Top-PL-Oct26 Top-PL-Oct26

ชาวบ้านอ่างศิลา จ.สระแก้ว ร้องถูกกัมพูชารุกที่นา นานกว่า 40 ปี

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ชาวบ้านอ่างศิลา จ.สระแก้ว ร้องถูกกัมพูชารุกที่นา นานกว่า 40 ปี เผยที่ดินดังกล่าวอยู่หลังเส้นแดงที่ใช้อ้างสิทธิ์

ปัญหาเรื่องกัมพูชารุกล้ำเข้ามาฝั่งไทย นอกจากพื้นที่บ้านหนองจาน และหนองหญ้าแก้วแล้ว พื้นที่ อ.โคกสูง จ.สระแก้วแล้ว ยังมีอีกหนึ่งพื้นที่คือ บ้านอ่างศิลา ล่าสุดชาวบ้านร้องถูกกัมพูชารุกล้ำมาทำนาในที่ดินของตัวเองนานกว่า 40 ปี และที่ดังกล่าวอยู่หลังเส้นแดงที่ใช้อ้างสิทธิ์ แสดงให้เห็นว่าถูกรุกล้ำทำกินในพื้นที่ของไทยอย่างชัดเจน ทีมข่าวลงพื้นที่ไปยังบริเวณจุดตรวจ ส.43 แนวถนนศรีเพ็ญ ใกล้กับหลักหมุดที่ 48-49 ซึ่งพบว่าที่นาดังกล่าวจะมีแท่งเสาปูนวางอยู่เป็นแนว  

ไทยกัมพูชา รายการเข้มข่าวค่ำ
ชาวบ้านอ่างศิลา จ.สระแก้ว ร้องถูกกัมพูชารุกที่นา นานกว่า 40 ปี

โดยเสาปูนนี้เป็นเสาปูนที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเคยทำเป็นรั้วลวดหนามเพื่อเป็นแนวลาดตระเวน และจากภาพจะเห็นได้ว่าแท่นปูนดังกล่าวอยู่ห่างจากเส้นแดงที่กัมพูชาใช้อ้างสิทธิ์ระยะหนึ่ง แต่ยังไม่สามารถบอกแน่ชัดได้ว่าห่างเท่าไร เนื่องจากชาวบ้านไม่เคยได้ล้ำเกินเส้นแนวเสาปูนนั้น

ลุงบุญรอด อายุ 64 ปี เจ้าของที่ดินหลักหมุด 48-49 บ้านอ่างศิลา อ.โคกสูง จ.สระแก้ว หนึ่งในชาวบ้านที่ถูกกัมพูชารุกล้ำมาทำกินที่ดินตัวเองนานกว่า 40 ปี ระบุว่า กัมพูชาได้ยึดหลักเสาปูนที่ว่าเป็นแนวรั้วลวดหนามกั้นระหว่างประเทศ โดยอ้างว่า ไทยแบ่งให้เป็นพื้นที่ของกัมพูชา แต่ความจริงแท่นปูนที่ปัก คือการทำแนวลาดตระเวนของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ซึ่งเมื่อปีที่แล้วก็ยังมีทหารทั้ง 2 ประเทศลาดตระเวนร่วมกัน ก่อนหน้านี้เมื่อหลายสิบปีก่อน ตนเคยเข้าไปทำกินในที่ดินของตัวเอง แต่ก็ถูกทหารกัมพูชามาล้อมตัว และไม่ให้เข้าไปทำกิน อ้างว่าที่ดินตรงนี้ยังไม่ได้มีการแบ่งปันอะไรทั้งสิ้น ให้อยู่ในสภาพเก่าไว้ก่อนเพราะอยู่ในช่วง MOU

ลุงบุญรอด ยืนยันว่า ที่ดินดังกล่าวอยู่หลังเส้นแดง และทางกัมพูชาคิดขึ้นมาเองว่า เสาปูนดังกล่าวคือการแบ่งเขต ทั้งที้รู้อยู่แก่ใจว่าเข้ามาอยู่ในพื้นที่ไทยจริงๆ โดยชาวกัมพูชายึดหลักเสาปูนนั้นเป็นเส้นแบ่งเขตมานานกว่า 40 ปี จึงทำให้ตนเข้าไปทำกินบริเวณดังกล่าวไม่ได้

