สถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหาดใหญ่ยกระดับสู่ภาวะวิกฤต วันนี้ (24 พฤศจิกายน 2568) เวลาเช้า นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ออกคำสั่งด่วนให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ “อพยพทั้งหมดทันที” เข้าสู่จุดปลอดภัยที่ทางราชการจัดเตรียมไว้ หลังสถานการณ์น้ำท่วมมีแนวโน้มทวีความรุนแรงจากฝนสะสมต่อเนื่อง
จุดอพยพที่เปิดให้ประชาชนเข้าพัก ได้แก่
ศูนย์ประชุมนานาชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา
ทัพเรือภาคที่ 2 จังหวัดสงขลา
ผู้ว่าฯ สั่งกำชับให้เร่งเคลื่อนย้ายประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด พร้อมระดมสรรพกำลังทุกภาคส่วนเข้าช่วยเหลือ ทั้งกำลังทหาร หน่วยกู้ภัย รวมถึงทีมจิตอาสาของคุณบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ที่ได้นำเรือท้องแบนเข้าพื้นที่เพื่อช่วยเคลื่อนย้ายประชาชนจากชุมชนที่ถูกตัดขาด โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และผู้พิการ
แม้ระดับน้ำในคลอง ร.1 ยังคงระบายได้ตามปกติ แต่ด้วยปริมาณฝนที่ตกหนักและน้ำสะสมจำนวนมาก หน่วยงานด้านความมั่นคงทางน้ำประเมินว่า สถานการณ์ครั้งนี้อาจรุนแรงกว่ามหาอุทกภัยปี 2543 ทำให้ภาครัฐเร่งยกระดับมาตรการป้องกันและเตือนให้ประชาชนปฏิบัติตามคำสั่งอพยพอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทุกคนในพื้นที่
สทนช.เตือนระดับน้ำลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา เพิ่มสูงต่อเนื่อง สูงกว่าปี 2553
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า สทนช. ในฐานะคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ (ศชภ.) ซึ่งแต่งตั้งขึ้นโดยนายกรัฐมนตรี เพื่อทำหน้าเป็นหน่วยบัญชาการบูรณาการหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ในการอำนวยการและปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ได้หารือร่วมกับกรมชลประทาน เพื่อติดตามและคาดการณ์สถานการณ์น้ำลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา หลังพบว่าฝนที่ตกหนักในพื้นที่ต้นน้ำ ทำให้ที่บริเวณสถานี X.173A อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น คาดว่าในวันนี้จะเพิ่มสูงกว่าระดับตลิ่งประมาณ 1.90 เมตร หรือสูงกว่าระดับน้ำปัจจุบัน (เวลา 9.00 น. ของวันนี้) อีก 0.55 เมตร รวมถึงจะส่งผลต่อเนื่องถึงพื้นที่ตอนกลางและปลายน้ำ
โดยคาดว่าในวันพรุ่งนี้ (25 พฤศจิกายน 2568) ช่วงเวลาประมาณ 00.00 - 01.00 น. ที่สถานี X.90 อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา ระดับน้ำจะเพิ่มสูงกว่าระดับตลิ่งราว 2.26 - 2.46 เมตร หรือสูงกว่าระดับน้ำปัจจุบัน 0.30 - 0.50 เมตร และในช่วงเวลาประมาณ 06.00 - 07.00 น. ที่สถานี X.44 อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ระดับน้ำจะเพิ่มสูงกว่าระดับตลิ่ง 2.00 - 2.20 เมตร หรือสูงกว่าระดับน้ำปัจจุบัน 1.25 - 1.45 เมตร
เลขาธิการ สทนช. ระบุเพิ่มเติมว่า ระดับน้ำในลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภาในปี 2568 สูงกว่าปี 2553 ซึ่งเป็นปีที่เคยเกิดน้ำท่วมสูงสุด จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่ติดตามข้อมูลการอพยพจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด พร้อมกันนี้ สทนช. จะร่วมกับทุกหน่วยงานบริหารจัดการน้ำอย่างเต็มที่เพื่อบรรเทาความรุนแรงของสถานการณ์ให้ได้มากที่สุด
