมเดชาเวทย์

วงเดือน อุดมเดชาเวทย์

นางวงเดือน อุดมเดชาเวทย์ เป็นข้าราชการบำนาญ ปราชญ์ชาวบ้านเรื่องการทอผ้าไหม เป็นผู้ที่ถวายผ้าไหมนาหว้าแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในคราวเสด็จทรงเยี่ยมพสกนิกรชาวอำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2512 จนกลายเป็นต้นกำเนิดกลุ่มสมาชิกศิลปาชีพแห่งแรกของประเทศไทย

เธอเรียนรู้การทอผ้าจากแม่ พี่สาว ตั้งแต่อายุ 7-8 ปี จะช่วยแม่และพี่สาวทอผ้ามาตลอด และเรียนรู้อีกครั้งหนึ่ง หลังจากเกษียณอายุราชการ เมื่ออายุ 60 ปี ที่บ้านท่าเรือ อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม จากสมาชิกทอผ้าศิลปาชีพตำบลท่าเรือ ที่มีความรู้ความสามารถมาก สามารถส่เข้าประกวด ในระดับภาค และได้รับรางวัลพระราชทานมาตลอด ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 เป็นต้นมา

นางวงเดือน ได้รับรางวัลประกวดผ้าไหมทุกประเภท ที่ตำหนักภูพานราชนิเวศน์เป็นประจำ ทุกปีตั้งแต่ปี 2542 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน พระราชทานให้โดย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมถึงได้รับรางวัลที่ 2 ที่ 3 และรางวัลชมเชย ปีละ 2-3 รางวัล

เธอยังได้รับรางวัลศิลปาชีพร่วมสมัย (การทอผ้า) จากกรมพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดนครพนม ปี 2548 โดยผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม และรางวัลสตรีดีเด่น จากสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ปี 2553 โดยสมเด็จพระเทพรันต์ราชสุดาสยามบรมราชกุมารี

นางวงเดือน เคยกล่าวว่า “รู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่ง ที่ได้เข้าเฝ้าเพื่อถวายผ้าไหมแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เข้าเฝ้าพระองค์ท่านก็คือการเข้ารับพระราชทานรางวัลประกวดผ้าไหม ซึ่งได้รับรางวัลเกือบทุกปี เป็นเรื่องที่ปลาบปลื้มใจเป็นที่สุด และยังทำให้คุณภาพชีวิตของครอบครัวดีขึ้น”

“ภาคภูมิใจว่าชาวบ้านธรรมดา ๆ ได้เป็นเสี้ยวหนึ่งของประเทศ ที่ได้มีโอกาสทำงานรับใช้พระองค์ท่าน จึงทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ เพื่อสืบสานและต่อยอดผ้าไหมมัดหมี่บ้านนาหว้า ในฐานะของครูศิลปาชีพการทอผ้าไหมมัดหมี่ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ บ้านนาหว้า อำเภอนาหว้าจังหวัดนครพนมอย่างเต็มกำลัง” นางวงเดือน กล่าว

สุนา ศรีบุตรโคตร สตริงเกอร์ อุดรธานี
สุนา ศรีบุตรโคตร

สุนา ศรีบุตรโคตร

นางสุนา ศรีบุตรโคตร คือผู้ที่สืบทอดภูมิปัญญาการทอผ้าขิดและผ้าขิดไหมจากบรรพบุรุษ ผ่านการเรียนรู้จากคุณยายและมารดา ตั้งแต่อายุเพียง 4 ปี เธอเริ่มทอผ้าและฝึกฝนทักษะการทอผ้าอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและจิตวิญญาณที่ไม่อาจแยกออกจากกันได้

ผ้าไหมขิดลายมรดกโบราณที่เธอทอขึ้นมานั้น เป็นผลจากการฝึกฝนอันยาวนานในการทอหมอนขิด และผ้าถุงมัดหมี่ในบ้าน โดยได้รับการถ่ายทอดภูมิปัญญาจากมารดาและคำแนะนำจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งเธอได้พัฒนาการทอผ้าฝ้ายมาใช้เส้นไหมแทน จนกลายเป็นผ้าขิดไหมที่งดงามและมีเอกลักษณ์

