ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ วัดราษฎร์ประคองธรรม ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี หลังได้รับแจ้งจากนายไพรัช จุดธูป ไวยาวัจกรวัด ว่ามีครอบครัวของคุณยายที่เสียชีวิต คือ นางชลธิรศน์ อายุ 65 ปี นำร่างใส่โลงศพและขึ้นรถมาจากจ.พิษณุโลก เพื่อมาเข้าร่วม “โครงการบ้านหลังสุดท้าย“ ประกอบพิธีทางศาสนาที่วัด แล้วฟื้นคืนชีพขึ้นมา ก่อนเคาะโลงเรียกให้คนช่วย สร้างความตระหนกตกใจให้กับครอบครัว และญาติ รวมถึงเจ้าหน้าที่ของวัดเป็นอย่างมาก
น้องชายวัย 57 ปี เล่าว่า พี่สาวของตนเสียชีวิตเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. ของเช้าวันที่ 23 พ.ย. 2568 ที่บ้านเกิด หมู่ที่ 9 ต.บ้านดง อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นผู้ป่วยพิการนอนติดเตียงมานาน 2 ปี หลังเสียชีวิตได้แจ้งผู้ใหญ่บ้านและมีการเซ็นเอกสารรับรองการตาย ตนจึงได้นำร่างพี่สาวใส่โลงศพโดยไม่ได้ฉีดฟอร์มาลีน ขับรถมาจาก จ.พิษณุโลก คนเดียว เพื่อนำศพมาประกอบพิธีทางศาสนากับ “โครงการบ้านหลังสุดท้าย” ที่วัดราษฎร์ประคองธรรม
เนื่องจากทราบมาว่า ที่วัดแห่งนี้ใจบุญทำพิธีสวดศพ และเผาศพให้ผู้ยากไร้ฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พอมาถึงที่วัดทางเจ้าหน้าที่วัดมาดูศพพี่สาวที่นอนเสียชีวิตอยู่ในโลงศพ ปรากฏว่าพี่สาวของตนฟื้นขึ้นมานอนหายใจรวยริน ตนรู้สึกแปลกใจมาก ตื่นเต้น และดีใจที่พี่สาวยังมีชีวิตอยู่ เชื่อว่าน่าจะมีปาฏิหาริย์และมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่พี่สาวตนฟื้นขึ้นมา
นายธรรมนูญ สุดธูป วัย 27 ปี พนักงานรับศพวัดราษฎร์ประคองธรรม กล่าวว่า ตนเพิ่งไปรับศพและกลับมาถึงที่วัด มีคุณลุงวิ่งมาหาและบอกว่าเขานำศพมาจาก จ.พิษณุโลก ขณะที่กำลังจะเปิดผ้าใบได้ยินเสียงคนเคาะออกมาจากในโลง เมื่อเปิดดูพบว่ายายฟื้นขึ้นมา จึงรีบช่วยกันนำร่างออกจากโลง นำส่งโรงพยาบาลบางใหญ่ ซึ่งยายรู้สึกตัวดี แต่อ่อนเพลียและไม่มีแรง ถาม-ตอบไม่ได้ ซึ่งเกิดมาตนไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้
เช่นเดียวกับ นายไพรัช สุดธูป ไวยาวัจกรวัดราษฎร์ประคองธรรม กล่าวว่า วัดได้รับแจ้งว่าจะมีผู้เสียชีวิตเป็นหญิงชรา อายุ 65 ปี มาจาก จ.พิษณุโลก ซึ่งเสียชีวิตเมื่อคืนในสวนมะพร้าว หลังเสียชีวิตทางน้องชายได้ไปแจ้งตายกับผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ได้เอกสารแจ้งตายเรียบร้อย จากนั้นได้นำศพมาที่วัด ขณะที่กำลังจะเปิดฝาโลงจึงเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ทางเจ้าหน้าที่แตกตื่นและตกใจมาก ทางพระกิตติวชิรธาดา เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ประคองธรรม และเจ้าคณะอำเภอบางใหญ่ รีบให้เจ้าหน้าที่นำรถพยาบาลของทางวัดนำตัวส่งโรงพยาบาลบางใหญ่ เพื่อตรวจสุขภาพ พร้อมออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ทางวัดทำศพมามากมายแต่ยังไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ ยินดีกับญาติที่ไม่ต้องสูญเสียใครไป