GISTDA เผยภาพดาวเทียม Sentinel-1A ชี้น้ำท่วมภาคใต้กว่า 3.3 แสนไร่ ใน 7 จังหวัด เสี่ยงพื้นที่ลุ่มอ่วม
สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) รายงานสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ประจำวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 จากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel-1A พบมีพื้นที่น้ำท่วมขังรวมประมาณ 334,895 ไร่ ครอบคลุมบางส่วนของ 7 จังหวัด ได้แก่ สงขลา ปัตตานี พัทลุง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ยะลา และสตูล
ข้อมูลระบุว่า พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ชุมชนที่อยู่อาศัย และเส้นทางคมนาคมบางส่วน โดยระดับน้ำท่วมขังในหลายจุดมีความลึกตั้งแต่ 1–2.5 เมตรขึ้นไป ส่งผลให้ต้องเฝ้าระวังและเร่งให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอย่างใกล้ชิด
GISTDA ได้ส่งมอบข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ในการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำท่วมทันที ทั้งการเข้าถึงพื้นที่ การวางแผนช่วยเหลือประชาชน ตลอดจนการติดตามและประเมินแนวโน้มผลกระทบในระยะต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ
สธ. รายงานน้ำท่วมภาคใต้ 8 จังหวัด มีผู้เสียชีวิตแล้ว 19 ราย สูญหาย 1 ราย
วันนี้ (24 พฤศจิกายน 2568) ที่ ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (PHEOC) สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประชุมทางไกลติดตามสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ในพื้นที่ภาคใต้ และหน่วยงานในพื้นที่ประสบภัย ร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์ นายพัฒนากล่าวว่า พื้นที่ภาคใต้สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง จากการลงพื้นที่พร้อมนายกรัฐมนตรี เมื่อวานนี้ พบว่าหลายพื้นที่มีน้ำท่วมขัง และยังคงมีฝนตกเพิ่มเติม ประกอบกับสภาพพื้นที่เป็นที่ราบลุ่มรองรับน้ำจากแนวภูเขาโดยรอบ และมีทางระบายน้ำไม่มากนัก ทำให้มีความเสี่ยงสถานการณ์รุนแรงขึ้น
ภาพรวมมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 8 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ตรัง สตูล ปัตตานี และยะลา หน่วยบริการสาธารณสุขได้รับผลกระทบรวม 50 แห่ง เป็น โรงพยาบาล 11 แห่ง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) 34 แห่ง และสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ (สสอ.) 5 แห่ง ในจำนวนนี้ต้องปิดบริการ 17 แห่ง ปิดบางส่วน 7 แห่ง และเปิดให้บริการตามปกติ 26 แห่ง มีผู้เสียชีวิต 19 ราย สาเหตุส่วนใหญ่จากการจมน้ำ 13 ราย ไฟฟ้าดูด 4 ราย และดินถล่ม 2 ราย ผู้ได้รับบาดเจ็บ 12 ราย และสูญหายอีก 1 ราย ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่ายังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากต่อเนื่อง จึงยังต้องเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง
รพ.หาดใหญ่ เผยยังดูแลผู้ป่วยใน วิกฤติ-ฉุกเฉิน ได้ปกติ ทรัพยากรรองรับได้อีก 3 วัน
