นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตตำรวจสันติบาล ซึ่งเพิ่งได้รับการประกันตัวในคดีอั้งยี่ ซ่องโจร และอุ้มรีดทรัพย์ชาวไต้หวัน เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ พ.ต.อ.รดี ฐนนท์ เอกฐิติกูลพัฒน์ ผกก.สน.ทองหล่อ และ พ.ต.ท.นัทธกิตต์ จอกโคกสูง รอง ผกก.ป. สน.ทองหล่อ ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา 157
นายสันธนะ ระบุว่า เคยเข้าแจ้งความตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568 ให้ตรวจสอบสถานบันเทิงแห่งหนึ่งที่เปิดโดยไม่มีใบอนุญาต
และขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินกำหนด แต่คดีกลับไม่มีความคืบหน้า อีกทั้งพบว่าผู้กำกับ สน.ทองหล่อ
เคยนัดหมายให้ไปพูดคุยกับผู้ประกอบการในลักษณะคล้ายการไกล่เกลี่ย พร้อมเสนอผลประโยชน์ จึงตั้งข้อสงสัยว่าอาจมีการรับส่วยหรือผลประโยชน์ทับซ้อน
เมื่อถูกถามว่าการแจ้งความครั้งนี้เป็นการ "เอาคืน" หรือไม่ นายสันธนะยอมรับว่า “ในใจอยากทำแบบนั้น” แต่ยืนยันว่าเรื่องร้องเรียนนี้มีมาก่อนที่เขาจะถูกจับตัวเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568
นายสันธนะ ยังกล่าวถึงการถูกจับตามหมายจับเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนว่า ตำรวจติดตามตัวเขามาตลอด แต่ไม่จับทันที เนื่องจากรอให้ตำรวจยศ พล.ต.อ. ผู้หนึ่งเดินทางกลับมา และพยายามนัดหมายให้ไปพูดคุยกันผ่านนักธุรกิจที่รู้จัก แต่เขาปฏิเสธ เพราะ “ไม่รู้จักและไม่เกี่ยวข้องกัน”
หลังให้ปากคำ นายสันธนะได้ยกมือไหว้ศาลพระภูมิภายใน สน.ทองหล่อ พร้อมกล่าวว่า หากไม่มีตำรวจรับส่วยหรือผลประโยชน์ “ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเจริญรุ่งเรือง” แต่หากมีการกระทำผิดจริง ขอให้ตรวจสอบอย่างถึงที่สุด
นายสันธนะ ระบุว่า จะนำบันทึกประจำวันและหลักฐานทั้งหมดไปยื่นต่อผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อให้ตรวจสอบพฤติกรรมของตำรวจทั้งสองนาย ทั้งในทางวินัยและอาญา รวมถึงเอาผิดสถานบันเทิงที่เกี่ยวข้องด้วย