เบื้องต้นทาง น้องชายของคุณยายบอกกับทางวัดว่า ถ้าคุณยายปลอดภัยดี จะพามากราบขอบคุณพระกิตติวชิรธาดา เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ประคองธรรม และเจ้าคณะอำเภอบางใหญ่ ที่เมตตาให้ความช่วยเหลือ
ต่อมาเวลา 21.00 น. เจ้าหน้าที่รายงานว่า ยายวัย 65 ปี อาการปลอดภัยอยู่ในการดูแลของแพทย์ โดยโรงพยาบาลยืนยันไม่พบภาวะหยุดหายใจมาก่อน มีเพียงภาวะน้ำตาลตกเท่านั้น โดยหลังจากเจ้าหน้าที่วัดนำตัวยายส่งโรงพยาบาลเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา แพทย์ตรวจร่างกายพบว่ายายมีสัญญาณชีพปกติดี มีอาการน้ำตาลในเลือดต่ำ จึงให้น้ำเกลือเป็นเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก่อนซักถามญาติว่าจะให้คุณยายพักรักษาต่อหรือไม่ อย่างไรก็ตาม น้องชายของคุณยายได้เซ็นเอกสารขอนำพี่สาวกลับไปรักษาที่จังหวัดพิษณุโลกต่อ ไม่ประสงค์ให้พักดูอาการในโรงพยาบาลเพิ่ม ทำให้เจ้าหน้าที่วัดราษฎร์ประคองธรรม ต้องนำเรื่องกลับไปปรึกษาหลวงพ่อเจ้าอาวาสระหว่างรอให้ยายออกจากโรงพยาบาล
ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับน้องชายของยาย เจ้าตัวระบุว่า เหตุที่ต้องรีบพากลับ เนื่องจากยังมีภาระต้องดูแลแม่ที่ จ.พิษณุโลก และเกรงว่าหากยายพักรักษาต่อ จะทำให้การเดินทางกลับยากขึ้น ผู้สื่อข่าวได้สอบถามเพิ่มเติมถึงการนำร่างพี่สาวเดินทางกว่า 400 กิโลเมตร มายังกรุงเทพฯ น้องชาย เล่าว่า เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 17.00 น. พี่สาวหมดสติในสวนมะพร้าวในท่านั่ง ครอบครัวตรวจดูพบว่าตัวเย็นและไม่หายใจ จึงเชื่อว่าเสียชีวิตแล้ว และได้เดินทางไปให้ผู้ใหญ่บ้านช่วยลงนามรับรองการเสียชีวิตในเวลาประมาณ 18.00 น. โดยผู้ใหญ่บ้านไม่ได้มาตรวจร่างด้วยตนเอง
จากนั้นจึงปฏิบัติตามคำสั่งเสียของยาย ที่เคยบริจาคร่างกายไว้กับโรงพยาบาลจุฬาฯ ญาตินำร่างใส่โลง ปิดฝาโลงและคุมผ้าใบก่อนเดินทางเข้ากรุงเทพ แต่เมื่อถึงโรงพยาบาลกลับไม่สามารถส่งมอบร่างได้ เพราะไม่มีใบบันทึกประจำวันหรือหลักฐานรับรอง พร้อมทั้งสภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ ญาติจึงค้นข้อมูลในอินเทอร์เน็ตและตัดสินใจนำมายังวัดที่มีการฌาปนกิจฟรี
น้องชาย ยอมรับว่าแม้ตกใจที่พี่สาวฟื้นขึ้นมา แต่รู้สึกเฉย ๆ เนื่องจากผ่านเรื่องหนัก ๆ มามาก หลังจากนั้นได้กลับไปพบเจ้าอาวาสอีกครั้ง ซึ่งหลวงพ่อแนะนำให้พี่สาวพักรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลประมาณ 3 วัน พร้อมช่วยเหลือค่ารักษา เจ้าหน้าที่จึงนำยายกลับไปรักษาต่อ
น้องชาย ระบุว่าในระหว่างนี้ ตนจะเดินทางกลับไปดูแลแม่ที่ จ.พิษณุโลก ระหว่างที่ตนเดินทางกลับก็จะให้ญาติที่อาศัยอยู่ใน จ.นนทบุรี มาเฝ้าดูแลต่อ ด้านแพทย์ผู้ตรวจอาการยืนยันว่า จากการตรวจร่างกายไม่พบสัญญาณว่าคุณยายมีภาวะหยุดหายใจหรือหัวใจหยุดเต้นมาก่อน อาการหลักคือภาวะน้ำตาลตก ซึ่งได้รับการรักษาเบื้องต้นแล้ว และจะดูแลอย่างใกล้ชิดต่อไป