โรงเรียนใน อ.เสนา สาหัส ลงพื้นที่พบน้ำท่วมถึงพัดลมเพดาน!

โดย PPTV Online

เผยแพร่

สถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่ยังคงสาหัส ทีมข่าวพีพีทีวีลงพื้นที่ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา พบโรงเรียนเเห่งหนึ่งน้ำท่วมสูงจนถึงพัดลมเพดาน!

เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 68 ทีมข่าวพีพีทีวีลงพื้นที่โรงเรียนวัดกระทิง อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา พบว่าระดับน้ำ ณ เวลาประมาณ 15.00 น. ปริ่มจะท่วมพัดลมเพดานของอาคารเรียนชั้นที่ 1 ประเมินด้วยสายตา คาดว่าน้ำท่วมสูงประมาณ 3-4 เมตร ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่บอกว่า ต้องอยู่กับน้ำท่วมแบบนี้มานานกว่า 4 เดือนแล้ว และช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาระดับน้ำก็เพิ่มสูงขึ้นกว่าที่เคย

นายธเนศ ทรัพย์สง่า ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง เล่าว่า เมื่อปี 2554 เผชิญกับน้ำท่วมครั้งใหญ่ จึงตัดสินใจดีดบ้านสูงขึ้นอีกกว่า 3 เมตร แต่ปรากฎว่า ปีนี้ไม่รอด

โรงเรียนใน อ.เสนา สาหัส น้ำท่วมถึงพัดลมเพดาน! ผู้สื่อข่าวพีพีทีวี
น้ำท่วมถึงพัดลมเพดาน โรงเรียนวัดกระทิง อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา

นายธเนศบอกว่า 3 เมตรที่ดีดขึ้นมาถูกน้ำท่วมเรียบร้อย ไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะที่บ้านมีคนแก่อายุ 80 กว่าปีถึง 2 คน จึงต้องลงทุนซื้อพาเลตพลาสติกมาหนุนบ้านให้สูงเพิ่มขึ้น

ขณะที่ภาพรวมสถานการณ์น้ำท่วม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า น่าเป็นห่วง อย่างที่เห็นตัวเลขของน้ำที่จะเติมเข้าเขื่อนภูมิพล อยู่ที่ 90 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ในขณะที่การระบายอยู่ที่ 45-48 ล้านลูกบาศก์เมตร แปลว่าเขื่อนภูมิพลต้องรับน้ำสะสมประมาณวันละ 40 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ในขณะที่ความจุของเขื่อนอยู่ที่ประมาณ 100 กว่าล้านลูกบาศก์เมตร

หมายความว่า หากปล่อยสถานการณ์อย่างนี้อีก 2 วัน เขื่อนภูมิพลก็จะเต็ม เมื่อเต็มแล้วก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องระบายน้ำเพิ่ม ต้องเพิ่มเป็น 50 หรือ 55 ล้านลูกบาศก์เมตร เสิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ ระดับน้ำในแม่น้ำปิงลงมาแม่น้ำเจ้าพระยาจะสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ

นายภราดรยังเปิดเผยอีกว่า ที่ประชุมตัดสินใจกันว่า จะระบายน้ำออกทางฝั่งตะวันตกและตะวันออกมากขึ้น ตอนนี้ระบายอยู่ที่ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ก็อาจจะเพิ่มขึ้นเป็น 600 หรือ 650 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อให้เพียงพอกับที่เขื่อนภูมิพลต้องระบายเพิ่ม เมื่อเป็นอย่างนั้นจะทำให้การระบายท้ายเขื่อนเจ้าพระยาที่ระดับเดิมที่ 2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่จะทำให้พื้นที่ซ้ายขวาที่เป็นทุ่งรับน้ำ ได้รับผลกระทบ

ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อถามถึงการรับมือน้ำเข้ากรุงเทพฯ นายภราดร ระบุว่า หากไม่เร่งระบายน้ำและหาพื้นที่พักน้ำ จะมีผลกระทบแน่นอน

ด้าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 68 เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการบริหารจัดการน้ำและติดตามสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา เปิดเผยว่า น้ำในเขื่อนภูมิพลเริ่มปริ่ม แต่มีการควบคุมการระบายน้ำให้เหลือประมาณ 45–48 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน

ส่วนเขื่อนกิ่วลม จังหวัดลำปาง มีปริมาณน้ำ 6 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งทั้งสองเขื่อนนี้จะไหลลงสู่ลำน้ำหน้าเขื่อนเจ้าพระยา ประมาณ 54 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ดังนั้นหน้าเขื่อนทั้งด้านตะวันออกและด้านตะวันตกจะมีการระบายน้ำสู่ลำน้ำสาขาทางด้านซ้ายและขวา ซึ่งได้มีคำสั่งให้ระบายน้ำมาหลายวันแล้ว ทำให้ขณะนี้ต้องระบายน้ำออกในอัตรา 2,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์

โดยคาดว่า หลังจากเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 และ 3 ของเดือน ธ.ค. จะเข้าสู่ภาวะใกล้ปกติ จากนั้นจะระบายน้ำประมาณ 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และในเดือน ม.ค. 69 จะเข้าสู่ภาวะปกติ โดยจะระบายน้ำในปริมาณ 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งเป็นไปตามแผนที่วางไว้

ส่วนในจังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี กรุงเทพมหานคร และจังหวัดสมุทรปราการ ร.อ.ธรรมนัส ยืนยันว่า สามารถควบคุมปริมาณน้ำได้ แต่อาจมีผลกระทบกับบ้านเรือนของประชาชนบ้าง แต่จะไม่รุนแรงเหมือนปี 2554 อย่างแน่นอน

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