นายแพทย์วิโรจน์ โยมเมือง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหาดใหญ่ จ.สงขลา เปิดเผยความคืบหน้าสถานการณ์อุทกภัยที่ส่งผลกระทบต่อโรงพยาบาล ว่า สถานการณ์น้ำสูงขึ้นตั้งแต่ช่วง 04.00-05.00 น. เนื่องจากมีฝนตกหนักมากขึ้นและมีการปล่อยน้ำเหนือจากพื้นที่ อ.สะเดา เทศบาลตำบลคลองแงะ และ เทศบาลเมืองบ้านพลุ ส่งผลให้ระดับน้ำในโรงพยาบาลขณะนี้อยู่ที่ 20-30 เซนติเมตร ส่วนรอบโรงพยาบาลระดับน้ำสูงขึ้น รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ ต้องใช้รถทหารหรือเรือ อย่างไรก็ตาม โรงพยาบาลยังให้บริการผู้ป่วยใน ผู้ป่วยวิกฤติ แผนกฉุกเฉิน ได้ตามปกติ ขณะนี้มีผู้ป่วยในประมาณ 800 คน ญาติผู้ป่วยและประชาชนพื้นที่ข้างเคียงโรงพยาบาลประมาณ 700 - 800 คน บุคลากรเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ประมาณ 600 คน ยังมีเตียงรองรับผู้ป่วยได้อีกประมาณ 100 เตียง
ทั้งนี้ ได้ปรับแผนบริการ โดยจัดทีมสำรองดูแลที่แผนกผู้ป่วยนอก และใช้ระบบ telemedicine ในการเลื่อนนัด สั่งยา ส่งยา ให้คำปรึกษากับผู้ป่วย รวมถึงยังมีจุดบริการในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลหาดใหญ่ ซึ่งน้ำไม่ท่วมด้วย ในส่วนของทรัพยากร เช่น อาหาร น้ำดื่ม น้ำมัน ออกซิเจน โรงพยาบาลยังมีสำรองใช้ได้อีก 3 วัน หลังจากนั้นหากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ได้ประสานนำเข้าทรัพยากรจาก อ.นาหม่อม ซึ่งอยู่ข้างเคียง
สปสช. แนะใช้กลไกกองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น ดูแลสุขภาพผู้ประสบภัยน้ำท่วม
นพ.ดุสิต ขำชัยภูมิ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้ในขณะนี้ ในส่วนของการดูแลสุขภาพประชาชนในพื้นที่นั้น อบต. เทศบาลสามารถใช้งบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น (กปท.) เพื่อดูแลประชาชนได้ ทั้งในเรื่องการจัดบริการเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เข้าถึงบริการสาธารณสุขที่จำเป็น เช่น ไปพบแพทย์ตามนัด บริการรับส่งไปโรงพยาบาล ไปจนถึงบริการสาธารณสุขอื่นๆ ที่ทำร่วมกับโรงพยาบาลในพื้นที่ ไปจนถึงหลังสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายซึ่งจำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและการป้องกันโรคระบาดภายหลังจากน้ำท่วม ก็สามารถนำงบประมาณจาก กปท. ไปใช้ในส่วนนี้ได้เช่นกัน
“กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น” (กปท.) ภายใต้กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยความร่วมมือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั้งองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และเทศบาล ปัจจุบันมี อปท. ถึงจำนวน 7,767 แห่งร่วมจัดตั้ง ซึ่งตามประกาศคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์เพื่อสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินงานและบริหารจัดการระบบหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ พ.ศ.2567 ข้อ 11 ระบุให้นำเงินกองทุนใช้จ่ายในโครงการและกิจกรรมกรณีที่เกิดโรคระบาด หรือภัยพิบัติในพื้นที่ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณสุขได้ ตามความจำเป็น เหมาะสม และทันต่อสถานการณ์ได้
ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการสนับสนุนกิจกรรมกรณีเกิดโรคระบาดหรือภัยพิบัติในพื้นที่ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณสุขได้ตามความจำเป็น เหมาะสม และทันต่อสถานการณ์โดยเร็ว ที่ผ่านมาได้มีการปรับประกาศหลักเกณฑ์กองทุน กปท. ให้ประธานกรรมการกองทุนฯ สามารถอนุมัติโครงการหรือกิจกรรมเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านสาธารณสุขกรณีเกิดการระบาดของโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อได้ตามความจำเป็นได้ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อโครงการ โดยถือว่าเป็นโครงการหรือกิจกรรมที่คณะกรรมการกองทุนอนุมัติตามประกาศนี้
“จากประกาศหลักเกณฑ์กองทุน กปท. นี้ อปท. ทั่วประเทศที่ร่วมจัดตั้ง กปท. ซึ่งประสบภาวะอุทกภัยขณะนี้ สามารถนำงบประมาณ กปท. เบื้องต้นไม่เกิน 1 แสนบาท มาดำเนินงานโครงการเร่งด่วนเพื่อดูแลสุขภาพประชาชนที่กำลังประสบภัยน้ำท่วมขณะนี้ได้ เป็นการแก้ไขปัญหาสาธารณสุขเฉพาะหน้าได้ ซึ่งที่ผ่านมา มี อปท. หลายแห่ง ได้จัดทำโครงการเพื่อดูแลสุขภาพอนามัยประชาชนที่ประสบอุทกภัยในครั้งนี้แล้ว” รองเลขาธิการ สปสช. กล่าว
นายกฯ สั่งการศูนย์ส่วนหน้าสงขลา รับมือวิกฤตน้ำท่วม 5 จังหวัดภาคใต้
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานกรรมการคณะกรรมการอำนวยการและบริหารสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (คอภ.) ได้ลงนามจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำในสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (ศนภ.) โดยมีร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ เพื่อกำกับดูแลการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำ ช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ภัยพิบัติได้อย่างทันที ครอบคลุม และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นายสิริพงศ์ ยังเปิดเผยว่าสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในจังหวัดสงขลา และพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง รัฐบาลได้เร่งดำเนินมาตรการรองรับและแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยได้มอบหมายให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (ส่วนหน้า) จังหวัดสงขลา ทำหน้าที่เป็นศูนย์บัญชาการส่วนหน้าสำหรับการช่วยเหลือประชาชนในภาคใต้ตอนล่าง 5 จังหวัด (สตูล สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส) เป็นจุดรวมการประสานและสั่งการทรัพยากรเข้าพื้นที่ประสบภัยทันที โดยมีภารกิจหลักในการประสานความต้องการสนับสนุนในพื้นที่ พร้อมจัดส่งทรัพยากรด้านเครื่องจักรกลสาธารณภัยช่วยประชาชนใน 5 จังหวัดภาคใต้ เช่น เรือเล็ก เรือท้องแบนพร้อมเครื่องยนต์ เครื่องสูบน้ำ รถยกสูง รถผลิตน้ำดื่ม รถประกอบอาหาร สะพานเบลีย์ และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนได้อย่างเต็มศักยภาพ
ล่าสุดจังหวัดสงขลา ประกาศเขตภัยพิบัติแล้วทั้ง 16 อำเภอ พร้อมให้อพยพประชาชนด่วน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวของทางราชการที่จัดเตรียมไว้ ได้แก่ ศูนย์ประชุมนานาชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา และทัพเรือภาคที่ 2 จังหวัดสงขลา โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งนำกำลังทุกภาคส่วนลงช่วยเหลือประชาชนแบบเต็มกำลัง และขณะนี้ยังคงต้องเฝ้าระวังติดตามปริมาณน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมให้ทุกหน่วยงานเร่งระดมกำลัง เครื่องจักร และยุทโธปกรณ์ลงพื้นที่ทันทีเพื่อช่วยเหลือประชาชน
“รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับการดูแลประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย โดยศูนย์ส่วนหน้าที่จัดตั้งขึ้นนี้จะทำให้การช่วยเหลือประชาชนมีประสิทธิภาพ โดยรองนายกฯ ธรรมนัส ในฐานะผู้อำนวยการ ศนภ. ได้ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้และสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด รวมทั้งกำชับให้เร่งช่วยเหลือประชาชนทุกพื้นที่ พร้อมประสานการสนับสนุนทรัพยากรเพิ่มเติมทันที โดยย้ำว่าการปฏิบัติงานต้องดำเนินอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย และประชาชนสามารถกลับสู่ภาวะปกติได้อย่างปลอดภัย” นายสิริพงศ์ กล่าว
หาดใหญ่น้ำท่วมหนัก! ผู้ว่าฯ สั่งย้ายประชาชนไปศูนย์พักพิง
นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เปิดเผยสถานการณ์อุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ ว่า หลังจากน้ำลดลงในช่วงเช้าวานนี้ ประชาชนบางส่วนเริ่มกลับเข้าบ้านเพื่อทำความสะอาดบ้านเรือน แต่ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา เวลา 03.00 น. มวลน้ำจากอำเภอสะเดาเริ่มไหลเข้าท่วมพื้นที่หาดใหญ่ ผ่านคลอง ร.1 และคลองอู่ตะเภา ทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนมีระดับสูงกว่าครั้งที่ผ่านมา
เพื่อรับมือสถานการณ์ดังกล่าว เช้าวันนี้ มีการประชุมประเมินสถานการณ์ที่ศูนย์บัญชาการ มณฑลทหารบกที่ 42 (มทบ.42) โดยสั่งการให้อพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงทั้งหมดไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวทันที โดยศูนย์พักพิงหลักตั้งอยู่ที่ หอประชุมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ รองรับประชาชนได้ประมาณ 5,000 คน ส่วนศูนย์สำรองที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา รองรับได้ประมาณ 2,000 คน นอกจากนี้ยังมีศูนย์สำรองเพิ่มเติมจาก กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กองทัพเรือ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เน้นย้ำว่าการอพยพเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เนื่องจากระดับน้ำคาดว่าจะสูงขึ้นในช่วงเวลา 16.00 น. ขณะนี้มีการระดมกำลังจากหน่วยทหารกว่า 100 คัน พร้อมเรือ ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ รวมถึงการสนับสนุนจากกองทัพเรือ และ มูลนิธิร่วมกตัญญู
สำหรับสถานการณ์การระบายน้ำ หากฝนหยุดตกและน้ำทะเลไม่หนุน ระบายน้ำจะคล่องตัวมากขึ้น โดยน้ำจากคลอง ร.1 จะสามารถไหลลงทะเลได้รวดเร็วขึ้น ทั้งนี้ ประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือด้านอาหาร น้ำดื่ม หรือสิ่งจำเป็นอื่น ๆ สามารถแจ้งมายังศูนย์บัญชาการ มทบ.42 ได้โดยตรง พร้อมขอความร่วมมือให้ผู้นำท้องถิ่น สมาชิกสภาเทศบาล สมาชิกสภา อบต. และผู้นำชุมชน ประสานข้อมูลของประชาชนที่ตกค้าง เพื่อให้การช่วยเหลือครอบคลุมทุกพื้นที่
นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ย้ำว่า “ขอให้พี่น้องประชาชนอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงทั้งหมด เพื่อให้การบริหารจัดการและการช่วยเหลือทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด”
ปภ.เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ พรุ่งนี้เวลา 06.00น. น้ำสูงสุด 1.45 ม.
