Top-PL-Oct26 Top-PL-Oct26

"พล.อ.รังษี" แนะไทยบีบกัมพูชาคืน หนองจาน-หนองหญ้าแก้ว แลก 18 เชลย!

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"พล.อ.รังษี" อดีตที่ปรึกษากองทัพภาคที่ 1 แนะไทยบีบกัมพูชา ให้คืนพื้นที่รุกล้ำ “บ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว” แลกปล่อยตัว 18 เชลยศึกกัมพูชา

จากกระแสข่าวทางการไทยจะปล่อยตัวเชลยศึกวันที่ 12 พ.ย. 2568 นี้ เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมหรือไม่ ในมุมมองของ พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และอดีตที่ปรึกษากองทัพภาคที่ 1 ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ มองว่าจะเหมาะสมหรือไม่ หรือจะได้มากกว่าเสียนั้น ทั้งหมดอยู่ที่เหตุผล ถ้าเป็นเหตุผลที่ประชาชนรับได้ ตนเองเชื่อว่าไม่มีปัญหา แต่ถ้าเหตุผลฟังไม่ขึ้น เชื่อว่ารัฐบาลจะอยู่ไม่ได้

พลเอกรังษี รายการเข้มข่าวค่ำ
พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

เพราะช่วงนี้อยู่ในช่วงความขัดแย้ง เพราะฉะนั้นอะไรที่ทำแล้วได้เปรียบ หรือเสียเปรียบ เรื่องนี้ประชาชนติดตามอยู่ แต่ก็ขึ้นอยู่กับทางรัฐบาลว่าจะชี้แจงเหตุผลได้หรือไม่ และมีเงื่อนไขในการเจรจาต่อรองกันอย่างไร

ส่วนจะมีเหตุผลอะไรที่เหมาะสมในการปล่อยตัวเชลยศึก พลเอกรังษีมองว่าหากกัมพูชายอมรับว่าพื้นที่บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว จ.สระแก้ว เป็นของคนไทย และให้ชาวบ้านที่รุกล้ำออกจากพื้นที่เพื่อให้ไทยสามารถทำรั้วได้ ตนเองบอกว่านี่เป็นเหตุผลที่เหมาะสมแลกกับการปล่อยตัว 18 เชลยศึก

ส่วนที่กัมพูชาขอลดพื้นที่เก็บกู้ทุ่นระเบิดร่วมกับไทย จากเดิม 13 พื้นที่ เหลือเพียง 5 พื้นที่ มองว่าเป็นเพราะกัมพูชาไม่จริงใจ รับปากไปเรื่อย พอถึงเวลาก็คิดจะเอาเปรียบ ซึ่งเป็นนิสัยของกัมพูชาและเป็นแบบนี้มาตลอด ส่วนที่กัมพูชาพลิกแพลงหรือเล่นแง่เรื่องข้อตกลงมาตลอด

พลเอกรังษี บอกว่าไทยจะต้องมียุทธศาสตร์และมีจุดยืนที่แน่ชัดกับกัมพูชา โดยยกตัวอย่างจุดยืนแรก เช่น พื้นที่ไหนที่เป็นอธิปไตยของไทยต้องเอากลับคืนมาให้หมด รวมถึงสิ่งปลูกสร้างที่กัมพูชารุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ของไทยต้องรื้อออกให้หมด เพราะหากไม่ทำแบบนี้กัมพูชาจะยึดถือเป็นบรรทัดฐาน และหากยังคุยกันไม่รู้เรื่องก็ควรปิดด่านไปตลอด เพราะจุดอ่อนของกัมพูชาคือเรื่องนี้

ส่วนการประชุมคณะกรรมการชายแดนร่วมระหว่างประเทศ หรือ JBC ที่ จ.จันทบุรี ที่ผ่านมา แก้ไข TOR ให้ใช้เทคโนโลยีการสำรวจระยะไกลที่ใช้เลเซอร์ในการวัดระยะทาง หรือไลดาร์ เพื่อสำรวจและทำหลักเขตแดนผ่านภาพถ่ายทางอากาศ จะกลายเป็นดาบสองคมหรือมีความเสี่ยงทำให้ไทยเสียพื้นที่บางส่วนหรือไม่

เชลยศึก รายการเข้มข่าวค่ำ
ปล่อยตัว 18 เชลยศึกกัมพูชา

พลเอกรังษี มองว่าแม้จะใช้ไลดาร์ทำหลักเขตแดนก็ไม่มีผล เพราะกัมพูชายังยึดถือแผนที่ 1 : 200,000 ซึ่งมีความคลาดเคลื่อนถึง 200 เมตร อีกอย่างเขตแดนกำหนดกันด้วยแผนที่ เพราะฉะนั้นไทยต้องเจรจากับกัมพูชาโดยใช้แผนที่ 1 : 50,000ที่มีความคลาดเคลื่อนเพียง 5 เมตร

ส่วนเหตุผลที่กัมพูชาไม่ยอมยึดแผนที่มาตราส่วน 1 : 50,000 เพราะพื้นที่ที่รุกล้ำเป็นของไทยทั้งหมด รวมถึงพื้นที่ทางทะเล หากยอมยึดแผนที่มาตราส่วน 1 : 50,000 กัมพูชาจะไม่ได้พื้นที่ที่มีน้ำมัน จึงไม่ยอมยึดแผนที่ 1 : 50,000 ส่วนแผนที่อัตราส่วน 1 : 200,000ปัจจุบันไม่มีใครใช้แล้ว ส่วนใหญ่จะใช้ในโซนขั้วโลกเหนือ ขั้วโลกใต้ หรือป่าอเมซอน

ส่วนจะมีข้อแนะนำถึงรัฐบาลหรือกองทัพอย่างไรบ้าง มองว่าถ้ายังเจรจากับกัมพูชาให้ใช้แผนที่มาตราส่วน 1 : 50,000 เรื่องนี้จะไม่จบ แต่ควรยกเลิก MOU43 และ MOU44 เพราะมองว่าไม่มีประโยชน์ แม้หลายคนจะมองว่าเรื่องนี้สามารถคุยกันได้แต่ตนเองไม่เชื่อ

ซึ่งพื้นที่ในประเทศไทยมีระยะทาง 798 กิโลเมตร ที่ติดกับกัมพูชา แต่ที่เป็นปัญหาใหญ่คือพื้นที่เกือบ 200 กิโลเมตร ในพื้นที่ราบ ส่วนพื้นที่สันปันน้ำ หน้าผา หรือคลอง แบ่งกันด้วยกฎของธรรมชาติอยู่แล้ว เช่น ภูเขา แบ่งพื้นที่ตามสันปันน้ำ หรือหน้าผา ยึดตามทางขึ้น หากทางขึ้นอยู่ในพื้นที่ไหนก็เป็นของประเทศนั้น ส่วนจุดที่เป็นคลองก็แบ่งตามกึ่งกลาง ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวไม่น่ามีปัญหา แต่สิ่งสำคัญของการยึดแผนที่มาตราส่วน 1 : 50,000 คือพื้นที่ราบ ที่ยังเจรจากันไม่ลงตัวเพราะยึดถือแผนที่คนละมาตราส่วน

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