เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 68 ทีมข่าวพีพีทีวีลงพื้นที่โรงเรียนวัดกระทิง อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา พบว่าระดับน้ำ ณ เวลาประมาณ 15.00 น. ปริ่มจะท่วมพัดลมเพดานของอาคารเรียนชั้นที่ 1 ประเมินด้วยสายตา คาดว่าน้ำท่วมสูงประมาณ 3-4 เมตร ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่บอกว่า ต้องอยู่กับน้ำท่วมแบบนี้มานานกว่า 4 เดือนแล้ว และช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาระดับน้ำก็เพิ่มสูงขึ้นกว่าที่เคย
นายธเนศ ทรัพย์สง่า ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง เล่าว่า เมื่อปี 2554 เผชิญกับน้ำท่วมครั้งใหญ่ จึงตัดสินใจดีดบ้านสูงขึ้นอีกกว่า 3 เมตร แต่ปรากฎว่า ปีนี้ไม่รอด
นายธเนศบอกว่า 3 เมตรที่ดีดขึ้นมาถูกน้ำท่วมเรียบร้อย ไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะที่บ้านมีคนแก่อายุ 80 กว่าปีถึง 2 คน จึงต้องลงทุนซื้อพาเลตพลาสติกมาหนุนบ้านให้สูงเพิ่มขึ้น
ขณะที่ภาพรวมสถานการณ์น้ำท่วม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า น่าเป็นห่วง อย่างที่เห็นตัวเลขของน้ำที่จะเติมเข้าเขื่อนภูมิพล อยู่ที่ 90 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ในขณะที่การระบายอยู่ที่ 45-48 ล้านลูกบาศก์เมตร แปลว่าเขื่อนภูมิพลต้องรับน้ำสะสมประมาณวันละ 40 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ในขณะที่ความจุของเขื่อนอยู่ที่ประมาณ 100 กว่าล้านลูกบาศก์เมตร
หมายความว่า หากปล่อยสถานการณ์อย่างนี้อีก 2 วัน เขื่อนภูมิพลก็จะเต็ม เมื่อเต็มแล้วก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องระบายน้ำเพิ่ม ต้องเพิ่มเป็น 50 หรือ 55 ล้านลูกบาศก์เมตร เสิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ ระดับน้ำในแม่น้ำปิงลงมาแม่น้ำเจ้าพระยาจะสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ
นายภราดรยังเปิดเผยอีกว่า ที่ประชุมตัดสินใจกันว่า จะระบายน้ำออกทางฝั่งตะวันตกและตะวันออกมากขึ้น ตอนนี้ระบายอยู่ที่ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ก็อาจจะเพิ่มขึ้นเป็น 600 หรือ 650 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อให้เพียงพอกับที่เขื่อนภูมิพลต้องระบายเพิ่ม เมื่อเป็นอย่างนั้นจะทำให้การระบายท้ายเขื่อนเจ้าพระยาที่ระดับเดิมที่ 2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่จะทำให้พื้นที่ซ้ายขวาที่เป็นทุ่งรับน้ำ ได้รับผลกระทบ
ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อถามถึงการรับมือน้ำเข้ากรุงเทพฯ นายภราดร ระบุว่า หากไม่เร่งระบายน้ำและหาพื้นที่พักน้ำ จะมีผลกระทบแน่นอน
ด้าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 68 เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการบริหารจัดการน้ำและติดตามสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา เปิดเผยว่า น้ำในเขื่อนภูมิพลเริ่มปริ่ม แต่มีการควบคุมการระบายน้ำให้เหลือประมาณ 45–48 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน
ส่วนเขื่อนกิ่วลม จังหวัดลำปาง มีปริมาณน้ำ 6 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งทั้งสองเขื่อนนี้จะไหลลงสู่ลำน้ำหน้าเขื่อนเจ้าพระยา ประมาณ 54 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ดังนั้นหน้าเขื่อนทั้งด้านตะวันออกและด้านตะวันตกจะมีการระบายน้ำสู่ลำน้ำสาขาทางด้านซ้ายและขวา ซึ่งได้มีคำสั่งให้ระบายน้ำมาหลายวันแล้ว ทำให้ขณะนี้ต้องระบายน้ำออกในอัตรา 2,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์
โดยคาดว่า หลังจากเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 และ 3 ของเดือน ธ.ค. จะเข้าสู่ภาวะใกล้ปกติ จากนั้นจะระบายน้ำประมาณ 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และในเดือน ม.ค. 69 จะเข้าสู่ภาวะปกติ โดยจะระบายน้ำในปริมาณ 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งเป็นไปตามแผนที่วางไว้
ส่วนในจังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี กรุงเทพมหานคร และจังหวัดสมุทรปราการ ร.อ.ธรรมนัส ยืนยันว่า สามารถควบคุมปริมาณน้ำได้ แต่อาจมีผลกระทบกับบ้านเรือนของประชาชนบ้าง แต่จะไม่รุนแรงเหมือนปี 2554 อย่างแน่นอน