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้ง “ปริมาณน้ำคลองอู่ตะเภา จากพื้นที่เหนือน้ำยังคงไหลลงมาเพิ่ม ประกอบกับมีฝนตกเพิ่มในพื้นที่ และยังคงมีกลุ่มฝนที่ อ.หาดใหญ่ ทำให้ระดับน้ำท่วมในพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียงเพิ่มสูงขึ้นในเวลานี้ โดยคาดว่าจะขึ้นสูงสุดประมาณ 1.25-1.45 ม. ในวันพรุ่งนี้เวลา 06.00 น. จังหวัดสงขลาขอให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมอพยพออกนอกพื้นที่ หรืออพยพไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวใกล้บ้านทันที และเชื่อฟังคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
ปภ. จึงได้ร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ AIS True และ NT ส่งข้อความแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast แจ้งเตือนให้อพยพ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
ทั้งนี้ สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” เพิ่มเพื่อนที่ Line ID @1784DDPM หรือโทรสายด่วนนิรภัย (ปภ.) 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
ผู้ว่าฯ สั่งอพยพด่วน "สงขลา"ประกาศเขตภัยพิบัติยกจังหวัด
เฟซบุ๊ก “Pr.Songkhla ประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา” โพสต์ข้อความแจ้งข่าวด่วนระบุว่า สถานการณ์น้ำสงขลาน่าเป็นห่วง จังหวัดประกาศเขตภัยพิบัติแล้วทั้ง 16 อำเภอ ด้านผู้ว่าฯ สั่งอพยพประชาชนด่วน เน้นกลุ่มเปราะบาง พร้อมประสานหน่วยทหาร พลเรือน อปท. มูลนิธิฯ เร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือ ย้ำ ชีวิตประชาชนต้องมาก่อน
จังหวัดสงขลาเผชิญสถานการณ์อุทกภัยต่อเนื่องจากฝนตกหนักตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ส่งผลให้หลายพื้นที่มีน้ำท่วมขังและเริ่มมีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะในเขตลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา และพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ รัตภูมิ จะนะ นาหม่อม และสะเดา ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนัก วันนี้ (24 พฤศจิกายน 2568) ที่ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย พลตรี กรกฎ ภู่โชติ รองแม่ทัพภาคที่ 4 รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นประธานประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม ประจำปี 2568 เพื่อประเมินสถานการณ์และกำหนดแผนการช่วยเหลือและอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยง โดยมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 นายอำเภอ ส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมผ่านระบบวิดีทัศน์ทางไกล
กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา รายงานสถานการณ์สาธารณภัย ระหว่างวันที่ 20–23 พฤศจิกายน 2568 พบว่า ขณะนี้ ทั้ง 16 อำเภอของจังหวัดสงขลาได้รับผลกระทบแล้ว รวม 115 ตำบล 821 หมู่บ้าน 167 ชุมชน มีประชาชนได้รับผลกระทบจำนวน 243,568 ครัวเรือน รวม 635,423 คน ต้องอพยพรวม 1,224 คน และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย โดยพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ รัตภูมิ จะนะ นาหม่อม และสะเดา จัดเป็นพื้นที่สถานการณ์หนักถึงหนักมาก ซึ่งบางจุดน้ำท่วมสูงและเพิ่มระดับอย่างรวดเร็วจากน้ำล้นตลิ่งของคลองอู่ตะเภา โดยน้ำได้ไหลเข้าท่วมอำเภอสะเดา คลองหอยโข่ง และกำลังหนุนเข้าสู่เขตเมืองหาดใหญ่เพิ่มขึ้น
