พลโทบุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก และอดีตแม่ทัพภาคที่ 2 เปิดใจในรายการ "เข้มข่าวค่ำ PPTV" ว่าหลังจบจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ ได้มีโอกาสรับใช้เบื้องพระยุคลบาท “สมเด็จพระพันปีหลวง” โดยทำหน้าที่นายทหารปฏิบัติการโครงการศิลปาชีพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงงานหนักมาโดยตลอด เช่น ช่วงทรงแปรพระราชฐานประทับแรม ณ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์
แม่ทัพกุ้ง เล่าว่า ระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่ภาคอีสานตอนบน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ก็จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงงานตามศูนย์ศิลปาชีพต่างๆ เพื่อให้คำแนะนำ ให้ความรู้ชาวบ้านเกี่ยวกับการอนุรักษ์ผ้าไหมโบราณ, การใช้กี่ทอผ้า, การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และช่วยเหลือชาวบ้านด้วยการรับซื้อผ้าไหมในชุมชน
แม่ทัพกุ้ง เล่าว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงใส่ใจความรู้สึกทุกคน เช่น เวลาทรงรับซื้อผ้าไหมจากชาวบ้าน พระองค์จะใช้รหัสภาษาอังกฤษ กับกองงานฯ ที่ตามเสด็จฯ เพื่อให้เตรียมเงินจ่ายให้ชาวบ้านในภายหลัง การที่พระองค์ทรงทำแบบนี้เพื่อไม่ให้ชาวบ้านรู้สึกน้อยใจ ทำไมคนนี้ได้เงินเยอะ ทำไมคนนั้นได้น้อย ซึ่งผ้าไหมแต่ละผืนจะราคาไม่เท่ากันอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับความสวยงาม ความยากง่ายในการทอ
พลโทบุญสิน กล่าวว่า หลายสถานที่ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนิน เป็นท้องถิ่นทุรกันดาร ไม่มีไฟฟ้าน้ำประปา บางชุมชนก็อยู่ในป่า เดินทางลำบากมาก หลังเสด็จพระราชดำเนินกลับ พระองค์จะพยายามหาแนวทางช่วยเหลือ จนพูดได้ว่าทุกพื้นที่ที่พระองค์เสด็จไปเยือน ความเจริญจะตามหลังมาทันที แต่น่าเสียดายที่เยาวชนรุ่นใหม่ไม่มีโอกาสเห็นพระองค์ประกอบพระราชกรณียกิจ ช่วยเหลือประชาชนทั่วประเทศ