พลโทบุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่สอง และที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึง กระแสข่าวความห่วงใยอยากให้มีการหยุดยิงในวันแรกเหตุผลอะไรทางถึงตัดสินใจเดินหน้าให้มีการปะทะกันต่อ ด้านพลโทบุญสิน เผยว่า เรื่องในกระแสข่าวมันไม่ใช่คำสั่งแต่มันเป็นเรื่องของสถานการณ์พาไปก็คือปะทะวันแรกเป็นเรื่องของที่เราปิดปราสาทตาเมือนธม และทหารกัมพูชามีการยิงฝั่งประเทศไทยก่อน ยิงในด้านปีกซ้าย มันก็เลยนำมาซึ่งทั้งแนวในการประทะและเป็นแผนที่เราทวงคืนแผ่นดินคืน
หลายๆ ฝ่ายก็พูดคุยกันทั้งในสื่อโซเชียล ทั้งมีความเป็นห่วงในชีวิตของกำลังคนทั้งหลายมันเป็นการหารือกันทุกวัน แต่ไม่ได้เป็นคำสั่งให้หยุดยิงมันเป็นคำสั่งที่เป็นห่วงแล้วก็จนกระทั่งมาหยุดยิงในวันที่ 28 กรกฎาคม
จากนั้นเราก็หารือกันเรื่อยๆเป็นปกติยืนยันว่า ไม่มีผู้บังคับบัญชาท่านใดสั่งหยุดยิงในห้วงแรก เพียงแต่หารือกันว่าเป็นอย่างไรบ้างกำลังพลไหวหรือไม่ ไม่มีใครสั่งหยุดยิงในห้วงแรกแต่มีการสั่งคำสั่งที่เป็นทางการมา ในวันที่ 28 กรกฎาคม นั้นคือคำสั่งที่ถูกต้องด้วยความเห็นชอบของคณะผู้เจรจาทั้งสองประเทศ ไม่อยากให้เรื่องนี้เป็นประเด็นมากมายตนเองได้ยืนยันกับหลายสื่อไปแล้วว่า ไม่มีผู้บังคับบัญชาคนไหนสั่งมามีเพียงแต่หารือกันในรายวันประจำวัน ซึ่งกระแสความเป็นห่วงนี้ก็มาจากกระแสโซเชียลด้วย แต่ไม่ได้นำไปสู่การหยุดยิงจริงในห้วงแรกทุกอย่างเราก็ทำเพื่อให้ได้แผ่นดินคืน ยืนยันว่าไม่ได้มีสายการเมืองมาโทรมากดดันหรือให้ความกังวลในเรื่องของการหยุดยิง
ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนแล้วก็ฝ่ายการเมืองก็มีการหารือ ในการหยุดยิงเป็นทางการในขณะนั้น ไม่มีสายโทรเข้าจากสายการเมือง เป็นเพียงการเข้าใจผิด และอยากฝากไปถึงพี่น้องประชาชนว่าทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ในห้วงการปะทะกันอย่างเต็มความสามารถ
ส่วนตอนนี้ที่สถานการณ์เริ่มกลับมาตึงเครียดอย่างมากแล้ว พลโทบุญสิน ได้ฝากเป็นกำลังใจให้น้องๆทหารทุกนาย แม่ทัพทุกท่านขอให้พิจารณาอย่างถี่ถ้วน และก็อยากเป็นกำลังใจให้ในการปฏิบัติแล้วก็แนวทางที่เราจะตอบโต้ต่อไป อาจจะเริ่มจากการประท้วงหรืออย่างไร ก็คงเป็นฝ่ายความมั่นคงทางรัฐบาลร่วมกับกองทัพที่จะตอบโต้ตามความเหมาะสมจากเบาไปหาหนัก เนื่องจากว่าขัดข้อตกลงที่เราเคยตกลงกันไว้ในเรื่องการวางทุนระเบิด ตนเองอยากเป็นกำลังใจให้น้องทุกคนได้มุ่งมั่นที่จะทำประโยชน์ให้กับแผ่นดินและประเทศชาติต่อไป
เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่าในขณะที่ดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่สองในพื้นที่แถบห้วยตามาเรียได้มีการเริ่มเคลียร์ทุ่นระเบิดหรือไม่ พลโทบุญสิน เผยว่า เคลียร์ เราก็พยายามเคลียร์ทุกจุด เพราะเราเข้าไปควบคุม เราก็ไม่มั่นใจในทุกพื้นที่ ซึ่งเป็นพื้นที่ใหม่ทั้งนั้นที่เราเข้าไป และพื้นที่ที่เกิดระเบิดล่าสุดก็เป็นพื้นที่ใหม่ แต่หากจะเป็นระเบิดเก่าหรือระเบิดใหม่นั้นก็ต้องให้ทางกองทัพได้มาชี้แจง แต่เรื่องแน่ ๆ คือมันผิดเงื่อนไขข้อตกลงระหว่างสองประเทศแทนที่เจ้าตัวจะมาเก็บกู้เอง แต่กลับกลายเป็นว่าประเทศไทยต้องไปเก็บกู้ให้ซึ่งมันก็ไม่สอดคล้องกับข้อตกลงที่เราต้องให้เค้ามาร่วมมือกันในการเก็บกู้วัตถุระเบิด ตัวนี้เป็นจุดหนึ่งที่เราควรประท้วง แต่เราก็ต้องทำเพื่อที่จะทวงคืนแผ่นดินด้วยความรอบคอบ ตนเองก็อยากขอแสดงความเสียใจให้กับน้องๆทหารที่ประสบอุบัติเหตุ
เมื่อถามว่าปัจจุบันประเทศไทยมีการถอนอาวุธออกจากพื้นที่บ้างแล้วมีข้อห่วงอะไรหรือไม่ พลโทบุญสิน เผยว่า ก็เป็นไปตามข้อตกลงต่างฝ่ายก็ต้องถอนอาวุธหนักตามที่กองทัพได้ออกมาชี้แจง เราก็มุ่งมั่นว่ามันอาจจะเป็นไปตามเงื่อนไขที่เราตกลงกันทั้งสองประเทศ
ส่วนที่มีรายงานว่ามีเสียงปืนเล็กในแถบชายแดน ว่า เสียงปืนเล็กที่ดังจากฝั่งกัมพูชา เรื่องนี้ต้องขึ้นอยู่กับทางทหารกัมพูชาว่าจะทำอย่างไรต่อ ตนเองก็ขอให้ทางกองทัพได้ออกมาชี้แจงข้อมูลข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ถ้ายิงมาทางฝั่งเรามันก็ผิดเงื่อนไข เราก็ต้องพร้อมที่จะตอบโต้ และตนเองมองว่ากองทัพของฝั่งประเทศไทยพร้อมอยู่แล้ว ไม่มีปัญหาเลย
ส่วนกรณีพลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวอ้างถึงพลโทบุญสินที่เคยพูดไว้ในช่วงเดือนกันยายนว่าเตรียมการจะเอาคืนอยู่ตลอดแต่มันก็ไม่ได้เกิดขึ้น นั้น พลโทบุญสิน เผยว่า การเตรียมการเป็นหน้าที่ของทหารอยู่แล้ว ตนเองก็เตรียมการที่จะเอาคืนแต่ด้วยสถานการณ์เหตุการณ์ของประเทศชาติบ้านเมืองที่สถานการณ์ของโลกมีการประชุมยูเอ็นมันไม่เหมาะสมที่จะต้องประทะช่วงนั้น แล้วสถานการณ์มันก็ไม่เอื้ออำนวย เราก็ลากยาวมาจนถึงเกษียณซึ่งเรื่องเหล่านี้คงเป็นพี่น้องที่ยังรับราชการดำเนินการต่อและทวงคืนในส่วนที่เหลือ เช่น ปราสาทตาควายของเรา และพื้นที่อื่นๆที่ยังเหลืออยู่
ส่วนสถานการณ์ความรุนแรงในปัจจุบันเพียงพอต่อการมีความชอบธรรมในการทวงคืนหรือไม่ พลโทบุญสิน เผยว่า วันนี้มีทหารเหยียบระเบิดจนบาดเจ็บ เรื่องนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับทางฝ่ายความมั่นคงรัฐบาลและกองทัพต้องลองพิจารณาหารือดู ซึ่งล่าสุดก็เห็นว่าทางด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีก็ได้ยกเลิกการส่งเชลยศึกกลับแล้วซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการ แต่ตนเองก็อยากเป็นกำลังใจให้ฝ่ายความมั่นคงที่จะพิจารณาต่อเพราะว่าในเงื่อนไขต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเรื่องการช่วยกันเก็บกู้วัตถุระเบิดมันก็ยังมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอยู่คนของเราก็บาดเจ็บ