ด้าน ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ระบุว่า ช่วงวันที่ 23–25 พฤศจิกายนนี้ พื้นที่จังหวัดสงขลายังคงมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำและเชิงเขา ส่วนช่วงวันที่ 26–29 พฤศจิกายน มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือจะอ่อนกำลังลง แต่ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องบางแห่ง ทำให้ต้องเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง ด้านความเสียหาย พบว่ามีบ้านเรือนพังเสียหายทั้งหลัง 1 หลัง บางส่วน 3 หลัง สถานที่ราชการเสียหาย 1 แห่ง โรงเรียน 7 แห่ง วัด 5 แห่ง ถนนท้องถิ่นและทางหลวงรวมกว่า 12 สาย ได้รับผลกระทบ รวมถึงพื้นที่เกษตรเสียหายจำนวนมาก
จังหวัดสงขลาได้เร่งนำกำลังทุกภาคส่วนลงช่วยเหลือประชาชนแบบเต็มกำลัง มีการตั้ง โรงครัวพระราชทาน 2 แห่ง ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ สนับสนุนเครื่องสูบน้ำรวม 86 เครื่อง เรือท้องแบน 44 ลำ เรือยาง 21 ลำ และรถยกสูง 83 คัน เพื่อใช้ในการอพยพและขนย้ายประชาชนจากพื้นที่น้ำท่วมหนัก โดยเฉพาะในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ นอกจากนี้ หน่วยงานภาครัฐ ทหาร ปภ. อปท. มูลนิธิฯ และเครือข่ายจิตอาสา ได้ร่วมกันแจกจ่ายข้าวกล่อง น้ำดื่ม และถุงยังชีพอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการอำนวยความสะดวกด้านจราจร การขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง และสนับสนุนกระสอบทรายให้แก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง
นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้ยังคงต้องเฝ้าระวังติดตามปริมาณน้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะคลองอู่ตะเภา ซึ่งเป็นคลองสายหลักของเมืองหาดใหญ่ ที่ระดับน้ำยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายพื้นที่ในอำเภอหาดใหญ่และพื้นที่รอบข้างมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งระดมกำลัง เครื่องจักร และยุทโธปกรณ์ลงพื้นที่ทันทีเพื่อช่วยเหลือประชาชน
ทั้งนี้ จังหวัดได้จัดตั้งมณฑลทหารบกที่ 42 เป็นศูนย์บัญชาการหลัก เนื่องจากมีความพร้อมทั้งกำลังพลและยุทโธปกรณ์ โดยย้ำให้ทุกหน่วยงานประสานการทำงานอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งอพยพประชาชนจากจุดเสี่ยง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ ไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวของทางราชการจัดเตรียมไว้ ได้แก่ ศูนย์ประชุมนานาชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา และทัพเรือภาคที่ 2 ย้ำ! “ชีวิตประชาชนต้องมาก่อน” ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด
สธ.เผย น้ำท่วมภาคใต้ กระทบ หน่วยบริการ- รพ.สต.หนัก
นพ.อภิชาต วชิรพันธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 12 เปิดเผยความคืบหน้าสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ว่า น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ สงขลา สตูล ตรัง พัทลุง ปัตตานี และยะลา รวม 44 อำเภอ หน่วยบริการสาธารณสุขได้รับผลกระทบรวม 28 แห่ง แบ่งเป็น โรงพยาบาล 7 แห่ง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ (สสอ.) 21 แห่ง ในจำนวนนี้ต้องปิดบริการ 7 แห่ง คือ รพ.สต.หูแร่ รพ.สต.บ้านพรุ รพ.สต.หินผุด รพ.สต.ทุ่งตำเสา และ สอน.พะดง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา, รพ.สต.ฉลุง อ.เมืองสตูล และ รพ.สต.เขาขาว อ.ละงู จ.สตูล มีการเปิดศูนย์พักพิงแล้ว 41 แห่ง ผู้อพยพรวม 1,027 คน ได้จัดทีมแพทย์ดูแลสุขภาพประชาชนในศูนย์พักพิงต่อเนื่อง รวมถึงติดตามดูแลกลุ่มเปราะบางรวม 3,397 ราย
