ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และที่ปรึกษารัฐมนตรี รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม เผยนักการทูตชาติมหาอำนาจชี้ กัมพูชาจัดฉาก กล่าวหาไทยยิงพลเรือนเสียชีวิต โดยให้รายละเอียดผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า ภายหลังจากที่ตนได้พบปะหารือกับนักการทูตชาติมหาอำนาจ เนื้อหาหลักการสนทนา อยู่ที่เรื่องไทย - กัมพูชากว่า 90% แต่สิ่งหนึ่ง ที่ผมได้ฟังความเห็นจากนักการทูตชาติมหาอำนาจ และมีการตั้งข้อสังเกต ดังนี้
ประเด็นแรกเรื่องกัมพูชากล่าวหาไทยว่า ยิงพลเรือน ตาย 1 คน เป็นการจัดฉาก 1000% โดยคณะนักการทูตชาติมหาอำนาจตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าทหารไทยยิงจริงๆ ตามที่รู้จักนิสัยกัมพูชามานาน ต้องฟ้องโวยวาย รอคณะผู้สังเกตการณ์ (AOT) มาพิสูจน์หลักฐาน - นิติเวช ว่าผู้ตายมีรอยกระสุนตรงไหน ทำไมไม่รักษาความได้เปรียบตรงนี้ ถ้ามั่นใจว่าทหารไทยเป็นฝ่ายทำ อีกข้อสงสัยคือทำไมรีบฌาปนกิจศพ เข้าเตาเผาอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครเห็นว่ามีศพจริงๆ ไหม? ผู้ตายเป็นใคร ไม่มีการให้รายละเอียดข้อมูลส่วนบุคคล
ประเด็นต่อมากัมพูชาคิดว่าต่างชาติโง่ ตามตัวเองไม่ทัน โดยนักการทูตเผยว่า รู้ทันเหลี่ยมกัมพูชาเรื่องการทำให้ตัวเองเป็นเหยื่อตลอดเวลา อาทิ การที่เข้าไปครอบคลองโบราณสถาน โดยใช้กองกำลังทหาร วางทุ่นระเบิดไว้รอบปราสาทต่างๆ มันไม่ใช่วิธีคิดของคนที่คิดว่าตัวเองเป็นเหยื่อ คิดแต่แผนการทางการรบเป็นหลัก
ประเด็นที่ 3 การใช้โซเชียลเพื่อฟ้องโลกให้ประณามประเทศไทย ทำเป็นระบบ ผิดธรรมชาติ จนเกินไป ทำเป็นขบวนการเพื่อรีบโพสต์ ข้อความกิจกรรมเป็นทอดๆ โดยตังข้อสังเกตจากภาพถ่ายผู้บาดเจ็บ ห้องพักผู้ป่วยดูใหม่ เตียงผ้าห่มคนไข้เหมือนถูกแกะมาออกมาใหม่ คณะผู้สังเกตการณ์ พยายามถามว่าโดนยิง จุดไหน ก็อ้างว่าจำไม่ได้
โดยเจ้าหน้าที่การทูตต่างชาติ พยายามถามตนว่าทำไมรอบนี้ฝ่ายไทยดูขึงขังจัง ตนตอบไปว่า “มีไม่กี่เรื่องที่คนไทยยอมรับไม่ได้ หมดความอดทนจริงๆ ถ้าจริงใจกับประเทศไทย ช่วยทำอะไรบ้าง ถ้าไม่ช่วยก็อยู่เฉยๆ อย่าเข้าข้างอีกฝ่ายก็พอใจ ขอเป็นกำลังใจให้กองทัพไทย คนไทยต้องร่วมใจกัน อย่าเพิ่งทะเลาะกัน ศัตรูร่วมของชาติยังเป็นภัยคุกคามอยู่”