ด้วยความวิจิตรพิถีพิถันในการสร้างสรรค์ นางสุนา ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่งในประเภทผ้าขิดไหมจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จังหวัดสกลนคร เป็นประจำทุกปี รางวัลนี้กลายเป็นพลังสร้างสรรค์ที่กระตุ้นให้เธอยังคงพัฒนาผลงานอย่างต่อเนื่อง

หนึ่งในลายที่ได้รับการยอมรับและสร้างชื่อเสียงให้กับเธอคือ "ลายดอกพิกุลทางยืนสีน้ำตาลพุ่งยกดอกสีทองอ่อน" ซึ่งได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อนำไปทอเป็นผ้าการบ้าน และเธอยังได้ถวายผ้าลายนี้ให้พระองค์ทรงสวมใส่ในงานพระราชพิธีต่าง ๆ อย่างภาคภูมิ

ในปี 2525 นางสุนา ได้รับเกียรติอย่างสูงในการทูลเกล้าฯ ถวายผ้ามัดหมี่และผ้าขิดฝ้ายแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งพระองค์พระราชทานเงินรางวัล และแต่งตั้งให้ นางสุนา เป็น "ครูหลวง" ในการสอนการทอผ้าไหมลายขิดที่พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์และศูนย์ศิลปาชีพต่าง ๆ

ปัจจุบัน "ครูหลวงสุนา" ยังคงถ่ายทอดภูมิปัญญาและความรู้ในการทอผ้าไหมลายขิดให้แก่ผู้คนทุกหมู่เหล่า ทำให้ผ้าไหมไทยได้รับการยอมรับและความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างกว้างขวาง

คำสอน สระทอง สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย
คำสอน สระทอง

คำสอน สระทอง

นางคำสอน สระทอง เกิดเมื่อวันที่ 1 กันยายน ปี 2482 ที่บ้านโพน ชุมชนชาวผู้ไทในอำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นช่างทอผ้า ได้รับการยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. 2559 สาขาทัศนศิลป์ ประเภทประยุกต์ศิลป์ (ประณีตศิลป์-ทอผ้า)

นางคำสอนได้พัฒนารูปแบบลวดลายให้สวยงามทั้งแบบดั้งเดิมและแบบสมัยนิยม สามารถประดิษฐ์ลวดลายได้อย่างประณีตงดงาม ได้คิดลวดลายผ้าแพรวารูปแบบใหม่ ๆ ประดิษฐ์รูปแบบการทอผ้าที่เรียกว่า เขาลาย หรือ ตะกรอลาย

เธอเกิดมาในครอบครัวเกษตรกร แต่ในส่วนตัวมีความสนใจเรื่องทอผ้ามาตั้งแต่เด็ก ๆ เริ่มหัดทอผ้าตั้งแต่อายุ 13 ปีจบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 แต่งงานเมื่อตอนอายุ 19 ปี กับสามีคือ นายบุรี สระทอง ชาวบ้านโพน ตำบลโพน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยย่าของสามี คือ นางเบง สระทอง เป็นผู้สอนศาสตร์การทอผ้าไหมแพรวาให้ โดยเฉพาะลวดลายโบราณดั้งเดิม กับการปลูกฝังเรื่องการทอผ้าไหมแพรวา

กระทั่งเมื่อ พ.ศ. 2520 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เยี่ยมราษฎรที่อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ได้รับผ้าไหมแพรวาเข้ามาพัฒนาส่งเสริมเข้าสู่โครงการศิลปาชีพพิเศษ

คำสอนเคยได้รับพระราชทานเงินจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จำนวน 40,000 บาท เพื่อเป็นทุนในการปฏิบัติหน้าที่เป็นวิทยากรสอนเทคนิคการทอผ้าไหมแพรวาให้แก่สมาชิก ได้รับรางวัลพระธาตุนาดูนทองคำ ผู้มีผลงานดีเด่นสาขาทัศนศิลป์ (ศิลปะการทอผ้าแพรวา)

นอกจากนี้ ยังได้รับคัดเลือกให้เป็นแม่ดีเด่นแห่งชาติ คนดีศรีกาฬสินธุ์ ครูภูมิปัญญาไทย นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์ได้มอบปริญญามหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์เมื่อ พ.ศ. 2557 ได้รับการยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. 2559 สาขาทัศนศิลป์ ประเภทประยุกต์ศิลป์ (ประณีตศิลป์-ทอผ้า)

ที่มา: ศูนย์ข้อมูลกลางทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม / มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