ไทยกัมพูชา รายการเข้มข่าวค่ำ
ชาวบ้านอ่างศิลา จ.สระแก้ว ร้องถูกกัมพูชารุกที่นา นานกว่า 40 ปี

ซึ่งที่ดินของตนมีทั้งหมด 40 ไร่ ตอนนี้สามารถทำกินได้เพียง 18 ไร่ ถูกกัมพูชารุกล้ำมาทำนาในที่ดินตัวเอง 22 ไร่ ลุงบุญรอด ยังยอมรับอีกว่า รู้สึกท้อใจที่เห็นกัมพูชามาทำกินในที่ดินของตัวเอง ตนอยากได้ที่นาคืน จึงอยากฝากไปถึงรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ติดตามเรื่องนี้

ส่วนจะกังวลหรือไม่เพราะที่ดินของลุงบุญรอดไม่ได้อยู่ใน MOU? ลุงบุญรอด ตอบว่า ตนก็ไม่รู้กฎหมาย ตนเป็นชาวนา จึงไม่รู้ว่า MOU หมายความว่าอะไร แต่ตนก็มีเอกสารเอกสารสิทธิ์ น.ส.2 ที่ผ่านมาตนก็เคยร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงเรื่องนี้ แต่ก็เงียบ และตนก็ไม่ได้ติดตามเรื่อง กระทั่งเกิดสถานการณ์สู้รบกันเกิดขึ้น จึงมีความหวังอีกครั้ง หลังจากทราบข่าวว่าตอนนี้ทหารกำลังนำที่ดินคืนให้กับชาวบ้าน ตนก็รู้สึกดีใจและยินดีกับคนที่ได้คืนแล้ว

ส่วนที่ทางทหารจะให้ทางกัมพูชาที่รุกล้ำมาทำกิน เก็บเกี่ยวผลผลิตให้เสร็จสิ้นก่อนถึงจะดำเนินการผลักดันออกนั้น ลุงบุญรอด บอกว่า ก็คาดว่าน่าจะภายในปีนี้ หลังจากที่ตนได้แจ้งเรื่องให้ พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ ก็ทราบว่าคงจะค่อยๆ ดำเนินการไป เพราะจะนำคืนทีเดียวเลยไม่ได้

กรณีกระแสข่าวเรื่องการปล่อยเชลยศึก 18 คน ในฐานะที่ตัวเองยังไม่ได้ที่ดินคืน ลุงบุญรอด มองเรื่องนี้ว่า อยากถามทางรัฐบาลว่าคิดดีแล้วหรือ? เพราะชาวบ้านที่อยู่ตามแนวชายแดนยังไม่ได้ที่ดินของตัวเองกลับคืนมา อยากจะให้ทางรัฐบาลหรือหน่วยงานต่างๆ ช่วยคิดสักนิด ว่ามีข้อดีข้อเสียอย่างไร แต่สำหรับประชาชนก็ไม่อยากให้ปล่อย จนกว่าเราจะได้ที่ดินกลับคืนมา

ทั้งนี้ ลุงบุญรอด ยังบอกอีกว่า ไม่ไว้ใจกัมพูชา หากเราปล่อยตัวเชลยศึก 18 คนไป แม้ว่ากัมพูชาจะทำตาม 4 ข้อตกลงก็ตาม เนื่องจากอยู่ร่วมมาหลายสิบปี ต่อหน้าดีแต่ลับหลังก็อีกแบบ และก็เป็นบริบทแบบนี้เรื่อยมา อย่างไรก็ตามก็แล้วแต่หน่วยงานที่พิจารณา เพราะเราก็ต่อสู้กันมาขนาดนี้แล้ว แต่ก็อยากให้ทางรัฐบาลช่วยคิดให้ดีๆ ก่อนสักนิด

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