นพ.อภิชาตกล่าวต่อว่า สถานการณ์อุทกภัยครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย สาเหตุจากการจมน้ำ 3 ราย ไฟฟ้าดูด 1 ราย และดินถล่มทับบ้าน 1 ราย และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 4 ราย ทั้งนี้ จากการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ช่วงวันที่ 22 - 25 พฤศจิกายน 2568 ภาคใต้ตอนล่างยังคงมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง จึงมีโอกาสเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่หากมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ขณะที่ข้อมูลจากกรมทรัพยากรธรณี พบว่า ทุกจังหวัดในเขตสุขภาพที่ 12 เป็นพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์ดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก จึงขอให้เฝ้าระวังความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับหน่วยบริการสาธารณสุข เตรียมจัดบริการดูแลประชาชน และที่สำคัญ สื่อสารความเสี่ยงย้ำเตือนประชาชนให้ระมัดระวังเรื่องอุบัติเหตุ การจมน้ำ และไฟฟ้าดูด รวมถึงเฝ้าระวังโรคต่างๆ ทั้งเลปโตสไปโรสิส อาหารเป็นพิษ ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก เมลิออยโดสิส ที่มีโอกาสพบการป่วยเพิ่มขึ้นได้ในช่วงนี้
กปภ. ไม่สามารถจ่ายน้ำประปาได้
กปภ.สาขาหาดใหญ่ รายงานว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อยู่ในระดับวิกฤตสูงสุด โดยระดับน้ำได้ท่วมถึงบริเวณโรงกรองน้ำของการประปาส่วนภูมิภาคสาขาหาดใหญ่ สูงกว่า 3 เมตร จากระดับพื้นโรงกรอง ซึ่งสูงกว่าน้ำท่วมปี 2553 ส่งผลให้ไม่สามารถเดินเครื่องผลิตน้ำประปาและจ่ายน้ำให้ประชาชนได้
กปภ.สาขาหาดใหญ่ ขออภัยเป็นอย่างยิ่ง ต่อความไม่สะดวกและความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นกับลูกค้าและประชาชนทุกท่าน พร้อมขอความร่วมมือให้ทุกฝ่ายเฝ้าติดตามประกาศจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด และขอให้ประชาชนทุกท่านดูแลความปลอดภัยของตนเองเป็นสำคัญ
เปิดสายด่วน! เหตุน้ำท่วมหาดใหญ่
สถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ สงขลา ในพื้นที่หลายจุดยังคงน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะครัวเรือนที่ไม่สามารถอพยพออกจากบ้านได้ และมีผู้สูงอายุ ผู้ป่วย หรือเด็กเล็กอยู่ภายใน ล่าสุด ศูนย์ประสานการปฏิบัติ มณฑลทหารบกที่ 42 (ศภบ.มทบ.42) ได้เปิดสายด่วนให้ประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนติดต่อได้ทันที พร้อมจัดกำลังเข้าช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง
ประชาชนที่ต้องการการอพยพหรือความช่วยเหลือ สามารถโทรแจ้งได้ที่หมายเลข
- 074-232145-8
- 098-223-3364
- 061-586-5574
- 074-586685
- 098-223-3364
- 061-586-5574
- 074-232145-8
ทั้งนี้ พร้อมสนับสนุนกำลังเข้าพื้นที่ทันทีเมื่อได้รับแจ้งเหตุ โดยขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และดูแลความปลอดภัยของตนเองและครอบครัวในช่วงน้ำท่วมครั้งนี้
ท่วม “รพ.หาดใหญ่” มวลน้ำทะลักเข้าพื้นที่ แนะประชาชนใช้ระบบโทรเวช (Telemedicine) แทนการเดินทาง
โรงพยาบาลหาดใหญ่ ออกประกาศแจ้งสถานการณ์ฉุกเฉินหลังมีมวลน้ำจากภายนอกไหลทะลักเข้าสู่พื้นที่ภายในโรงพยาบาล ส่งผลให้บางจุดได้รับผลกระทบและเจ้าหน้าที่ต้องเร่งดำเนินการป้องกันและเคลื่อนย้ายอุปกรณ์สำคัญให้ปลอดภัย
โรงพยาบาลแจ้งว่า เพื่อความสะดวกและลดความเสี่ยงของประชาชน ขอแนะนำให้ผู้รับบริการเปลี่ยนไปใช้บริการผ่านระบบโทรเวช (Telemedicine) แทนการเดินทางมารับบริการที่โรงพยาบาลในช่วงเวลานี้ หากเจ็บป่วยฉุกเฉิน โทร.1669 ศูนย์นเรนทร
ทั้งนี้ หากมีการปรับเปลี่ยนหรือหยุดให้บริการในส่วนใดเพิ่มเติม ทางโรงพยาบาลจะประกาศแจ้งให้ทราบทันที เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์และวางแผนการรับบริการได้อย่างเหมาะสม