ชำแหละปัญหาตำรวจไทย ส่วย–รีดไถฝังลึก-ทุจริตเชิงโครงสร้าง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ชำแหละปัญหาตำรวจไทย ส่วย–รีดไถฝังลึก-ทุจริตเชิงโครงสร้าง จี้ปฏิรูปตำรวจจริงจัง

วันที่ 14 พ.ย.2568 พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร เลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม กล่าวในเวทีข้อเสนอภาคประชาชนว่า ปัญหาตำรวจไทยในปัจจุบันไม่ได้อยู่เพียงสภาพปัญหา เพราะประชาชนทุกชนชั้นต่างรับรู้มานานแล้ว โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยที่เผชิญผลกระทบโดยตรง ขณะที่คนชั้นกลางก็เริ่มเดือดร้อนมากขึ้น ปัญหาที่รุนแรงที่สุดคือ การทุจริตเชิงโครงสร้างและวัฒนธรรมองค์กรที่ยอมรับความผิดปกติเป็นเรื่องปกติ ตั้งแต่ระดับปฏิบัติการไปจนถึงผู้บังคับบัญชาระดับสูง

 

วิรุตม์ ผู้สื่อข่าว พีพีทีวี
พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร เลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม

พ.ต.อ.วิรุตม์ ระบุว่า ปัจจุบันมีนายตำรวจระดับสูงหลายรายถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมาย แต่กลับไม่มีการดำเนินการใด ๆ และยังมีความพยายามลดทอนปัญหาในชั้นกรรมาธิการ ซึ่งสะท้อนว่าผู้มีอำนาจยังไม่ยอมรับความจริง หากไม่ยอมรับปัญหา ย่อมไม่สามารถแก้ไขได้ และเมื่อคนมีอำนาจเลือกจะปฏิเสธ ความเสื่อมถอยยิ่งสะสมจนกลายเป็นเรื่องชินชาในสังคมไทย

พ.ต.อ.วิรุตม์  ยกตัวอย่าง ระบบ ตู้แดงที่กลายเป็นภาระของประชาชนทั่วไป แม้ไม่ได้ทำผิดกฎหมายใด ก็ถูกขอให้ติดตู้และจ่ายเงินรายเดือนเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกกลั่นแกล้ง เช่นเดียวกับโรงงานและสถานที่ก่อสร้างที่ถูกเจ้าหน้าที่ขอเก็บส่วยเป็นกิจวัตร แสดงให้เห็นว่าการรีดไถได้ขยายตัวมากกว่าในอดีตหลายเท่า

นอกจากนี้ พ.ต.อ.วิรุตม์ อธิบายว่า วงจรส่วยตำรวจฝังรากลึกตั้งแต่หวย–บ่อน–ซ่อง ซึ่งเป็นฐานทุนของนักการเมืองระดับท้องถิ่นและระดับชาติ จนสร้างเครือข่ายผลประโยชน์ร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐ และเมื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติถูกแยกออกจากกระทรวงมหาดไทย กลไกตรวจสอบอ่อนแอลงอย่างมาก แม้จะมีคำมั่นว่าจะตั้ง ก.ต.ร. เพื่อกำกับดูแล แต่กฎหมายกลับออกแบบให้ไม่มีอำนาจจริง ทำให้ประชาชนไม่สามารถหวังพึ่งช่องทางร้องเรียนปกติได้

พ.ต.อ.วิรุตม์ มองว่า สถานการณ์เลวร้ายจนทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่สามารถแจ้งความได้จริง เพราะสถานีตำรวจออกเพียง เลขรับแจ้งประจำวันแทนเลขคดี ทำให้คดีไม่ถูกส่งต่อ ไม่ถูกสอบสวน และไม่คืบหน้า พ.ต.อ.วิรุตม์  ชี้ว่าการใช้วิธีนี้เป็นการบิดเบือนกระบวนการยุติธรรม และสะท้อนความล้มเหลวของรัฐธรรมนูญที่ถูกประกาศว่าปราบโกง

ในส่วนของการตรวจสอบจากองค์กรอิสระ พ.ต.อ.วิรุตม์ ตั้งข้อสังเกตว่า ป.ป.ช. ใช้เวลานานในการพิจารณาคดีทุจริต แม้มีกำหนดเวลาชัดเจน แต่การปฏิบัติจริงกลับล่าช้า ข้าราชการจึงไม่รู้สึกเกรงกลัวการตรวจสอบ

สำหรับแนวทางแก้ไข พ.ต.อ.วิรุตม์ ย้ำว่า ต้องปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ตามรายงานที่ผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ได้แก่ การให้ตำรวจสังกัดจังหวัดและอยู่ภายใต้ผู้ว่าราชการจังหวัด, แยกตำรวจสายสืบสวนและตำรวจสอบสวนออกจากผู้บังคับบัญชาทางปกครอง, ยกเลิกระบบรับตรงโรงเรียนนายร้อย นายสิบ และให้เข้าระบบด้วยวุฒิปริญญาตรี , เปิดให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องมีอำนาจสอบสวนคู่ขนาน

พ.ต.อ.วิรุตม์  กล่าวว่า หากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีเจตจำนงทางการเมืองที่ชัดเจน หลายปัญหาสามารถแก้ไขได้ทันทีโดยคำสั่งภายใน ไม่ต้องรอแก้กฎหมาย พร้อมระบุว่า การเปิดเผยข้อมูลผ่านสื่อและการถ่ายทอดสดการประชุมกรรมาธิการ เป็นแรงกดดันเชิงบวกที่ทำให้สังคมเห็นโครงสร้างปัญหาชัดเจนขึ้น

ทั้งนี้ พ.ต.อ.วิรุตม์ เตือนว่า หากปล่อยให้วัฒนธรรมส่วยและการยอมรับความผิดปกติเป็นเรื่องปกติ ความเสื่อมของกระบวนการยุติธรรมจะยิ่งทวีขึ้น และประชาชนจะสูญเสียความเชื่อมั่นต่อรัฐอย่างรุนแรง พร้อมเรียกร้องให้ฝ่ายบริหาร โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี ใช้อำนาจที่มีเพื่อเริ่มต้นการปฏิรูปตำรวจอย่างจริงจังโดยไม่ปล่อยให้ปัญหานี้กลายเป็นความปกติใหม่ของประเทศ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