จากกรณีที่โซเชียลดรามาเรื่องดอกไม้สีดำประดับตกแต่งเชิงสะพานนวรัฐ ช่วงเตรียมงานประเพณียี่เป็งที่ทางเทศบาลนครเชียงใหม่ใช้สีสเปรย์สีดำพ่นทับสีเดิมจนกลายเป็นกระแสชั่วข้ามคืน โดยมีชาวเชียงใหม่ต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์ จนทางเทศบาลนครเชียงใหม่ต้องออกมาชี้แจงและรื้อถอนดอกไม้สีดำไปเมื่อคืน นั้น
ล่าสุด 28 ต.ค. 68 มี สส.พรรคประชาชน รวมทั้ง ส.ท. และ สจ. พรรคประชาชนออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบการใช้งบประมาณของทางเทศบาลนครเชียงใหม่และองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่
ซึ่งผู้สื่อข่าวได้ติดต่อขอสัมภาษณ์ทางนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ แต่ทางผู้บริหารปฏิเสธให้สัมภาษณ์ บอกว่าขอประชุมแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ก่อน หลังจากนี้เมื่อได้ข้อสรุปจะทำแถลงการณ์แจกนักข่าวทีเดียว
ผู้สื่อข่าวจึงได้ประสานขอสัมภาษณ์ นางสาวนันท์นภัสร์ ปฐมเดชภัทรคุณ ส.ท. พรรคประชาชน โดยนางสาว นันท์นภัสร์ บอกว่า ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงใหม่ ก็ได้มีความติดใจเรื่องนี้ตั้งแต่การแถลงงบประมาณมาแล้ว เพราะงบประมาณของอีเวนต์ตลอดทั้งปีของจังหวัดเชียงใหม่ก็มีมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท
นางสาวนันท์นภัสร์ กล่าวว่า แม้จะแบ่งเป็นงานยี่เป็ง งานสงกรานต์ และงานอื่น ๆ ก็มีมูลค่ามากมายมหาศาล แล้วจะนำงบประมาณตรงนี้มาทำอะไรบ้าง เหตุการณ์เมื่อวานพอเราได้เห็น คือดอกไม้สีดำ ทำให้ต้องการทราบว่าทำไมใช้งบประมาณมากมายขนาดนี้ก็ ก็เกิดความสงสัยขึ้นมาในพรรคประชาชน
ส่วนตัวมองว่า ในส่วนของงบประมาณยี่เป็งทั้งหมดโดยรวม 27 ล้านบาท รวมกับตกแต่งซุ้มไฟรวมเวที รวมการประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ซึ่งมีมูลค่ามหาศาล ซึ่งทาง ส.ท. ก็เคยเขียนจดหมายขอรายละเอียด ขอ TOR ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2568 จนกระทั่งถึงวันนี้ยังไม่มีการตอบกลับมา ดังนั้นจึงต้องการทราบรายละเอียดก่อนว่ามีความเหมาะสมหรือไม่อย่างไร
โดยการแก้ปัญหาที่มีการพ่นสเปรย์สีดำทับดอกไม้นั้น นางสาวนันท์นภัสร์ มองว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ตรึกตรองให้ถี่ถ้วนก่อน ซึ่งจากดอกไม้ที่เป็นสี ๆ พอมีเหตุการณ์นี้ขึ้นมาก็มาพ่นเป็นสีดำ ฟุตบาทลายขาวแดงก็มาพ่นเป็นสีขาว โคมแขวนล้านนาที่ติดที่เป็นการติดคว่ำลง โดยไม่แน่ใจว่าเขามีคิดไว้ก่อนหรือไม่ว่าไม่ถูกต้อง
หลังเกิดเหตุการณ์นี้ ในฐานะสมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงใหม่ฝ่ายตรวจสอบ ก็ได้ทำตารางเปรียบเทียบ พบว่ามีการใช้งบประมาณมากกว่าปี 2566 ถึง 2 เท่าตัว การจัดซื้อจัดจ้างก็เป็นการคัดเลือก ไม่ได้มีการ อี-บิดดิ้ง ชื่อบริษัทก็จะเป็นชื่อบริษัทซ้ำ ๆ จึงนำมาเผยแพร่ให้ประชาชนได้รับทราบและช่วยกันวิเคราะห์ถึงความเป็นจริงและความเหมาะสม
อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ทางทั้ง ส.ท. และ สจ.พรรคประชาชน จะมีการช่วยกันเดินหน้าตรวจสอบเรื่องนี้กันต่อไปเพื่อความโปร่งใสเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับชาวเชียงใหม่ ขณะเดียวกันมองว่าอุปกรณ์ที่จัดงานก็ยังใช้อันเดิม ซึ่งถ้าหากเป็นไปได้ต้องการให้แบ่งงบอีเวนต์ตรงนี้มาทำถนนที่ผุพังดีกว่าไหม และพัฒนาเมืองเชียงใหม่ให้ยั่งยืนดีกว่า
ขณะที่นางสาวจิตจีรัง ปิ่นทรายมูล สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ทางพรรคประชาชนได้มีการติดตามเรื่องนี้มาก่อนหน้านี้แล้วตั้งแต่การทำงบประมาณเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 ได้มีการประกาศว่ามีผู้ชนะการคัดเลือกโครงการที่ใหญ่ที่สุด ของ อบจ. คือโครงการชาร์มมิ่งฟลาวเวอร์เฟสติวัล
ซึ่งเรากำลังติดตามดูเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างกันอยู่เห็นโพสต์ของทางนางสาว นันท์นภัสร์ ปฐมเดชภัทรคุณ ส.ท. เทศบาลนครเชียงใหม่พอดี ว่าได้มีการจัดจ้างบริษัทนี้ ซึ่งเป็นบริษัทเดียวกันที่รับงาน จาก อบจ. เช่นเดียวกัน ดังนั้น จึงดำเนินการขอดูเอกสารชี้ถือหลักการและเหตุผลในการจ้างเลือกเจ้านี้เข้ามาทำงาน
จากการที่ตรวจสอบพบว่าบริษัทที่รับงานดังกล่าวนี้ พบว่ามีการรับงานย่อยของเทศบาลนครเชียงใหม่หลายงาน และรับงานชามมิ่งฟาวเวอร์เฟสติวัล นี้มาสามปีซ้อนแล้วรวมไปถึงงานปรับปรุงภูมิทัศน์งานเกี่ยวกับต้นไม้ดอกไม้จะเป็นบริษัทนี้ตลอด
โดยจากการตรวจสอบพบว่าเป็นการจัดสถานที่ให้สวยงามลักษณะเดิม ๆ ซึ่งการคัดเลือกก็ไม่ผ่าน อี-บิดดิ้ง ดังนั้นหลังจากนี้ก็จะมีการยกระดับการตรวจสอบสืบลึกลงไปถึงที่ตั้งบริษัทเป็นการเสาะหาข้อมูลว่าที่ตั้งบริษัทเดียวกันมีการจดบริษัทอื่นอีกหรือเปล่า แล้วชื่อผู้ถือหุ้นมีการเป็นบุคคลเดิมในหลายบริษัทไหมเพื่อแก้ไขปัญหานี้ได้เพื่อมันโปร่งใส เพื่อให้ประชาชนใช้เงินภาษีของเขาได้อย่างคุ้มค่าที่สุด