ผศ.ดร.วันวิชิต โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ได้รับการยืนยันจาก รมช.กลาโหม พลโท อดุล บุญธรรมเจริญ เรื่องที่ รมต.ต่างประเทศ มาเลเซีย ออกข่าวว่าระเบิดที่พบใน ห้วยตามาเรียในฝั่งไทยว่าเป็นระเบิดเก่านั้น เป็นข่าวปลอม
ขณะที่ ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า สู้กับคนพาล อย่าใช้วิถีของบัณฑิต กัมพูชาสร้างสถานการณ์บิดเบือน หลังทหารไทยเหยียบกับระเบิด แม้ขาขาดก็ยังไม่สำนึกและขอโทษ ยังใส่ร้ายไทยไม่หยุดหย่อน
ไทยได้เห็นเล่ห์เหลี่ยม ความกลิ้งกลอกของกัมพูชา หลังจากทหารไทยเหยียบกับระเบิด จนขาขาด แทนที่จะสำนึกและขอโทษตามมารยาทของเพื่อนบ้านที่ดี และแสดงความจริงใจในการร่วมกันแก้ปัญหา
กลับสร้างสถานการณ์ต่อเนื่อง โดยให้ทหารของตนเองยิงใส่ทหารไทย เมื่อทหารไทยตอบโต้ก็เก็บหลักฐานว่าเราโจมตีก่อน เมื่อทหารเจ็บก็เอาไปใส่ชุดพลเรือน แล้วอ้างว่าเรายิงพลเรือน ทั้งๆ ที่วิธีการของฝั่ง “ตระกูลฮุน” ล้วนเป็นวิธีการของคนขี้ขลาด มีภาพหลักฐานชัดเจน ไม่ว่าจะตั้งฐานยิงจรวดในหมู่บ้าน ในชุมชน ในกลุ่มประชาชน หรือแม้แต่ใช้โบราณสถานเป็นที่ตั้งอาวุธ เพื่อใช้ประชาชนเป็นโล่มนุษย์ ในขณะเดียวกัน เมื่อโจมตีมายังฝั่งไทย ไม่เคยกำหนดเป้าหมาย หรือจำกัดวงให้อยู่ในพื้นที่สู้รบหรือพื้นที่ทางทหาร กลับโจมตีพื้นที่พลเรือน เพื่อมุ่งสร้างความเสียหายให้มากที่สุด
ดร.หิมาลัย มองว่า อาจจะถึงเวลาที่เราจะเลิกทำตัวเป็นบัณฑิตหรือผู้ดี เพราะเรารบกับกองโจรที่มุดใต้กระโปรงของสตรีและเด็ก กองโจรที่แอบยิงเราอยู่หลังประชาชน กองโจรที่ลอบกัดวางกับระเบิดโดยไม่สนใจข้อตกลงสากลใดๆ ทั้งสิ้น ที่เรียกเช่นนี้เพราะพฤติกรรมไร้มนุษยธรรมที่ผ่านมาของคนพวกนี้ ไม่อาจเรียกว่าเป็นทหารหรือนักรบได้ ถึงเวลาหรือยัง ที่เราจะต้องกำราบความกำแหงของลูกหลานพระยาละแวกพวกนี้ ให้เข็ดหลาบ
เมื่อกัมพูชาละเมิดข้อตกลง ก็ถือว่าข้อตกลงไม่มี เมื่ออยากจะรบ ก็รบให้รู้กันไปเลย ที่ผ่านมาทำตัวเจ้าเล่ห์ เจรจาต่อหน้าเวทีโลก แต่ลับหลังกลับเสริมกำลังอาวุธหนักและทันสมัยตลอดเวลา วิธีการกำราบเด็กเกเร บางทีครูแนะแนวพูดไม่ได้ผล ต้องใช้ไม้เรียวของครูฝ่ายปกครอง “รบเถอะครับ การเจรจาครั้งต่อไป กำหนดแบ่งเขตประเทศกันใหม่ที่บ้านตระกูลฮุนในพนมเปญดีไหมครับ”